Category: บทความน่าสนใจ

HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก ที่มาตอบโจทย์คอเอ็นเตอร์เทน

หัวเว่ยเผยข้อมูลสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “HUAWEI Y9 2019” สมาร์ทโฟนน้องเล็ก เพื่อคอเอ็นเตอร์เทนเมนท์ตัวจริง อัดแน่นทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5” ทำงานร่วมกับชิปเซ็ท AI ‘Kirin 710’ พร้อม RAM มากถึง 4GB จัดเต็มด้วย AI Game Suite และ GPU Turbo สำหรับลุยทุกสมรภูมิกับเหล่าเกมเมอร์ แถมแบตเตอรี่ความจุมากถึง 4,000 mAh และยังถ่ายภาพได้สวย ไม่พลาดทุกช็อตเด็ด ด้วยกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซล และกล้องหลังคู่ขนาด 13 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซล เพื่อเพิ่มลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอและเซลฟี่สุดปัง พร้อมเปิดตัวและราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ตุลาคมนี้!

HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก ที่มาตอบโจทย์คอเอ็นเตอร์เทน

HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก ที่มาตอบโจทย์คอเอ็นเตอร์เทน

สรุปจุดเด่นของ HUAWEI Y9 2019

– HUAWEI Y9 2019 มาพร้อมกับหน้าจอ HUAWEI FullView Display ขนาด 6.5”

– ขุมพลังชิปเซ็ต AI ‘Kirin 710’ พร้อมฟีเจอร์จัดเต็มสำหรับคอเกม และรองรับ GPU Turbo ให้การประมวลผลกราฟิคแรงขึ้นเร็วขึ้น เล่มเกมได้ลื่นไหลกว่าเคย

– ใช้งานได้ลื่นไหลด้วย ‘RAM 4 GB’ พร้อมเก็บทุกข้อมูลได้ด้วยหน่วยความจำภายในเครื่อง ‘64 GB’

– เล่นเกมได้นาน ดูซีรีส์มาราธอนไม่มีสะดุด ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 4,000 mAh

– เซลฟี่สวยหน้าชัดหลังเบลอด้วย ‘กล้องหน้าคู่ 16MP + 2MP’

– ถ่ายภาพสวย ไม่พลาดทุกซ็อตเด็ดด้วย ‘กล้องหลังคู่ 13MP + 2MP’

– กล้อง AI ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์ฉากหลังกว่า 500 แบบ และวัตถุต่างๆ ได้ถึง 22 ประเภท พร้อมปรับการตั้งค่าต่างๆ อัตโนมัติให้เหมาะสมกับวัตถุที่ถ่ายมากที่สุด เพื่อภาพสวยงามแบบไม่ต้องพยายาม

พร้อมหรือยังกับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor

Honor สมาร์ทโฟนอีแบรนด์ชั้นนำโพสต์ข้อความผ่านช่องทาง Official Facebook เตรียมเผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล X-Series ที่จะกำลังจะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ กับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor ซึ่งหลังจากเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในประเทศไทยอย่าง Honor 7X ที่สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จต่อยอดการพัฒนามายังสมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบัน

พร้อมหรือยังกับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor

พร้อมหรือยังกับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor

หากเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่อยู่ในช่วงราคาเดียวกันนั้น Honor 7X ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมความคุ้มค่าและสเปคการทำงานที่สำคัญทั้งหน้าจอไร้ขอบขนาดใหญ่และฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์อื่นๆ อาทิ ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุโลหะพิเศษ กล้องเลนส์คู่คุณภาพสูง แบตเตอรี่อายุการใช้งานยาวนาน อีกทั้งความทนทานและคุณภาพที่เหนือระดับ นอกจากนี้ Honor ยังถือเป็นผู้นำในการผลิตสมาร์ทโฟนที่ความคุ้มค่าคุ้มราคา โดยผสมผสานคุณภาพระดับสูงและประสิทธิภาพการทำงานอันทรงพลังในราคาที่ย่อมเยา ดังนั้นคุณมั่นใจได้ว่า Honor 8X จะเป็นอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยีชั้นนำที่คุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างแน่นอน

