Category: บทความน่าสนใจ

โค้งสุดท้ายกับแคมเปญ สุดยิ่งใหญ่แห่งปี HUAWEI Grand Sale 2019

HUAWEI Grand Sale 2019 โปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่จากหัวเว่ย ที่จัดให้อย่างจุใจตลอด 2 เดือนเต็ม ตั้งแต่ ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปีนี้จัดหนักจัดเต็มกว่าเดิม โค้งสุดท้ายกับแคมเปญ โดยขนทัพสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแก็ดเจ็ตหัวเว่ยเกือบทุกรุ่นมาร่วมรายการในราคาพิเศษ พร้อมของสมนาคุณสุดพรีเมียม พร้อมรับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน และ ลุ้นเป็นเจ้าของรถยนต์สุดหรู “BMW 520d M sport” มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท

โค้งสุดท้ายกับแคมเปญ สุดยิ่งใหญ่แห่งปี  HUAWEI Grand Sale 2019

โค้งสุดท้ายกับแคมเปญ สุดยิ่งใหญ่แห่งปี HUAWEI Grand Sale 2019

และสำหรับโค้งสุดท้าย หัวเว่ยส่งสมาร์ทโฟนรุ่นยอดนิยม HUAWEI nova4 และ HUAWEI Mate20 X ร่วมเซอร์ไพรส์ในโปรเด็ด เผ็ดทุกวีค เอาใจทั้งสายเซลฟี่และเกมเมอร์

HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟนหน้าจอ Punch Display สเปคแฟลกชิป ในราคาที่พิเศษกว่าใคร สำหรับ HUAWEI nova4 ที่ร่วมโปรเด็ดเผ็ดทุกวีคในสัปดาห์นี้ โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว เต็มตา ไร้ติ่ง ไร้ขอบ มาพร้อมสเปคระดับสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปด้วย RAM ถึง 8 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128 GB ชิปเซ็ต Kirin 970 สนุกสนานกับการเก็บความประทับใจผ่านภาพถ่ายด้วยกล้องหลัง 3 กล้องที่มีเลนส์ Ultra Wide เก็บภาพมุมกว้าง และฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี่แบบ HDR Pro ด้วยกล้องหน้าขนาด 25 MP ที่มี AI สุดล้ำ สมฉายา AI Selfie Superstar ร่วมจัดโปรโมชั่นแกรนด์เซลในราคาพิเศษ 12,990 บาท (จากราคาปกติ 16,990 บาท) พร้อมผ่อนชำระ 0% และรับ HUAWEI 6700 mAh Power Bank มูลค่า 790 บาทฟรีทันทีจัดเต็ม HUAWEI Mate 20 X ร่วมโปรฯ ส่งท้ายแคมเปญ สายเกมเมอร์ต้องถูกใจสิ่งนี้

HUAWEI Mate 20 X สมาร์ทโฟนเทคโนโลยีสุดล้ำที่ตอบโจทย์การเล่นเกมทุกรูปแบบด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 7.2 นิ้ว เพื่อการเล่นเกมสุดมันส์ และขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 980 เพิ่มสมรรถนะความเร็วและแรงเต็มประสิทธิภาพแบบไม่มีสะดุด ให้ภาพเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่อง กราฟฟิคคมชัด มีระบบระบายความร้อน HUAWEI Supercool ที่ใช้กราฟีนและวงจรสำหรับเปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นไอ (vapor chamber) รุ่นแรกของโลกซึ่งช่วยระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว รองรับการเล่นเกมที่มีกราฟฟิกระดับสูงได้ต่อเนื่องราบรื่นเหนือชั้นโดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อน

HUAWEI Mate 20 X ร่วมโปรโมชั่นแกรนด์เซลในราคาพิเศษ 24,990 บาท (จากราคาปกติ 28,990 บาท) ฟรีทันที HUAWEI M-PEN มูลค่า 1,090 บาท พร้อมผ่อนชำระ 0% และรับของสมนาคุณ HUAWEI SuperChargeTM Car Charger มูลค่า 1,190 บาท พบกับสมาร์ทโฟน 2 รุ่น 2 สไตล์ HUAWEI nova4 และ HUAWEI Mate 20 X ที่มาในราคาพิเศษและของสมนาคุณแบบจัดเต็มสำหรับ โปรเด็ด เผ็ดทุกวีค ได้ที่ HUAWEI Brand Shop ตั้งแต่วันนี้ – 22 สิงหาคมนี้เท่านั้น

สำหรับแคมเปญ HUAWEI Grand Sales 2019 ยังมีเซอร์ไพรส์ให้ลุ้นกันเต็มที่ เพราะเพียงซื้อสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตหัวเว่ยรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2562 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2562 สามารถใช้หมายเลข IMEI1 ของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ซื้อ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ เป็นเจ้าของสุดยอดยนตรกรรมระดับเรือธงที่ใครๆ ต่างใฝ่ฝัน อย่าง “BMW 520d M sport” รถยนต์คันหรู รุ่นใหม่ล่าสุด มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท 1 รางวัล โดยจะประกาศผลการจับฉลาก วันที่ 4 กันยายน 2562
เวลา 17.00 น.

เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน

ในแต่ละช่วงเวลาของปี ถึงแม้คุณไม่ได้สังเกตเห็น แต่รู้หรือไม่ว่ามีหลายช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสมัครงานเป็นอย่างยิ่ง มาดูกันว่าในแต่ละเดือนนั้นมีเดือนไหนที่คุณควรเลือกเปลี่ยนงาน (ถ้าเป็นไปได้) และบางเดือนที่ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนงานรวมไปถึงการรับงานของ ฟรีแลนซ์ เช่นกัน เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน ทำให้การเลือกเปลี่ยนงานมีความสำคัญมากขึ้น

เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน

เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน

เดือนที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนงาน ได้แก่ เดือนมกราคม และ เดือนกุมภาพันธ์

ในช่วงเริ่มต้นของปี (เดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์) นั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับการสมัครงานและได้งานในหลายๆธุรกิจ

เดือนมกราคม โดยปกติจะหลังจากหยุดยาวในช่วงปีใหม่มา การเริ่มงานต่างๆจะเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยเฉพาะการเลือกคัดสรรพนักงานจะรวดเร็วเป็นอย่างมาก จะมีจำนวนการนัดสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์และสัมภาษณ์งานเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมด้วยเป็นช่วงเวลาที่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจอยู่ในออฟฟิศกันเป็นส่วนมาก ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจหากหลายๆคนในช่วงนี้ทราบผลการสัมภาษณ์งานกันอย่างรวดเร็วกว่าช่วงอื่นๆ

อย่าลืมติดตามผลหลังจากผ่านการสัมภาษณ์งาน เนื่องด้วยมีฝ่ายบุคคลโดยเฉพาะในระดับหัวหน้ามีแนวโน้มที่จะวุ่นๆในช่วงนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากการจ้างงานด้วย ดังนั้นหากคุณยังไม่ได้รับการติดต่อหลังจากผ่านไปสัมภาษณ์ไปประมาณ 1 สัปดาห์ คุณควรติดต่อเพื่อติดตามผลต่อ

นอกจากนี้ยังมีอีกสองเหตุผลที่ทำให้สองเดือนนี้โดดเด่นกว่าเดือนอื่นๆ บริษัทส่วนมากจะได้รับงบประมาณการสรรหาพนักงานในช่วงเดือนมกราคม และกิจกรรมการสรรหาพนักงานที่เคยล่าช้าไปเมื่อปลายปีช่วงเดือน พฤศจิกายนและธันวาคมจะเริ่มดำเนินการต่อได้

เรื่องของโบนัสที่มักจะจ่ายในช่วงเดือนธันวาคม ดังนั้นพนักงานหลายๆคนเลือกที่จะรอจนพ้นเดือนมกราคมถึงเลือกเปลี่ยนงาน เรียกว่ารับโบนัสแล้วก็เปลี่ยนงานต่อทันที

เดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม ยังดูดีต่อเนื่อง
สามเดือนนี้ ก็ยังถือเป็นเดือนที่ดีในการสมัครงาน ด้วยหลายๆเหตุผลเช่นกัน

ความนิยมในการจ้างพนักงานในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มักต่อเนื่องยาวจนไปถึงเดือนเมษายน ดังนั้นสามเดือนต่อมายังถือเป็นช่วงเวลาในการหางานและสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานใหม่
แต่คุณต้องไม่ลืมว่า ยิ่งมีการสมัครงานมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีการแข่งขันสูงระหว่างผู้หางานด้วยเช่นกัน อย่าลืมเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งานไว้ด้วย