Honor เตรียมเปิดตัว Honor 8X สมาร์ทโฟนอันทรงพลังในราคาย่อมเยาอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ด้วยความมุ่งมั่นนำเสนออีกขั้นของสมาร์ทโฟนเหนือระดับ Honor ทุ่มงบสำหรับการออกแบบโดยร่วมมือกับ Dieter Rams นักออกแบบระดับโลกชาวเยอรมันที่มีความเชื่อว่า “less, but better” หรือ “น้อยแต่ดีกว่า” ซึ่งผลงานของเขากลายเป็นที่เลื่องลืออย่างยาวนานและยังมีอิทธิพลต่อกลุ่มศิลปินและผู้อื่นอีกมากมาย

Honor ยึดหลักแนวคิดการดีไซน์แบบเรียบง่ายและหลักเกณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ในการออกแบบ โดย Honor 8X มาพร้อมการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความสวยงามเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างฟังก์ชันการทำงานและดีไซน์ตัวเครื่องที่โด่ดเด่นสวยงาม ทั้งนี้ดีไซน์ของ Honor 8X ได้รับการออกแบบอย่างประณีตประกอบกับวัสดุที่คัดสรรอย่างดี เอื้อต่อการผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยีอันซับซ้อนได้อย่างลงตัว

เตรียมพบกับข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสประสบการณ์ Honor 8X ได้เร็วๆนี้ สมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดจาก Honor จะมาเปิดมิติใหม่แห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ฟีเจอร์ครบครัน และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร แล้วคุณหล่ะพร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของคุณแล้วหรือยัง? เพราะชีวิตจะมีอะไรหากคุณไม่กล้าพอ

Honor คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ด้วยสโลแกน “For The Brave” แบรนด์ Honor ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่มีวิถีแบบดิจิทัลผ่านผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น สร้างความจูงใจและการกระทำ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ ก้าวไปให้บรรลุความฝันได้ ด้วยแนวทางดังกล่าว Honor สร้างความโดดเด่นด้วยการแสดงให้เห็นการก้าวออกนอกกรอบ อย่างกล้าหาญของตัวเอง ทำสิ่งที่ในแตกต่าง และดึงเอาขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ เพื่อการนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ล่าสุด นำเสนอให้กับลูกค้าของเรา

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

เด็กใหม่หลายคนอาจจะหางานที่ตัวเองรักและอยากทำได้แล้ว แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร งานไหนจะเป็นงานแรกในชีวิตที่ชอบและเหมาะสำหรับตัวเอง หรือจะไปสาย ฟรีแลนซ์ ดีนะ ถึงแบบนั้นการรู้ วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ ก็มีให้เห็นอยู่ค่อนข้างเยอะแต่วันนี้เราจะมาจับกลุ่มและบอกเล่าให้มันน้อยลงเพื่อจะได้จับจุดได้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างกับ 8 เคล็ดลับให้ไว้อ่านเป็นคู่มือในการเลือกงานแรกที่ใช่ เพื่อจะได้เริ่มชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวได้อย่างสดใส และตั้งต้นในอาชีพได้เร็วมาฝาก

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

1. รู้จักตัวเอง

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดในการหางานคือการรู้ว่าตัวเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จุดอ่อน จุดแข็งของเราอยู่ตรงไหน เราควรปรับปรุงอะไรในชีวิตและการทำงาน คนหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ชอบอะไรในชีวิต เขาเหล่านั้นจึงเสียเวลาไปกับการทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด และไม่ชอบไปวัน ๆ ทำงานเพื่อเงิน และไม่ได้รับความสุขจากการทำงาน การค้นหาตัวเองอาจเริ่มจากลองลิสท์สิ่งที่เราชอบทำ เวลาทำแล้วมีความสุข สนุก แล้วลองเปลี่ยนสิ่งที่ชอบให้เป็นงาน หรือหางานจากสิ่งที่เราชอบทำนั้น น้อง ๆ อาจลองทำหลายๆ สิ่ง หลายๆ กิจกรรมเพื่อดูว่าตัวเรามีความชอบ ความถนัด และความสามารถในการทำสิ่งนั้น ๆ หรือไม่ การค้นหาตัวเองอาจใช้เวลา แต่เชื่อเถอะว่า มันคุ้มค่าที่จะทำ เพราะเมื่อเราทำในสิ่งที่รักทุกๆ วัน เราจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงาน และชีวิตการทำงานของน้อง ๆ จะเป็นชีวิตที่มีความสุขทุกวัน

2. หาแรงบันดาลใจในการทำงาน

ในการเลือกงานแรก สิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอคือ งานนั้นควรสร้างแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ ตื่นไปทำทุกวัน เป็นงานที่เมื่อคิดถึงทีไรก็ทำให้อะดรีนาลีนของเราเดือดพล่าน อยากเข้าไปลุยกับมัน อยากเข้าไปแสดงฝีมือของเราให้เป็นที่ประจักษ์ หรืออาจเป็นงานที่สร้างคุณค่าสร้างประโยชน์ให้ตัวเราและสังคม เป็นงานที่ทำแล้วเรารู้สึกดีก็ได้ เมื่อเราหาแรงบันดาลใจในงานที่เราเลือกจะทำได้แล้ว งานนั้นก็จะเป็นงานที่ใช่สำหรับเราในก้าวแรก

3. เลือกงานที่เราถนัด

เมื่อเรารู้ตัวของเราว่าเราถนัดที่จะทำอะไรแล้ว การเลือกทำงานที่เราถนัด จะทำให้ผลงานของเราออกมาดี เราจะมีแพสชั่นและความกระตือรือร้นในการฝึกฝนทักษะในการทำงานยิ่ง ๆ ขึ้น อยากที่จะใฝ่รู้ในงานตลอดเวลา เวลาทำงานเราจะรู้สึกว่าไม่ต้องฝืน และไม่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหรือไม่ต้องใช้เวลาในการทำงานอย่างมากเพื่อทำให้ผลงานสำเร็จแต่ละชิ้น การทำงานจะเป็นไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว

4. ทดลองฝึกงานหรือทำงานพิเศษที่หลากหลายก่อนสมัครงาน

ก่อนจะได้งานแรกที่ใช่ น้อง ๆ สามารถ ทดลองทำงานพิเศษ หรือฝึกงานตามหน่วยงาน องค์กรต่างๆ หรือทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนให้หลากหลายถ้าสามารถทำได้ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ก็จะเป็นการช่วยให้เราได้ประสบการณ์ ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น คอนเนคชั่น และได้ไอเดียที่กว้างขวาง หลากหลายและสร้างสรรค์เกี่ยวกับงานต่าง ๆ ที่ตัวเองอยากทำมากยิ่งขึ้น การได้ทดลองทำงานพิเศษ หรือฝึกงานตามที่ต่าง ๆ จะทำให้เรารู้จักตัวเองได้ชัดและเร็วขึ้นจากประสบการณ์ตรง ว่าเราต้องการทำงานอะไร งานอะไรที่ใช่สำหรับเรา

5. ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่หลากหลาย

การค้นหาข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับอาชีพที่หลากหลายในองค์กรต่าง ๆ ในสาขาคณะที่ตัวเองเรียนหรือนอกสาขาคณะที่เรียน จากทั้งประสบการณ์ตรง ถามรุ่นพี่ หรือถามผู้อื่น การค้นหาทางอินเตอร์เน็ตหรือสื่อต่างๆ จะทำให้เราได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกงานแรกที่ใช่ที่เหมาะกับความชอบและความสามารถของเรามากขึ้น รู้ความแตกต่างของอาชีพต่าง ๆ ในองค์กรต่าง ๆ ได้ดี และเลือกงานแรกที่ตรงกับความต้องการของเราได้ง่ายขึ้นด้วย