ยิ่งใกล้ช่วงเดือนเมษายน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีวันหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ ทำให้บริษัทต่างๆต้องเร่งกระบวนการสัมภาษณ์งานจนได้พนักงานใหม่ให้เร็วยิ่งกว่าเดิม เพราะหลายๆคนเลือกที่จะลาพักร้อนในช่วงนี้ทำให้เกิดความยากที่จะทำให้จบกระบวนการสรรหาคนกว่าเดิม ฝ่ายบุคคลเลยมักต้องเร่งขั้นตอนให้เร็วกว่าเดิม ผลดีคือการสมัครงานหรือสัมภาษณ์งานในช่วงนี้มักใช้เวลาไม่นานก็จะรู้ผลเร็วกว่าปกติ

สมัครงานในช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม เหนื่อยหน่อยนะ
ในช่วงสามเดือนนี้ถือว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสมัครงาน เหล่าผู้จัดการหรือหัวหน้ายังคงใช้วันหยุดพักร้อนต่อเนื่อง และทำให้เกิดการสัมภาษณ์หรือตัดสินใจพิจารณาเลือกผู้สมัครงานยากยิ่งกว่าเดิม

บริษัทต่างๆมักหาพนักงานมาเติมเต็มในช่วงต้นปีไปแล้ว ดังนั้นจึงเปิดรับตำแหน่งน้อยลงกว่าเดิมในช่วงเดือนถัดไป ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีตำแหน่งงานว่างเหมือนเคย เพียงแต่คุณต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง คุณอาจพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเนื่องจากมีการสมัครงานในช่วงนี้น้อย ใบสมัครงานของคุณจะโดดเด่นในตำแหน่งที่สมัครงานยิ่งกว่าเดิมในช่วงนี้ทันที

การให้เวลากับผู้สัมภาษณ์งานและใจเย็นในการรอการตัดสินใจจากบริษัทเป็นสิ่งที่คุณควรมีในช่วงเวลานี้ ยังเหลือช่วงเวลาอีกสามเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสมัครงานเช่นกัน

สองเดือนสุดท้าย กันยายน ตุลาคม ยังถือว่าดี
คุณคงงงๆกึ่งประหลาดใจว่าทำไมสองเดือนนี้ยังเป็นหนึ่งในช่วงเวลาทีดีในการสมัครงาน (เช่นเดียวกันกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์)

เหตุผลคือ เมื่อหมดช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การสรรหาคนจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วอีกครั้งจากการที่เหล่าผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจจ้างงานกลับจากการลาหยุดพักร้อน การนัดสัมภาษณ์งานจำนวนหลายคิวรวมถึงการลดขั้นตอนในการทำงานและรอ ช่วยให้กระบวนการสรรหาคนลื่นไหลและจบได้เร็วยิ่งขึ้น

ถามว่าแล้วสองเดือนนี้ดีกว่าเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์หรือไม่ ? จริงๆแล้วเหมือนการวัดดวงกับธุรกิจที่คุณเลือกสมัครงาน ถ้าเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่สุดของปีในการสมัครงานแล้ว กันยายนและตุลาคมก็ถือเป็นอีกสองเดือนที่ดีเช่นเดียวกัน

พฤศจิกายน และ ธันวาคม วัดดวงบนความไม่แน่นอน
ข่าวร้ายคือในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนั้นจะมีเวลาการดำเนินการในเรื่องการสัมภาษณ์งานและตัดสินใจจากผู้บริหารช้ายิ่งกว่าเดิม โดยส่วนมากผู้จัดการฝ่ายและแผนกบุคคลจะหยุดการสรรหาพนักงานใหม่โดยโยกไปเริ่มใหม่ปีหน้า รวมถึงเรื่องงบประมาณที่จะได้ในปีหน้าและหลายๆคนเริ่มลาหยุดยาวรับปีใหม่กันเรียบร้อย

หากคุณคาดหวังการเรียกสัมภาษณ์งานในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คุณควรต้องทำใจเรื่องการพิจารณาใบสมัครงานของคุณ เพราะ HR อาจเริ่มพิจารณาในช่วงปีถัดไป

เชื่อหรือไม่ ปลายเดือนธันวาคม กลายเป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสมัครงาน ?
เทคนิคอีกอย่าง คือการส่งใบสมัครงานในช่วงปลายเดือนธันวาคม เพื่อที่เมื่อเปิดงานต้นปีมา ใบสมัครงานของคุณจะอยู่ลำดับแรกๆในการคัดกรองใบสมัครงานของ HR หากคุณสามารถรอได้ ลองส่งใบสมัครงานช่วงปลายเดือนธันวาคม หากคุณผ่านการคัดเลือก คุณอาจได้เริ่มงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม

จำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ มาพร้อม Microsoft Office Home & Student 2019

เลอโนโวประกาศความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการติดตั้งโปรแกรมMicrosoft Office Home & Student 2019 บนเครื่องคอมพิวเตอร์เลอโนโวระบบปฏิบัติการ Windows 10 โดยการร่วมมือในครั้งนี้ส่งผลให้ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์เลอโนโว จำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ มาพร้อม Microsoft Office Home & Student 2019 ที่ประกอบด้วย Microsoft Word, Excel, PowerPoint และ Onedrive ได้ตลอดอายุการใช้งานเครื่อง

จำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ มาพร้อม Microsoft Office Home & Student 2019

จำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ มาพร้อม Microsoft Office Home & Student 2019

ผลิตภัณฑ์เลอโนโวที่ติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่งาน Commart Joy 2019 จะมาพร้อม Office แอปที่สำคัญอย่าง Microsoft Word, Excel และ PowerPoint ซึ่งผู้ใช้สามารถทำการอัพเดทแอปดังกล่าวเพื่อรับฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆเพื่อปรับปรุงคุณภาพการใช้งานเครื่องและความปลอดภัยได้ตลอดอายุการใช้งาน การติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 ในเครื่องคอมพิวเตอร์เลอโนโวจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานโดยสามารถเปิดใช้เครื่องเพื่อเริ่มทำรายงานหรือพรีเซนเทชั่นได้ทันทีหลังตั้งค่าเครื่องเสร็จสมบูรณ์

นอกจากนี้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 ยังมาพร้อมบริการพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาว์ของ Microsoft OneDrive ฟรีถึง 5GB ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บและแชร์ข้อมูลไปยังดีไวซ์อื่นๆได้อย่างปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์เลอโนโวที่มาพร้อมโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 และจะวางจำหน่ายในประเทศไทยมีดังนี้

– Legion Y540, Y545, Y7000 และ Y740

– Yoga S730, S740, S940, C640, C740 และ C940

– IdeaPad D330, C340, L340 Gaming, S340 และ S540

– IdeaCentre A340 และ A540

คุณธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว ประจำภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า “ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Intelligent Transformation เลอโนโวมุ่งมั่นศึกษาและค้นคว้าหาวิธีในการตอบสนองความต้องการรวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงานของลูกค้าให้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น การร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ซึ่งการติดตั้งโปรแกรม Office ที่มาพร้อมในผลิตภัณฑ์เลอโนโวจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ในทันทีที่ต้องการ”

คุณแอน เลอพิสซิเยร์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและดีไวซ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไมโครซอฟท์ กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายของไมโครซอฟท์คือการเป็นกำลังสำคัญให้ทุกองค์กรและทุกๆ คนทั่วทุกมุมโลกได้บรรลุผลสำเร็จที่ดียิ่งกว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีพันธมิตรที่ก้าวไปถึงจุดมุ่งหมายนี้ด้วยกัน ความร่วมมือกับเลอโนโวในครั้งนี้ ถือเป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในตลาดพีซีประเทศไทย ที่มีการติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2019 บนดีไวซ์ Windows 10 และด้วยเครื่องมือที่ครบครันนี้ ลูกค้าของเราจะสามารถสร้างสรรค์งานที่ครบเครื่องในทุกจังหวะของชีวิตและการทำงาน ทั้งยังปกป้องข้อมูลของลูกค้าให้ปลอดภัยอีกด้วย”

งาน Commart Joy 2019 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2562 เลอโนโวได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายเพื่อมอบให้กับผู้มาซื้อสินค้าที่บูธเลอโนโวทุกท่านกับผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานทั่วไปในตระกูล IdeaPad, IdeaCentre, MIIX และ Yoga หรือผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์สำหรับคอเกมอย่าง Legion

ข้อเสนอพิเศษในงาน Commart Joy 2019 มีดังนี้

· ซื้อ Legion Y540 ที่มาพร้อม Microsoft Office Home & Student 2019 ในราคา 28,990 บาท รับเกมมิ่งเม้าส์ Lenovo M200, แผ่นรองเกมมิ่งเม้าส์ Lenovo และ กระเป๋าสะพายไหล่ Legion ฟรี

· ซื้อ IdeaPad330 ในราคา 12,990 บาท รับฟรี เม้าส์ Lenovo 300 USB

· ซื้อ MIIX520 ในราคา 32,990 บาท รับฟรี กระเป๋าเป้ Lenovo ขนาด 15.6 นิ้ว และ Voucher บัตรชมภาพยนต์ 2 ใบ