6. วางเป้าหมายในการทำงาน

ลองใช้เวลาบ่ายวันหยุด นั่งวางแผนเป้าหมายในการทำงานของน้อง ๆ ว่า ในอีก 5 ปีหรือ 10 ปี เราอยากเห็นตัวเราเป็นอย่างไร ทำอะไร มีความสุขกับอะไร อาจนั่งนึกภาพตัวเราในอนาคตกับงานที่เราอยากทำ หรืออาจลองเขียน วาดรูป หรือทำแผนภาพชีวิตตัวเองดูก็ได้ เมื่อเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเติบโตในหน้าที่การงานอะไรแล้ว การเดินตามแผนที่วางไว้ จะทำให้เราเลือกงานแรกได้ง่ายขึ้นและตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ชัดเจน

7. พิจารณาวัฒนธรรมองค์กร

องค์กรหรือสถานที่ที่เราจะทำงานมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจเลือกงานของเรา ในการเลือกงานแรกที่เรายังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานใด ๆ มาก่อนเลย การพิจารณาถึงที่ตั้งของหน่วยงาน ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เราคิดอยากจะไปทำว่ามีความเหมาะสมกับบุคลิกและสภาพแวดล้อมของเราหรือไม่เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพราะการเลือกสถานที่ทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกจริตกับเรา จะมีผลต่อชีวิตการทำงานของเราในระยะยาว จงศึกษาหาข้อมูลของหน่วยงานที่เราจะไปทำให้มากที่สุดทั้งการถามจากผู้รู้หรือตามสื่อต่าง ๆ จะทำให้เราตัดสินใจเลือกงานแรกได้ดีขึ้น

8. ทำแบบทดสอบทักษะประเมินความสามารถทางวิชาชีพ

หากเรายังไม่แน่ใจว่าตัวเราเหมาะกับงานชนิดไหนแล้ว การทำแบบทดสอบทักษะประเมินความสามารถทางวิชาชีพ จะช่วยให้เรามีความเข้าใจและเห็นภาพความถนัดและความสามารถทางวิชาชีพของเราได้ชัดเจนขึ้น และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เราจะใช้ในการตัดสินใจเลือกงานแรกที่เหมาะกับเราได้ โดยแบบทดสอบประเมินความสามารถทางวิชาชีพนั้น เราอาจหาได้ตามหนังสือ คู่มือต่าง ๆ และอินเตอร์เน็ต

เปิดตัวนวัตกรรมกล้องติดรถยนต์ MiVue 7 Series อัจฉริยะ

Mio มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริงตามแนวคิดที่เป็นหัวใจหลัก “All About You” ล่าสุดประกาศเปิดตัวกล้องติดรถยนต์แบบมี WiFi และระบบนำทาง GPS ในตัว รุ่นใหม่จากตระกูล MiVue 7 Series อัจฉริยะ ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการบันทึกวิดีโอคุณภาพความคมชัดสูง พร้อมคุณสมบัติการสำรองข้อมูลแบบเรียลไทม์ ที่ผู้ใช้สามารถอัพโหลดและดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกสบายผ่านแอพพลิเคชัน MiVue

เปิดตัวนวัตกรรมกล้องติดรถยนต์ MiVue 7 Series อัจฉริยะ

เปิดตัวนวัตกรรมกล้องติดรถยนต์ MiVue 7 Series อัจฉริยะ

ความคมชัดระดับ Full HD จับภาพความละเอียดสูง สว่างชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน กล้องติดรถยนต์รุ่น MiVue792 (ไมวิว 792) โดดเด่นด้วยสุดยอดเซ็นเซอร์ STARVIS™ ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์รับภาพความไวสูงแบบ CMOS จากโซนี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกวิดีโอในสภาวะแสงน้อย หรือเวลากลางคืนได้สว่างชัดเจน อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีปรับแต่งภาพซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Mio สามารถปรับความสว่างของภาพได้ถึง 4 ระดับ เพิ่มคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น กล้องสามารถบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดคมชัดสูงในทุกช่วงเวลาด้วยความคมชัดระดับ Full HD 1080p ภาพไหลลื่นด้วยความเร็วเฟรมเรท 60 FPS ต่อวินาที

ถ่ายโอนไฟล์วิดีโออัตโนมัติ สามารถดูได้แบบเรียลไทม์

กล้องติดรถยนต์รุ่น Mio MiVue 792 (มีโอ้ ไมวิว 792) และรุ่น MiVue786 (ไมวิว 786) เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการรองรับการเชื่อมต่อผ่าน WiFi ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนและดูคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากกล้องติดรถยนต์ทั่วไปในท้องตลาดที่ผู้ใช้ต้องเสียเวลาถอดเมมโมรี่การ์ดออกมาเพื่อดูวิดีโอย้อนหลังในคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนยุ่งยากและอาจทำให้ล่าช้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

กล้องติดรถยนต์ Mio แบบมี WiFi ในตัวมาพร้อมฟีเจอร์เก็บสำรอง (Backup) ไฟล์วิดีโอแบบอัตโนมัติ ดังนี้

1. เก็บสำรองไฟล์วิดีโอแบบเรียลไทม์: ตัวกล้องจะทำการบันทึกเหตุการณ์และเก็บสำรองไฟล์โดยอัตโนมัติ สามารถเข้าดูคลิปวิดีโอต่างๆ ได้ทันทีอย่างง่ายดาย

2. บันทึกวิดีโอต่อเนื่อง: ตัวกล้องจะทำการบันทึกวิดีโออย่างต่อเนื่อง แม้ในขณะที่ผู้ใช้งานกำลังเชื่อมต่อผ่าน WiFi กับโทรศัพท์มือถือ

3. สามารถตัดแบ่งไฟล์วิดีโอได้: เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ผู้ใช้สามารถตัดแบ่งคลิปวิดีโอ ณ เวลาที่เกิดเหตุได้ความยาว 20 วินาที (โดยตัวกล้องถูกตั้งค่าไว้ให้บันทึก 5 วินาทีก่อนเกิดเหตุและ 15 วินาทีหลังเวลาที่เกิดเหตุ) ทำให้ได้ไฟล์ขนาดเล็กที่เป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุจริงๆ

4. สามารถดาวน์โหลดต่อจากที่ดาวน์โหลดค้างไว้ได้ (Download Resume): ใช้งานง่ายสุดๆ ด้วยการกดคลิกเพียงครั้งเดียวเพื่อเริ่มดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอต่อทันทีจากที่ดาวน์โหลดค้างไว้

5. ไม่รบกวนสายเรียกเข้า: ผู้ใช้ยังคงสามารถรับสายที่โทรเข้ามาได้ แม้ในขณะที่ทำการเก็บสำรองไฟล์วิดีโอลงในมือถือ

6. รองรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง: รองรับการเก็บสำรองข้อมูลทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องติดรถยนต์ในตระกูล Mio MiVue 7 Series ทุกรุ่นสามารถใช้งานร่วมกับกล้องมองหลังติดรถยนต์ MiVue A30 (ไมวิว เอ30) ได้ โดยกล้องมองหลัง MiVue A30 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS จากโซนี่ ให้ความคมชัดระดับ Full HD 1080p ใช้เลนส์กระจกคุณภาพสูง เลนส์กล้องมุมมองกว้าง 130 องศา รูรับแสงกว้าง F1.8 และรองรับโหมดบันทึกวิดีโอในเวลากลางคืน