· ซื้อ IdeaCentre AIO A340 ในราคา 24,990 บาท รับฟรี ลำโพงบลูทูธรุ่น Creative Nuno Micro

เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Lenovo ภายในงานและเก็บใบเสร็จมาแลกซื้อพรินเตอร์ของ Brother เพื่อรับบัตรของขวัญเซ็นทรัล หรือ เทสโก้ โลตัส มูลค่าสูงสุด 2,000 บาทฟรีทันที

X9500G Series สุดคมชัด ด้วยชิปประมวลผล X1 ลดสูงสุดถึง 25%

ทีวีบราเวียใหม่ล่าสุดอีกกว่า 18 รุ่น (6 ซีรี่ส์) นำโดย BRAVIA 4K HDR LCD TV (บราเวีย โฟร์เค เอชดีอาร์ แอลซีดี ทีวี) X9500G Series ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีภาพที่ดีที่สุดของโซนี่ในปัจจุบัน ให้ประสบการณ์ในการรับชมสุดคมชัดจากหน้าจอความละเอียดแบบ 4K HDR และชิปประมวลผลภาพใหม่เอกสิทธิ์ของโซนี่ X1™ Ultimate พร้อมด้วยระบบ Back Light แบบ Full-Array Local Dimming และ X-tended Dynamic Range™ ที่ช่วยเพิ่มระดับคอนทราสต์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าทีวีแอลอีดีทั่วไปถึง 6 เท่า นอกจากนี้ยังมีระบบแทรกภาพ Motion Clarity ช่วยแทรกภาพเฉพาะจุดที่เคลื่อนไหว ทำให้ความสง่างของจอภาพไม่ถูกลดทอนลงไป

X9500G Series สุดคมชัด ด้วยชิปประมวลผล X1 ลดสูงสุดถึง 25%

X9500G Series สุดคมชัด ด้วยชิปประมวลผล X1 ลดสูงสุดถึง 25%

ยกระดับประสบการณ์บันเทิงให้เต็มอิ่มกว่าเดิมด้วยระบบเสียงใหม่ล่าสุด Acoustic Multi-Audio ที่ให้เสียงเหมือนกับออกมาจากจอทีวี ให้ความรู้สึกที่สมจริงยิ่งขึ้น รองรับระบบปฏิบัติการ Android TV เวอร์ชั่น 8 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด อีกทั้งยังเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ทั้งภาพและเสียงยิ่งขึ้นด้วยระบบ Dolby Vision™ และ Dolby Atmos™ รวมทั้งสะดวกสบายในการค้นหารายการโปรดด้วยระบบ Hand-free Voice Search สั่งงานด้วยเสียงพูดผ่านทีวีได้โดยตรง ทีวี บราเวีย X9500G Series จะเริ่มวางจำหน่าย 2 รุ่น คือ 65X9500G ขนาด 65 นิ้ว ราคา 74,990 บาท และ 55X9500G ขนาด 55 นิ้ว ราคา 49,990 บาท

พร้อมกันนี้ โซนี่ยังได้วางจำหน่ายทีวีบราเวียรุ่นอื่น ๆ เพื่อครอบคลุมความต้องการใช้งานของลูกค้าที่หลากหลาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

· X8500G Series – โดดเด่นด้วยชิปประมวลผลภาพ 4K HDR Processor X1™ รองรับสัญญาณภาพที่ 100/120 Hz ระบบแทรกภาพอัจฉริยะ Motionflow auto เทคโนโลยีหน้าจอ Triluminos แสดงสีสันได้มากกว่าจอทีวีทั่วไป ระบบเสียงใหม่ล่าสุด Acoustic Multi-Audio ยกระดับการฟังเสียงในการชมภาพยนตร์เสมือนเสียงออกมาจากหน้าจอทีวี ระบบปฏิบัติการ Android TV เวอร์ชั่น 8 (เฉพาะรุ่น 75, 65, และ 55 นิ้ว) รองรับสัญญาณภาพ Dolby Vision และการถ่ายทอดสัญญาณเสียง Dolby Atmos (เฉพาะรุ่น 75, 65, และ 55 นิ้ว) วางจำหน่าย 4 รุ่นด้วยกันคือ 75X8500G ขนาด 75 นิ้ว ราคา 89,990 บาท 65X8500G ขนาด 65 นิ้ว ราคา 59,990 บาท 55X8500G ขนาด 55 นิ้ว ราคา 37,990 บาท และ 49X8500G ขนาด 49 นิ้ว ราคา 28,990 บาท และพิเศษสำหรับขนาด 65 นิ้ว และ 55 นิ้ว จะมีสีเงินเพิ่มเข้ามาให้เลือกสรรด้วย

· X8000G Series – หน้าจอความละเอียดแบบ 4K HDR พร้อมเทคโนโลยีหน้าจอ Triluminos แสดงสีสันได้มากกว่าจอทีวีทั่วไป มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android TV เวอชั่น 7 ค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่าน Voice search, ติดตั้งแอพฯ เพิ่มเติมจาก Play Store, และเชื่อมต่อกับมือถือผ่านฟังก์ชัน Chromecast ได้ วางจำหน่ายพร้อมกัน 5 รุ่น คือ 75X8000G ขนาด 75 นิ้ว ราคา 69,990 บาท 65X8000G ขนาด 65 นิ้ว ราคา 40,990 บาท 55X8000G ขนาด 55 นิ้ว ราคา 27,990 บาท 49X8000G ขนาด 49 นิ้ว ราคา 24,990 บาท และ 43X8000G ขนาด 43 นิ้ว ราคา 21,990 บาท

· X7000G Series – หน้าจอความละเอียดแบบ 4K HDR พร้อมเทคโนโลยีหน้าจอ Triluminos ระบบ Smart TV ใหม่ล่าสุดจากโซนี่ มาพร้อมแอพ Browser สามารถค้นหา YouTube ด้วยภาษาไทย และหาคลิป VDO จากอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น USB และ External HDD ได้ ทำให้ลูกค้าคนไทยใช้งานได้สะดวกขึ้น วางจำหน่าย 4 รุ่นด้วยกัน คือ 65X7000G ขนาด 65 นิ้ว ราคา 37,990 บาท 55X7000G ขนาด 55 นิ้ว ราคา 25,990 บาท 49X7000G ขนาด 49 นิ้ว ราคา 23,990 บาท และ 43X7000G ขนาด 43 นิ้ว ราคา 18,990 บาท

· W800G Series – หน้าจอความละเอียดแบบ Full HD รองรับสัญญาณภาพ HDR ระบบปฏิบัติการ android tv เวอชั่น 7, ค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่าน Voice search, ติดตั้งแอพเพิ่มเติมจาก Play Store, และเชื่อมต่อกับมือถือผ่านฟังก์ชัน Chromecast ได้ เริ่มวางจำหน่ายในรุ่น 43W800G ขนาด 43 นิ้ว ราคา 18,990 บาท

· W660G Series – หน้าจอความละเอียดแบบ Full HD รองรับสัญญาณภาพ HDR ระบบ Smart TV ใหม่ล่าสุดจากโซนี่ มาพร้อมแอพ Browser สามารถค้นหา YouTube ด้วยภาษาไทย และหาคลิป VDO จากอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น USB และ External HDD ได้ ทำให้ลูกค้าคนไทยใช้งานได้สะดวกขึ้น วางจำหน่าย 2 รุ่นคือ 50W660G ขนาด 50 นิ้ว ราคา 16,990 บาท และ 43W660G ขนาด 43 นิ้ว ราคา 13,990 บาท

พบกับทีวีบราเวียรุ่นใหม่ทุกรุ่นและรุ่นอื่น ๆ รวมถึงอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 25% และโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย อาทิ ผ่อนชำระ 0% พร้อมรับเครดิตเงินคืน 10%* เลือกผ่อนชำระนานสูงสุด 24 เดือน* รับสิทธิ์แลกซื้อสินค้าในราคาเพียง 50% รับประกันนานสูงสุด 39 เดือนสำหรับทีวีบราเวียที่ร่วมรายการ เป็นต้น กับแคมเปญ Sony Days 2019 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 สิงหาคม ศกนี้ ที่โซว์รูมโซนี่ สโตร์ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูล โซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

ของขวัญพิเศษเอาใจแฟนซุปเปอร์ฮีโร่ ต้อนรับการเข้าฉาย X-Men: Dark Phoenix

อีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ หลังเสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก จับมือกับ 20th Century Fox สตูดิโอผู้ผลิตภาพยนตร์ชื่อดังจากประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าชาวไทยที่ซื้อ เรดหมี่ โน้ต 7 ให้สัมผัสพลังแบบเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่แบบจัดเต็ม ปรากฏการณ์แห่งปีในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันของซุปเปอร์ฮีโร่ ระหว่าง เรดหมี่ โน้ต 7 สมาร์ทโฟนซุปเปอร์ฮีโร่ของเสียวหมี่ และ X-Men ซุปเปอร์ฮีโร่จากฝั่ง 20th Century Fox เพื่อฉลองเปิดตัวภาพยนตร์ที่ทุกคนทั่วโลกรอคอย ด้วยดีลสุดพิเศษจากเสียวหมี่ ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนเป็นต้นไป

ของขวัญพิเศษเอาใจแฟนซุปเปอร์ฮีโร่ ต้อนรับการเข้าฉาย X-Men Dark Phoenix

ของขวัญพิเศษเอาใจแฟนซุปเปอร์ฮีโร่ ต้อนรับการเข้าฉาย X-Men: Dark Phoenix

ผู้ที่ซื้อ เรดหมี่ โน้ต 7 จะได้รับของสมนาคุณพิเศษจากเสียวหมี่ที่ร่วมกับ X-Men ซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เคสมือถือ แหวนยึดโทรศัพท์ เสื้อยืด X-Men และของขวัญอื่นๆ อีกมากมาย โดยข้อเสนอพิเศษนี้มีจำนวนจำกัดถึงวันที่ 24 มิถุนายนนี้เท่านั้น ที่ ไอคอนสยาม เมกาบางนา และร้านจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการของเสียวหมี่สาขาซีคอนสแควร์

สำหรับผู้ที่เยี่ยมชมร้านจัดจำหน่ายทั้ง 3 แห่งนี้ ยังจะมีโอกาสร่วมลุ้นรางวัลของสมนาคุณที่จัดเตรียมขึ้นเป็นพิเศษนี้ด้วยเช่นกัน เพียงถ่ายภาพของท่านในบูธถ่ายภาพของเสียวหมี่ แล้วแชร์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมเปิดสถานะเป็นสาธารณะ และใส่แฮชแท็ก #UnleashYourPower#RedmiNote7 แล้วเตรียมลุ้นรับเสื้อยืด X-Men จำนวน 30 รางวัล โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ผ่านช่องทางเฟชบุ๊คของเสียวหมี่

เรดหมี่ โน้ต 7 รวบรวมสุดยอดฟีเจอร์ซุปเปอร์ฮีโร่เอาไว้มากมาย ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับสมาร์ทโฟนระดับตำนานจากเสียวหมี่

· ที่สุดของกล้องถ่ายภาพในสมาร์ทโฟนระดับเดียวกัน ด้วยกล้องหลังคู่ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล

· ประสิทธิภาพทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 660

· คุณภาพเหนือระดับ ครอบด้วยกระจก Corning® Gorilla® Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

· จอแสดงผล Dot Drop ขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว ให้หน้าจอที่สวยสะดุดตา ด้วยความละเอียดระดับ FHD+

· แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 4000mAh สามารถรับชมวีดิโอต่อเนื่องยาวนาน 13 ชั่วโมง และเล่นเกมส์ต่อเนื่องยาวนาน 7 ชั่วโมง

เรดหมี่ โน้ต 7 มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Nebula Red วางจำหน่าย ณ ร้านค้าที่ได้รับการแต่งตั้งของ Mi ทั่วประเทศ โดยรุ่น RAM 4GB/64GB ราคา 6,599 บาท และรุ่น RAM 4GB/128GB ราคา 6,799 บาท

เพื่อร่วมฉลองแคมเปญ X-Men ในครั้งนี้ เสียวหมี่ ได้เชิญ Mi Fans จำนวน 150 คน เข้าร่วมชมภาพยนตร์รอบพิเศษ X-Men: Dark Phoenix ที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ด้วย

วันพาสเวิร์ดโลก เมื่อพาสเวิร์ดอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปี

เมื่อพาสเวิร์ด ได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปีต่อจากนี้ อย่างไรก็ดีเรายังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกวันนี้เรายังต้องพิมพ์พาสเวิร์ดทุกครั้งเมื่อเราเปิดคอมพิวเตอร์ ซื้อสินค้าออนไลน์ หรือเมื่อทำการชำระเงิน วันพาสเวิร์ดโลก เพิ่งจะผ่านพ้นไปไม่นาน ถึงเวลาแล้วที่จะย้ำให้ทราบโดยทั่วกันว่าการใข้พาสเวิร์ดนั้นมีมานานกว่า 50 ปี ริเริ่มโดย เฟอร์นานโด คอร์บาโต้ ในปี พ.ศ. 2503 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้มีการพัฒนาวิธีการระบุตัวตนในรูปแบบอื่น ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย อ้างอิงจากผลการวิจัยของยูโรมอนิเตอร์ แสดงให้เห็นว่ามีการระบุตัวตนด้วยวิธีการต่างๆ มากถึง 52 ล้านล้านครั้งในปี พ.ศ. 2559 อย่างไรก็ตามวิธีการที่คุ้นเคยอย่างการใส่พาสเวิร์ด ยังถือเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้บริโภคที่มีความอดทนสูง เพราะมีโอกาสที่จะลืมพาสเวิร์ด โดนขโมยข้อมูล หรือความยุ่งยากในการพิมพ์พาสเวิร์ดลงในแป้นพิมพ์ขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันได้มีวิธีการยืนยันตัวตนอีกหลายรูปแบบที่ปลอดภัยกว่าการใช้พาสเวิร์ด

วันพาสเวิร์ดโลก เมื่อพาสเวิร์ดอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปี

วันพาสเวิร์ดโลก เมื่อพาสเวิร์ดอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปี

วีซ่า เชื่อว่าอุตสาหกรรมการชำระเงินสามารถเปลี่ยนวิธีการระบุตัวตนเป็นวิธีอื่นนอกจากพาสเวิร์ดได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ความก้าวหน้าในการตรวจสอบการยืนยันตัวตน และเทคโนโลยีในการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลได้ทำให้ขั้นตอนในการระบุตัวตนของผู้ถือบัตร (หรือ cardholder verification methods: CVM) อาทิ ลายเซ็น และ PIN เป็นทางเลือกสำหรับร้านค้าและผู้ออกบัตรในบางสถานการณ์ และเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ลายเซ็นกลายเป็นเพียงตัวเลือกในการระบุตัวตนสำหรับร้านค้าในเครือข่ายการชำระเงินของวีซ่าที่รองรับบัตร ชิป EMV® ความสามารถในการักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยชิปที่ฝังอยู่ในบัตร นอกจากนั้นสถาบันการเงินและร้านค้าต่างๆ สามารถแชร์ข้อมูลกันได้มากกว่าเดิมถึงสิบเท่าเพื่อเข้าสู่การตัดสินใจในการบริหารความเสี่ยงเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ถือบัตรที่ทำการซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยไม่ต้องให้ผู้บริโภคทำการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ยังช่วยป้องกันและตรวจจับการฉ้อโกงบัตรได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงเปรียบเสมือนใบเบิกทางให้กับความเป็นไปได้ใหม่ๆสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจในระบบความปลอดภัยของการชำระเงินมากยิ่งขึ้น

จากการที่ระบบนิเวศมีวิวัฒนาการความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้วีซ่าเล็งเห็นความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะสามารถลดหรือข้ามขั้นตอนการตรวจสอบในรูปแบบเดิม ๆได้ ผ่านการบูรณาการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และไบโอเมตริกซ์

จากผลสำรวจของวีซ่าใน พ.ศ. 2561 เผยให้เห็นว่าผู้บริโภคยินดีที่จะใช้ไบโอเมตริกซ์ เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการใช้พาสเวิร์ด โดย 86 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคที่ทำแบบสำรวจสนใจที่จะลองใช้ไบโอเมตริกซ์เพื่อยืนยันตัวตนหรือทำการชำระเงิน นอกจากนี้มากกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของผู้ทำแบบสำรวจมีความคุ้นเคยกับการใช้ไบโอเมตริกซ์ ประกอบกับความก้าวหน้าในอุปกรณ์มือถือที่ส่งผลให้การแสกนลายนิ้วมือนั้นมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และการใช้เสียงเพื่อยืนยันตัวตนมีความแม่นยำมากขึ้น ปัจจุบันอาจถึงเวลาแล้วที่จะนำเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์มาใช้ในแอพพลิเคชั่นของธนาคารเพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า

สำหรับบุคคลที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ผู้ผลิตอุปกรณ์มือถือได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการขโมยข้อมูลไบโอเมตริกซ์ โดยได้มีการจัดเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องของผู้ใช้แทนที่จะเก็บไว้ในคลาวด์ และเข้ารหัสแม่แบบไบโอเมตริกซ์ ด้วยการแทนคุณลักษณะไบโอเมตริกซ์จริงด้วยอัลกอริทึม วิธีการนี้จะช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถเลือกที่จะจัดเก็บข้อมูลหรือลบข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ ความแม่นยำในการยืนยันตัวตน ยังถูกเสริมให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการตรวจจับแบบ liveness ที่ใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือและซอฟต์แวร์ที่สามารถแยกแยะได้ว่าลายนิ้วมือนั้นถูกคัดลอกมาหรือไม่ หรือการสแกนใบหน้าเป็นหน้ากากหรือใบหน้าของบุคคลจริง