นอกเหนือจากการเปิดตัวกล้องติดรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล MiVue 7 Series แล้ว ทาง Mio ยังเปิดตัวกล้องติดรถยนต์ Mio MiVue C380D (มีโอ้ ไมวิว ซี380ดี) สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพความคมชัดระดับ Full HD 1080p ที่เฟรมเรท 30 FPS ต่อวินาที ตัวกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS ของโซนี่ มอบความปลอดภัยขณะขับขี่ครอบคลุมในทุกๆ มุมมอง พร้อมมีระบบนำทาง GPS ในตัว ที่นอกจากจะแสดงตำแหน่งของรถแล้ว ยังสามารถบอกความเร็วรถ ระบุพิกัดละติจูดและลองติจูด และบันทึกเส้นทางที่เดินทางไปได้อย่างครบถ้วนทุกการเดินทาง

กล้องติดรถยนต์ทุกรุ่นมีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ของลาซาด้าและช้อปปี้ สำหรับรุ่น Mivue 792 และ Mivue C380D ราคาเริ่มต้น 8,900 บาท สำหรับรุ่น Mivue 786 ราคาเริ่มต้นที่ 7,900 บาท และสำหรับรุ่น MiVue A30 ราคาเริ่มต้นที่ 4,900 บาท

หัวเว่ยพร้อมให้ลูกมอบของขวัญเซลฟีกับแม่ด้วย แฮชแท็ก #SEELOOOVE

หัวเว่ยส่งแคมเปญแทนใจบอกรักแม่ ชวนคู่แม่ลูกมาเซลฟี่สุดคิวท์และเขียนแคปชั่นโดนใจ พร้อมติด แฮชแท็ก #SEELOOOVE และ #HUAWEI บน Facebook หรือ Instagram ลุ้นรับ HUAWEI Sport Bluetooth Headphone มูลค่า 1,990.- จำนวน 5 รางวัล ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 สิงหาคมนี้ พร้อมส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองเดือนแห่งวันแม่ ให้คุณลูกเลือกของขวัญสุดล้ำให้คุณแม่ที่รับรองคุณแม่ต้องเลิฟ

หัวเว่ยพร้อมให้ลูกมอบของขวัญเซลฟีกับแม่ด้วย แฮชแท็ก #SEELOOOVE

หัวเว่ยพร้อมให้ลูกมอบของขวัญเซลฟีกับแม่ด้วย แฮชแท็ก #SEELOOOVE

สมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็กชิปจากหัวเว่ย ได้แก่ HUAWEI P20 Pro, HUAWEI P20 และ HUAWEI Mate 10 Pro ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 8,000 บาท พร้อมรับเงินคืนตามเงื่อนไข

HUAWEI P20 Series สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพที่ดีที่สุด จากการจัดอันดับโดย DxOMark

· HUAWEI P20 Pro ราคาเต็ม 27,990 บาท รับส่วนลดสูงสุด 4,000 บาท

(รับส่วนลดพิเศษทันที 2,000 บาท และรับเงินคืนเพิ่ม 2,000 บาท เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

· HUAWEI P20 ราคาเต็ม 19,990 บาท รับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท

(รับส่วนลดพิเศษ 1,000 บาท และรับเงินคืนเพิ่ม 1,000 บาท เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

HUAWEI Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปฉลาดล้ำด้วย AI

· HUAWEI Mate 10 Pro ราคาเต็ม 27,990 บาท รับส่วนลดสูงสุด 8,000 บาท

(รับส่วนลดพิเศษ 6,000 บาท และรับเงินคืนเพิ่ม 2,000 บาท เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

วันแม่นี้อย่าลืมหอมแก้มแม่ บอกรักแม่ พร้อมมอบของขวัญจากหัวเว่ยที่จะทำให้คุณแม่ชื่นใจ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคมนี้ ณ หัวเว่ย แบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

มีคำคมในยุคสมัยหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” ทำให้ชวนคิดกันมาโดยตลอดว่า ความสุขจากการทำงานนั้น หมายถึง “เงิน” อย่างเดียวเลยหรือ? แล้วถ้าเรา เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน รวมถึงองค์ประกอบของความสุขในชีวิตเราในด้านอื่น ๆ ควรจะถูกคำนึงถึงด้วยหรือไม่ และควรถูกคำนึงถึงมากน้อยเพียงไร?