เป็นระยะเวลาประมาณ 6 ปีที่สมาร์ทโฟนได้ทำเทคโนโลยีแสกนลายนิ้วมือมาใช้ และด้วยช่วงเวลาสั้นๆ นี่เองผู้บริโภคกลับมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการยืนยันตัวตนที่สะดวกและรวดเร็วขึ้นนั้น จะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของสินค้าและบริการในระบบดิจิตอล และความอดทนของผู้บริโภคที่ต้องจดจำพาสเวิร์ดสำหรับทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ดังนั้นการที่จะยกเลิกการใช้พาสเวิร์ดแล้วเปลี่ยนเป็นวิธีการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์นอกจากจะเป็นสิ่งที่จำเป็นแล้ว และยังสามารถเริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เคล็ดลับการรักษาความปลอกภัยขั้นพื้นฐานสำหรับการเข้าสู่ระบบ

สลับไปใช้วิธีการระบุตัวต้นแบบไบโอเมตริกซ์ หากสามารถทำได้
วิธีการระบุตัวต้นผ่านระบบไบโอเมตริกซ์ที่ใช้ข้อมูลทางชีวภาพนั้นทำซ้ำได้ยากกว่าการใช้พาสเวิร์ดปกติ เพราะอาชญากรจะต้องใช้ขั้นตอนพิเศษในการขโมยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของคุณเพื่อกระทำการฉ้อโกง ในปัจจุบัน อุปกรณ์มือถือและแอพพลิเคชั่นจำนวนมากเสนอตัวเลือกให้ผู้ใช้เปลี่ยนวิธีการระบุตัวตนผ่านระบบไบโอเมตริกซ์ เพื่อเสริมความปลอดภัยในการระบุตัวตนและการทำธุรกรรมทางการเงิน

เปิดระบบการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
ไม่มีโซลูชั่นใดที่สามารถป้องกันการโจรกรรมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการแจ้งเตือนจึงเป็นวิธีการป้องกันที่ดี ในกรณีที่ข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบของคุณถูกบุกรุก คุณจะได้รับการแจ้งเตือนหากมีการเข้าถึงบัญชีของคุณจากอุปกรณ์ใหม่เป็นครั้งแรก แม้ว่าข้อมูลรับรองที่ใช้จะถูกต้องก็ตาม

ใช้เครื่องมือจัดการพาสเวิร์ดเพื่อจัดการและสร้างรหัสผ่านที่ซับซ้อนและรัดกุมมากขึ้น
หากคุณไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบไบโอเมตริกซ์เพื่อยืนยันตัวตน การใช้เครื่องมือจัดการพาสเวิร์ดที่เชื่อถือได้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อจัดเก็บพาสเวิร์ดสำหรับบัญชีออนไลน์ของคุณ เครื่องมือจัดการพาสเวิร์ดหลายที่ยังสามารถช่วยสร้างรหัสผ่านที่ซับซ้อนและรัดกุมสำหรับคุณ เพื่อความปลอดภัยชั้นสูงอีกด้วย

EMV® เป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้ทำการจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ

และยังไม่ได้จดทะเบียนในบางประเทศ เครื่องหมายการค้า EMV เป็นของบริษัท EMVCo, LLC.

เดินหน้าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เต็มสูบผุดวีดีโอไวรัลเร่งโปรโมทแอปฯ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผุดภาพยนตร์โฆษณาไวรัล 2 เวอร์ชั่น อัดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเต็มแรง ต่อยอดโปรโมทแอปพลิเคชั่นช่างไฟชไนเดอร์ และร้านค้าปลีก เดินหน้าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เต็มสูบผุดวีดีโอไวรัลเร่งโปรโมทแอปฯ เผยเป็นเจ้าแรกของวงการที่ยกระดับการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการส่งเสริมการขาย ในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น สร้างแรงขับเคลื่อนรายได้ให้กับช่างไฟ และร้านค้าปลีกที่ขายอุปกรณ์ไฟฟ้าของชไนเดอร์ อิเล็คทริค อาทิ ตู้ไฟ เซอร์กิตเบรกเกอร์แบบต่างๆ สวิตช์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านการสร้างรายได้ให้กับช่างไฟและร้านค้าปลีกให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในยุคนี้

เดินหน้าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เต็มสูบผุดวีดีโอไวรัลเร่งโปรโมทแอปฯ

เดินหน้าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เต็มสูบผุดวีดีโอไวรัลเร่งโปรโมทแอปฯ

นายกุศล กุศลส่ง รองประธานฝ่ายธุรกิจค้าปลีก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เผยว่า ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ในปี 2561 ที่ผ่านมาเราได้เปิดตัว แอปพลิเคชั่น mySchneider Electrician แอปพลิเคชั่นสำหรับช่างไฟ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่เป็นอย่างดี และล่าสุดแอปพลิเคชั่น mySchneider Retailer สำหรับร้านไฟฟ้า ที่จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ซึ่งนับเป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกและให้ประโยชน์กับผู้ใช้งานผ่านอุปกรณ์สื่อสารคู่กายที่ขาดไม่ได้ในสมัยนี้”

และเพื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาไวรัล ที่มีเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย ที่ชมแล้วต้องอมยิ้ม แต่ได้รับสารที่เราต้องการจะสื่อแบบเต็มๆ เพราะกลุ่มเป้าหมายคือช่างไฟฟ้า และเจ้าของร้านค้าปลีกที่จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ต้องการการสื่อสารแบบตรงประเด็น

“ด้วยความสามารถของแอปพลิเคชั่นสำหรับช่างไฟ และสำหรับร้านค้า ที่ต้องมีความเชื่อมโยงกันในการใช้งาน เราจึงสร้างภาพยนตร์โฆษณาไวรัลของชไนเดอร์ อิเล็คทริค จำนวน 2 เวอร์ชั่น โดยจะส่งเข้าสู่โลกออนไลน์พร้อมๆ กัน โดยชิ้นแรก แอปพลิเคชั่น mySchneider Electrician สำหรับช่างไฟฟ้า มีเนื้อหาสนุกสนาน สำหรับช่างไฟที่ต้องการหาทางออกในการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การค้นหาร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ การคำนวณราคาสินค้าพร้อมสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้า อีกทั้งยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นถ่ายภาพสินค้าเพื่อแลกรับเงินคืนได้อย่างรวดเร็วทันใจ ซึ่งก่อนจะมีแอปฯ นี้ ช่างไฟจะต้องส่งฉลากผ่านทางไปรษณีย์เท่านั้น สำหรับแอปพลิเคชั่น mySchneider Retailer เรามุ่งไปที่ร้านค้าที่ขายอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อขายผลิตภัณฑ์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ควบคู่กับการใช้แอปฯ จะช่วยให้ร้านค้าได้รับออเดอร์จากช่างไฟที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ขายของพวกเขาได้ง่ายขึ้น ซึ่งทุกการสั่งซื้อผ่านแอปฯ ทั้งร้านค้าและผู้ซื้อจะได้รับคะเนนสะสม เพื่อนำไปแลกรับรางวัลต่อไป” นายกุศลเสริม

ประสบการณ์ ZERO LATENCY THAILAND สนามแข่งขัน Virtual Reality

เปิดประสบการณ์ระดับพรีเมียมสู่ความท้าทายใหม่กับวงการ E-sports ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อบริษัท Tomorrow Entertainment หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจเอนเตอร์เทนเม้นต์แห่งเอเชีย ได้นำระบบเทคโนโลยีสุดล้ำนวัตกรรมแห่งโลกอนาคตอย่าง ZERO LATENCY สนามแข่งขัน Virtual Reality ในระบบไร้สายเจ้าแรกของโลกจากเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้บริษัท Active Entertainment ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ความตื่นเต้นในรูปแบบเกมเสมือนจริงระดับโลกเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยชูจุดเด่นที่เทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทั้งยังสามารถเล่นเกมได้แบบมัลติเพลย์เยอร์บนสนามแห่งความมันส์ในพื้นที่ขนาดยักษ์กว่า 400 ตารางเมตร ที่สามารถรองรับการเล่นพร้อมกันได้มากสูงสุดถึง 8 คน บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานครอย่าง โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์

สนามแข่งขัน Virtual Reality

ประสบการณ์ ZERO LATENCY THAILAND สนามแข่งขัน Virtual Reality

สําหรับไฮไลท์ของ ZERO LATENCY คือการคัดสรรและรวบรวมเกมที่มีความหลากหลายและความสนุกที่แตกต่างกันไป มารวมไว้ ณ สนามเสมือนจริงแห่งนี้ โดยเฉพาะกับการเปิดตัวเกมใหม่ล่าสุดอย่าง เกม SOL-RAIDERS ซึ่งเป็นเกมแบบ PVP (Player Versus Player) ที่สามารถแบ่งฝั่งเพื่อต่อสู้กันได้แห่งแรกในประเทศไทย กับการทำภารกิจวางแผนร่วมกันในทีมเพื่อต่อสู้กับศัตรูเหล่าร้ายและเอาตัวรอดให้ได้ จากโลกที่ทรัพยากรธรรมชาติกำลังจะถูกทำลายจนหมดสิ้น ทีมที่จะได้ไปต่อยังโลกแห่งใหม่จะต้องทำภารกิจร่วมกันให้สำเร็จ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ภารกิจ ด้วยกันที่จะให้ผู้เล่นได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่หลากหลาย ผู้เล่นทีมที่แข็งแกร่งกว่าจะเป็นผู้รอดชีวิตและได้ไปต่อยังโลกแห่งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ ZERO LATENCY ยังมีเกมสุดมันส์อีกมากมาย ที่คว้ารางวัลเกมใหม่ยอดเยี่ยมจากเวที IAAPA มาแล้ว เช่น ENGINEERIUM, SINGULARITYและ ZOMBIE SURVIVAL

โดยผู้เล่นแต่ละคนต้องสวมใส่ชุดอุปกรณ์ ซึ่งประกอบไปด้วย หูฟังเฮดเซ็ต กล่องแว่น VR ปืนไลท์กันที่มีลูกบอลเรืองแสง และที่ขาดไม่ได้คือกระเป๋าเป้แบ็คแพ็คบรรจุเครื่องคอมพิวเตอร์คอนโซล Alienware Alpha น้ำหนักเบา เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน โดยกติกาการเล่นจะถูกกําหนดขึ้นแตกต่างกันไปในแต่ละเกม โดยมี GAME MASTER ที่คอยให้คำแนะนำเกมการเล่น และให้การดูแลความปลอดภัยแก่ผู้เล่นอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบกิจกรรมสนุกๆ เพราะสามารถเล่นได้ทั้งคนเดียว และเล่นแบบแท็กทีมกับเพื่อน หรือเล่นเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น

และเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันมีแนวโน้มของผู้ที่สนใจนวัตกรรมเกมการแข่งขัน VR เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทําให้ ZERO LATENCY สนามแข่งขันเกมชั้นนําของโลกจากประเทศออสเตรเลียนี้ กลายเป็นแลนด์มาร์คสําคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสนุกจากทั่วโลก ที่ต้องมาลองสัมผัสประสบการณ์จริงสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่ควรพลาด

ZERO LATENCY ได้เปิดสนามแห่งความมันส์ไปแล้วใน 5 ทวีปกว่า 29 สาขา ใน 18 ประเทศทั่วโลก อย่างอังกฤษ อเมริกา เม็กซิโก ญี่ปุ่น เยอรมัน และแคนาดา เป็นต้น และมีสถานที่แห่งใหม่ล่าสุด คือ กรุงเทพฯ ประเทศไทย ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์แบบแท็กทีมผจญภัยเหนือจินตนาการไปกับสนามแข่งขันเกมเสมือนจริง ด้วยระบบเทคโนโลยีระดับโลกได้แล้ววันนี้ ณ ZERO LATENCY THAILAND ได้ที่ชั้น B โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

“ทำไมถึงคิดจะลาออกจากที่เดิม” เป็นสุดยอดคำถามนิรันดร์กาล ที่ต้องเจอทุกครั้งตอนลาออกจากที่เก่า หรือตอนไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่ ซึ่งก็มีหลายต่อหลายเหตุผลในการลาออกที่จะสามารถเลือกไปตอบได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำตอบเท่านั้น เราต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน แต่ยังรวมถึงการใช้ไหวพริบและการแสดงออกในการตอบคำถามนี้ด้วย รวมถึงฟรีแลนซ์เองก็เช่นกัน ว่าจะทำยังไงให้ยังคงความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทเก่า รวมทั้งทำยังไงให้บริษัทใหม่สนใจในตัวคุณ จนต้องการให้คุณเข้าไปร่วมงานด้วย มีแนวทางการตอบอย่างมีชั้นเชิงมาฝาก

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

1. มองไม่เห็นความไม่ก้าวหน้าในอาชีพ

เมื่อคุณรู้สึกว่างานปัจจุบันที่ทำมันชนกำแพง มองไม่เห็นความก้าวหน้าในอาชีพ แทนที่คุณจะตอบตามความรู้สึกออกไป ให้คุณตอบแบบนี้ดีกว่า…

‘โชคดีที่ฉันได้ทำโปรเจกต์ที่ท้าทายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากับบริษัท ABC มันช่วยให้ฉันได้ฝึกทักษะและเพิ่มความชำนาญในการทำงาน เรื่องการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัทสตาร์ทอัพที่เป็นเทคอย่างมากเลยทีเดียว ทำงานที่นี่ ฉันมีความสุขและสนุกกับงานมาก แต่ฉันคิดว่าตอนนี้น่าจะถึงเวลาที่จะลองไปหาความท้าทายใหม่ ๆ จากอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เพื่อความเติบโตในอาชีพต่อไป’

2. เข้ากับหัวหน้าไม่ได้

หากคุณอยากลาออกจากงาน เพราะไม่ชอบหัวหน้า เข้ากับหัวหน้าไม่ได้ ทำงานด้วยแล้วต้องมีการปะทะกันตลอด มีมุมมองหรือความคิดเห็นไม่ตรงกัน หัวหน้าไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นใคร หรืออาจมีเหตุผลอื่น ๆ อีก แต่คุณไม่ควรเอาเหตุผลพวกนี้ไปตอบ เพราะจะทำให้คุณดูไม่ดี ดูไม่มืออาชีพ คุณควรตอบคำถามให้เป็นไปในทางบวก จะทำให้คุณดูเป็นคนมีความฉลาดทางอารมณ์ และจะดูมีความน่าสนใจมากกว่าพูดแต่เรื่องร้าย ๆ แย่ ๆ ของหัวหน้า แนวทางการตอบ…

‘ฉันเชื่อว่าสไตล์การทำงานที่เข้ากัน หรือเคมีที่ตรงกันของหัวหน้ากับลูกน้องในทีมเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะจะทำให้งานออกมาดี แถมบรรยากาศในการทำงานก็ดีด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เคมีของทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มไม่ตรงกันแล้ว ฉันคิดว่าปัญหาจะเริ่มเกิด การทำงานจะเริ่มติดขัดและยากขึ้น ฉันเลยอยู่ในสถานการณ์บังคับให้ต้องตัดสินใจ ในการหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ใช่ และเข้ากับสไตล์การทำงานของตัวเอง’

3. ต้องการเปลี่ยนสายงาน

เหตุผลในการออกจากงานที่ฟังดูแล้วยากที่จะดึงให้คุณทำงานต่อกับที่ทำงานเก่า คือ คุณต้องการเปลี่ยนสายงาน เปลี่ยนไปทำงานที่คุณชอบ งานที่คุณอยากทำ แต่ไม่ได้เลือกเดินสายนั้นมาตั้งแต่ต้น สมมติว่าคุณเรียนจบไอทีมา งานที่เริ่มทำก็เป็นงานด้านไอที แต่ชอบเขียนนั่นเขียนนี่เป็นชีวิตจิตใจ เลยอยากเปลี่ยนสายงานมาทำงานเขียน คุณอาจจะให้เหตุผลประมาณว่า…

‘ฉันอยากลองเปลี่ยนสายงานมาทำงานเขียนดู เพราะฉันชอบเขียนเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีเขียนเรื่องต่าง ๆ ลงบล็อกของตัวเองอยู่ มันอาจจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ฉันลองค้นหาตัวเองและคิดทบทวนอยู่นานว่าจะเปลี่ยนสายงานดีมั้ย คำตอบคือ ฉันควรลอง เพราะถ้าไม่ลอง ก็ไม่รู้ ว่าฉันก็ทำงานตรงนี้ได้เหมือนกัน’

4. ได้เงินเดือนมากขึ้น

เงินอาจไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่เงินก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เราต้องใช้เพื่อดำรงชีวิต การเปลี่ยนงานเพราะที่ใหม่ให้เงินเดือนสูงกว่า ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ถ้าจะเอาเหตุผลนี้มาบอกแบบทื่อ ๆ ตรง ๆ มันก็ดูเหมือนว่า คุณให้ความสำคัญกับเงินมากกว่างานเกินไป คุณลองตอบแบบนี้ น่าจะดูดีกว่า…

‘หลายปีที่ได้ทำงานกับบริษัท ABC ฉันรู้สึกดีที่บริษัทให้โอกาสฉันได้เรียนรู้การทำงานต่าง ๆ ได้พัฒนาทักษะและศักยภาพในการทำงานมากมาย ฉันได้ประสบการณ์การทำงานจากที่นี่เยอะเลย บรรยากาศในการทำงานที่นี่ก็เป็นกันเอง ทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้อง แต่ฉันคิดว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะ ที่ฉันจะได้ลองไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ที่มากขึ้น’

5. มีเงื่อนไขการทำงานที่ยืดหยุ่น

คนที่ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องงาน แต่มีชีวิตด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น คนที่อยากให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น หรือคนที่อยากให้เวลากับตัวเองมาขึ้น หรือคนที่ชอบทำงานในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียด ก็จะมองหางานที่มีเงื่อนไขการทำงานที่ยืดหยุ่น และนี่คือแนวทางการตอบคำถามของเหตุผลนี้…

‘ฉันเชื่อว่าการทำงานหนัก จะทำให้งานสำเร็จและออกมาดี แต่ฉันคิดว่างานจะดีได้มากขึ้นอีก ถ้าฉันทำงานในสภาพแวดล้อมที่สามารถยืดหยุ่นได้ อย่างเช่นบางวันอาจจะทำงานที่บ้านได้ ทำงานไปด้วย ดูแลลูกเล็กไปด้วย ไม่ต้องมัวพะวงเรื่องลูกเกินไปจนกระทบกับเรื่องงาน หรืออาจจะไปหา co-working space เก๋ ๆ นั่งทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ปิ๊งไอเดียใหม่ ๆ ได้ดีกว่าเดิม หรือจะเป็นการที่มีเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น ก็เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจ และกระตุ้นไอเดียในการทำงานได้มากกว่านั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศตลอดทั้งวัน และทุกวัน น่าเสียดายที่บริษัทปัจจุบันที่ทำอยู่ไม่ได้มีนโยบายนี้ ทำให้ฉันมองหาบริษัทที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่ตอบโจทย์กับตัวฉันเอง’

ไม่ว่าเหตุผลในการออกจากงานของคุณจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่คุณตอบจะต้องเป็นไปในทางบวก ต้องไม่พูดกระทบที่ทำงานเก่า และพยายามทำคะแนนกับที่ทำงานใหม่ ถ้าหัวหน้าคุณถาม ให้คุณตอบแบบถนอมน้ำใจเข้าไว้ ให้จากกันด้วยดี เพราะอนาคตคุณอาจเจอกับหัวหน้าคนเก่าในที่ทำงานใหม่ต่อ ๆ ไปก็ได้ หรือถ้า HR ที่ใหม่ถาม ก็ให้คุณใช้ไหวพริบในการตอบ ให้เหตุผลในทางบวก ใส่ชั้นเชิงในการตอบลงไป ทำให้เค้าประทับใจและเทคะแนนให้คุณให้ได้

เสียวหมี่เปิดตัว สมาร์ทโฟนเรือธง Mi MIX 3 5G และ Mi 9 ณ เมืองบาเซโลน่า

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิด ตัวสมาร์ทโฟน Mi MIX 3 5G ที่รองรับ 5G เป็นตัวแรก โดย Mi MIX 3 5G จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี 5G ผ่านแพลตฟอร์ม Qualcomm® Snapdragon™ 855 ด้วยโมเดม Snapdragon X50 ที่จะปลดปล่อยประสบการณ์ 5G ให้แก่ผู้ใช้ และทำการเปิดตัว Mi 9 หลังจากเปิดตัวไปในประเทศจีนเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ประกาศความพร้อมในการบุกตลาดทั่วโลก โดย Mi 9 เป็นสมาร์ทโฟน เรือธงที่มาพร้อมกับ AI triple camera และระบบการชาร์จไร้สายที่ดีที่สุดในตอนนี้ สามารถชาร์จไฟได้ถึง 20W และขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855 โดยจะเริ่มวางจำหน่าย ในประเทศแถบยุโรปตะวันตกก่อน เริ่มต้นที่ราคา 449 ยูโร (ประมาณ 16,200 บาท)

เสียวหมี่เปิดตัว สมาร์ทโฟนเรือธง Mi MIX 3 5G และ Mi 9 ณ เมืองบาเซโลน่า

เสียวหมี่เปิดตัว สมาร์ทโฟนเรือธง Mi MIX 3 5G และ Mi 9 ณ เมืองบาเซโลน่า

Xiaomi กับเส้นทางสู่ 5G

เสียวหมี่ ได้มองถึงการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ให้รองรับ 5G ตั้งแต่พฤษภาคม 2016 โดยตั้งทีมที่ลงลึกในเรื่องมาตรฐาน 5G และเริ่มค้นคว้าวิจัยนับแต่นั้นมา เสียวหมี่ได้เป็นผู้เข้าร่วมหลักในการทดสอบ 5G ซึ่งจัดโดย China Mobile และประสบ- ความสำเร็จในการทดสอบเชื่อมต่อสัญญาณ n78 ในเดือนกันยายน 2018 และทดสอบคลื่น mmWave (คลื่นมิลลิเมตร) เสร็จเรียบร้อยหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่เจ้าในโลกเท่านั้นที่สามารถทำได้

ด้วยภารกิจที่มุ่งมั่นจะสร้างสรรค์นวัตกรรม เสียวหมี่ได้ริเริ่มพัฒนาความร่วมมือด้านยุทธศาตร์ 5G กับผู้ให้บริการเครือข่าย ที่สำคัญทั่วโลก เช่น 3, Sunrise, TIM, Vodafone และอีกหลายราย ซึ่งลำดับต่อไปที่เสียวหมี่ต้องการจะทำคือสร้างอุปกรณ์ 5G ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ การจะไปให้ถึงจุดนั้นได้ทางเสียวหมี่ได้พยายามอย่างหนักกับทางผู้ให้บริการเหล่านี้ ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา Mi MIX 3 5G และวันนี้ที่ได้ประกาศเปิดตัว Mi MIX 3 5G อย่างเป็นทางการ เสียวหมี่ได้ กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ที่สามารถผลิตโทรศัพท์ 5G ออกมาวางจำหน่ายจริงได้ ซึ่งในงานเปิดตัวเสียวหมี่ ได้ทำการแสดงความพร้อมของ Mi MIX 3 5G ด้วยการโชว์ให้เห็นกันแบบสด ๆ จากเครือข่าย 5G ของ Orange ประเทศสเปน

“เสียวหมี่ ได้ทุ่มเทกำลังความสามารถในการพัฒนาสมาร์ทโฟน 5G และ Mi MIX 3 5G ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความ พยายามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสำหรับทุกคน พวกเรามีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมทำงานกับเหล่า พาร์ทเนอร์ และทำให้ 5G เป็นจริงได้สำหรับผู้คนอีกมากมายบนโลกนี้” มร.หวัง เสียง, รองประธานอาวุโส เสียวหมี่ กล่าว

Mi MIX 3 5G – สมาร์ทโฟนทรงประสิทธิภาพที่พร้อมสำหรับเครือข่ายในอนาคต

จากการผสมผสาน Qualcomm® Snapdragon™ X50 โมเดมสำหรับ 5G ทำให้ Mi MIX 3 5G สามารถเชื่อมต่อกับคลื่น sub-6GHz ที่รองรับความเร็วในการดาวน์โหลดระดับ gigabit-class ซึ่งเร็วกว่าเครือข่าย 4G หลายสิบเท่า นอกจากนี้ Mi MIX 3 5G ยังเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนเครื่องแรก ๆ ที่มาพร้อมกับชิปเซตอันทรงพลังพลังอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 สามารถทำงานหนักได้อย่างยาวนานและมีเสถียรภาพ ด้วยระบบระบายความร้อน Hybrid Cooling System ที่ถูกออกแบบมาใหม่ทั้งหมดเพื่อ Mi MIX 3 5G โดยเฉพาะ

Snapdragon 855 และระบบระบายความร้อนขั้นสูง

ภายใน Mi MIX 3 ติดตั้งแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 ซึ่งใช้สถาปัตกรรมการผลิตที่ 7 นาโนเมตร มีซีพียู Qualcomm Kryo 485 ที่ประกอบไปด้วยตัวประมวลผล 8 แกน เพื่อความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ และการประหยัดพลังงาน ซึ่งการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single Core) เร็วขึ้นจากรุ่นที่แล้วสูงถึง 45% ตัวประมวลผล กราฟฟิก Qualcomm Adreno™ 640 ก็ถูกพัฒนาให้ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 20% และตัวประมวลผลด้าน AI อย่าง Qualcomm AI Engine เจเนอเรชั่นที่ 4 ก็ทำงานได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า

“พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมทำงานกับทางเสียวหมี่มาอย่างยาวนาน ช่วยกันนำนวัตกรรม 5G ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ผ่านสมาร์ทโฟนเรือธง Mi MIX 5G” มร.คริสเตียโน่ เอม่อน ประธานบริษัท Qualcomm Incorporated กล่าว “Mi MIX 3 5G และ Mi 9 ที่มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Snapdragon 855 นี้ นอกจากจะมี Qualcomm AI Engine รุ่นที่ 4 ที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในมือคุณให้กลายเป็นสุดยอดผู้ช่วยส่วนตัวแล้ว ยังมีตัวประมวลผล สัญญาณภาพ Qualcomm Spectra Computer Vision ISP ที่จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้ระดับเดียวกับการถ่ายหนัง ภาพยนตร์ และ Snapdragon Elite Gaming จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในมือให้กลายเป็นเครื่องเล่นเกมสุดแรงไปในทันที”

เพื่อรองรับเหล่าแอปพลิเคชั่น ที่ต้องการการประมวลผลระดับสูง และทำงานเป็นระยะเวลานาน เช่น เกมออนไลน์ มัลติเพลเยอร์ในปัจจุบัน เสียวหมี่ได้พัฒนาระบบระบายความร้อน Hybrid Cooling System สำหรับ Mi MIX 3 5G ขึ้นมาโดยเฉพาะ มีการนำเอาวัสดุนำความร้อนอย่าง Rogers® HeatSORB™ ซึ่งใช้วิธี Phase Change Effect ในการควบคุมอุณหภูมิ สามารถจับความร้อนที่เกิดขึ้นจากตัวประมวลผล และชะลอการเพิ่มของอุณหภูมิออกไปได้อีก และด้วย Passive Heat Pipe ซึ่งประกอบไปด้วย แกรไฟต์ 6 ชั้น ช่วยกระจายความร้อนออกไปได้เร็วกว่าแผ่นแกรไฟต์ คู่ที่ใช้กันทั่วไปได้ถึง 3 เท่าอีกด้วย

คุณภาพการถ่ายภาพระดับโลก

Mi MIX 3 5G ได้สืบทอดกล้องคู่ AI ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลจาก Mi MIX 3 ซึ่งได้รับคะแนนด้านภาพถ่ายจาก DxOMark สูงถึง 108 และด้วยฟีเจอร์ทางด้าน AI ที่ล้ำหน้าและการถ่ายวิดีโอสโลวโมชั่นที่ช้าถึง 960fps ทำให้ผู้ใช้ เริ่มเกิดความคาดหวังและเชื่อมั่นในกล้องของกล้องจาก Xiaomi ส่วนการเซลฟี่นั้น Mi MIX 3 5G มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ ความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล ใช้สุดยอดเซนเซอร์ Sony IMX576 ในการจับภาพได้ความละเอียดที่เหนือกว่า ซึ่งการประมวลภาพถ่ายทั้งหมดนี้ถูกจัดการโดย Qualcomm Spectra™ 380 ISP ทำให้ประมวลผลภาพถ่าย แต่ละรูปออกมาได้อย่างรวดเร็ว ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า สามารถถ่ายรูปได้มากขึ้นกว่าเดิมต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สไลด์ดีไซน์ เปิดประสบการณ์แสดงผลแบบเต็มหน้าจอ

Mi MIX 3 5G ใช้กลไกการเลื่อนสไลด์ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของทางเสียวหมี่ ให้ประสบการณ์สัมผัสที่ดีเยี่ยมและปรับแต่ง ได้หลากหลาย ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้การสไลด์เป็นการเรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของโทรศัพท์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับสาย เรียกเข้า หรือเปิดแอปกล้องขึ้นมา และด้วยสไลด์ดีไซน์นี้ทำให้ขอบข้างของเครื่อง มีความบางมากเป็นพิเศษ และมีสัดส่วน หน้าจอต่อขนาดเครื่อง (screen-to-body Ratio) ที่ใหญ่มากเกินกว่าใคร สิ่งที่จะเห็นด้านหน้าจะมีเพียงหน้าจอที่สวยงามของ Samsung AMOLED ซึ่งมีขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 FHD+ ที่สัดส่วน 19.5:9

Mi MIX 3 5G ราคาเริ่มต้นที่ 599 ยูโร (ประมาณ 21,600 บาท) มี 2 สีให้เลือกได้แก่ Onyx Black และ Sapphire Blue

Mi 9 – สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมกล้อง AI triple camera

Mi 9 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงตัวแรกจากเสียวหมี่ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง AI triple camera ซึ่งมีกล้องหลักที่ใช้เซนเซอร์ ถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิเซล ของ Sony IMX586 ด้วยขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่ ½” ผู้ใช้สามารถเลือกถ่ายภาพ ที่ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล หรือปรับเปลี่ยนให้ถ่ายภาพได้สวยใสและสว่างขึ้นในสภาพแสงน้อยได้ โดย Mi 9 จะรวม พิกเซลจาก 4 เป็น 1 เพื่อเพิ่มขนาดพิกเซลต่อจุดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 1.6 μm ซึ่งจะรับแสงได้ไวกว่าเดิม โดยตัว AI triple camera นี้จะประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล กล้องอัลตร้าไวด์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องเทเลซูม 12 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี ผ่านการทดสอบจาก DxOMark เว็บไซต์ชื่อดังด้านการทดสอบ อุปกรณ์ถ่ายภาพ ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่กล้องดีที่สุดที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งทำคะแนนไปได้ถึง 107 คะแนน นอกจากนี้ยังทำ คะแนนด้านการถ่ายวิดีโอมากถึง 99 คะแนน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของ DxOMark อีกด้วย

การออกแบบดีไซน์ใน Mi 9

Mi 9 มีดีไซน์ฝาหลังแบบโค้งมนรอบด้าน ทำให้สามารถจับถือได้ถนัดและสบาย ใช้กระบวนการขั้นสูงในการลงสีให้ฝาหลัง จนได้สีรุ้งแบบ Holographic ระยิบระยับสะกดตา แตกต่างในทุกครั้งที่หยิบจับขึ้นมามอง

ดีไซน์แบบโค้งมนรอบด้านนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมากจากสถาปนิกชื่อดัง Antoni Gaudi และได้รับการรับรองจากสถาบัน The Gaudi Academia of Knowledge

“ด้วยแรงบันดาลใจจากงานของ Antoni Gaudi ทำให้ Mi 9 รวมเอาการตกกระทบของแสง การโค้งมนที่เรียบเนียน และดึงเอาส่วนประกอบจากส่วนต่าง ๆ ของธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ ที่แสดงออกให้เห็นถึง ความสวยงามขั้นสุด” Carlos Canals Roura, ประธานของ The Gaudi Academia of Knowledge ได้กล่าวชื่นชม Mi 9

ด้านหน้าของ Mi 9 ได้เลือกใช้การแสดงผลของ Samsung AMOLED Dot Drop ที่มีขนาดหน้าจอ 6.39 นิ้ว สัดส่วน 19.5:9 และภายใต้หน้าจอนี้จะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถปลดล็อคได้รวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 25%

Mi 9 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศยุโรป ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 449 ยูโร (ประมาณ 16,200 บาท) สำหรับรุ่น 6GB+64GB และราคา 499 ยูโร (ประมาณ 18,000 บาท) สำหรับรุ่น 6GB+128GB มี 3 สีให้เลือก ได้แต่ สีดำ Piano Black, น้ำเงิน Ocean Blue, และม่วง Lavender Violet

Mi LED หลอดไฟอัจฉริยะ

เสียวหมี่ ยังมีการเปิดตัวหลอดไฟอัจฉริยะ Mi LED เพิ่มเติมระหว่างการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สามารถปรับเปลี่ยนสี ได้มากถึง 16 ล้านสี เพิ่มลดอุณหภูมิและความสว่างของแสง ได้โดยการควบคุมผ่านแอป Mi Home ซึ่งทำงานร่วมกับ Google Assistant และ Amazon Alexa ได้ และเตรียมรองรับ Apple Home Kit ภายในไตรมาสที่สองของปี 2019 อีกด้วย

หลอดไฟ Mi LED ได้เปิดวางจำหน่ายแล้วในยุโรปที่ราคา 19.9 ยูโร (ประมาณ 720 บาท)

Mi Explorers

ด้วยความที่เสียวหมี่เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้เป็นหลักมากที่สุดในโลกบริษัทหนึ่ง เสียวหมี่ได้พัฒนาวัฒนธรรม ของคอมมิวนิตี้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และมี Mi Fans อยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยโครงการ Mi Explorers นี้เป็นหนึ่งใน โครงการที่สำคัญที่สุดสำหรับโปรเจกต์ Mi Fan initiative โดยจะทำการคัดเลือก Mi Fans ให้ได้รับสิทธิพิเศษเข้าถึง อุปกรณ์ใหม่ล่าสุด และสามารถให้คำติชมโดยตรงเกี่ยวผลิตภัณฑ์ต่อทีมพัฒนา เพื่อนำมาปรับปรุงคุณภาพต่อไป โดยในงานนี้ทางเสียวหมี่ได้คัดเลือก Mi Fans ทั้งหมด 20 ราย จากสเปน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี โปแลนด์ และยูเครน ให้ได้เข้าร่วมจับ Mi 9 ก่อนใคร และนำพาพวกเค้าเหล่านี้ไปร่วมงานเปิดตัว Global Launch ในเมือง Barcelona ประเทศสเปน รวมถึงงาน Mobile World Congress 2019 ในครั้งนี้ด้วย