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

ถ้าจะพูดกันแบบตรง ๆ ไม่ใช่พวกโลกสวย คงต้องยอมรับว่าค่าตอบแทน หรือเงินค่าจ้าง นั้นสำคัญมากในการทำงาน ก็แน่ล่ะสิ เราทำงานเพื่อให้ได้เงินไม่ใช่ไปทำการกุศล ถึงจะได้เท่าไหร่ก็รับมาแบบไม่คิดอะไร แต่ความสุขที่ได้จากการทำงานในทุกวันก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย เพราะเราคงไม่สามารถจะมีความสุขได้แค่วันเงินเดือนออกเพียงวันเดียว! แล้วเราจะพิจารณาจากอะไรเป็นสำคัญถ้าเจองานที่ใช่ แต่เงินไม่ไหวจะเคลียร์ หรือ งานที่ค่าตอบแทนสูงลิบลิ่ว แต่ต้องทนนั่งหน้านิ่วเพราะความเครียด ลองมาดูกันดีกว่า ถ้าเราเจอกับภาวะแบบนี้ จะตัดสินใจจากอะไรดี

1. ความจำเป็นของ “เงิน” ต่อการดำรงชีพของคุณ

ความชอบเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และมีแรงบันดาลใจในการมีชีวิตอยู่ แต่เงินก็ไม่ใช่ไม่จำเป็น ถ้าคุณไม่ได้เดือดร้อนอะไรในชีวิต บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ หนี้สินไม่มีให้ผ่อน แล้วจะคิดอะไรมาก งานที่ใช่ ทำให้คุณรู้คุณค่าของชีวิต ทำให้เรามีแรงตื่นขึ้นไปทำงาน ทำให้เราไม่กลัววันจันทร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย เลือกงานที่ใช่ไปเลยอย่าคิดมาก แต่ถ้าคุณมีภาระเยอะ ต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่อยู่ข้างหลังหลายคน อาจต้องลองค่อย ๆ คิดทบทวน ว่างานที่ใช่จะสามารถ cover ในส่วนที่คุณต้องจ่ายได้หรือไม่ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เงินก็ต้องมาก่อน ก็ต้องรับสภาพไป ความจนมันน่ากลัว

2. ระดับความชอบของคุณที่มีต่องานที่ได้รับข้อเสนอ

คำว่าใช่ ก็หมายถึงความชอบในปริมาณที่มากพอที่มีต่อสิ่งนั้น และก็ต้องชอบในเกือบทุกสิ่งอย่างด้วย แบบประมาณว่า โอ้ ช่างคลิกเหลือเกิน คิดง่าย ๆ งานก็เหมือนแฟน เวลาที่เราเจอคนที่ใช่ เราจะรู้สึกได้ทันที งานก็เช่นกัน ถ้าเรารู้สึกได้ถึงเคมีกับงานไหนเป็นพิเศษ ก็อย่ารอช้า ถึงค่าตอบแทนอาจน้อยกว่าที่ต้องการไปเสียหน่อย แต่ถ้าเราได้ทำงานที่ใช่ เรามักจะทำได้ดี แล้วพอเราทำได้ดี ความก้าวหน้าจะมาหาเราทันที ดีกว่าไปเลือกงานที่เงินเยอะแต่เราไม่มี passion ด้วย ทำไปวัน ๆ เช้าชามเย็นชาม สุดท้ายก็คงไม่ก้าวหน้าไปไหน ช่วงแรกได้เยอะ แต่ไม่ขยับขึ้นอีกเลยก็ไม่ไหวนะยู เราต้องคิดถึงอนาคตด้วย

3. ความก้าวหน้าในอนาคต

ความก้าวหน้าในการทำงาน เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับต้น ๆ ของการเลือกงานไม่แพ้ความชอบ และค่าตอบแทน ถ้างานที่เราชอบ เงินไม่น้อยจนน่าเกลียด อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ และประเมินดูว่ามีอนาคต แนะนำว่าให้เลือกงานที่ใช่ก่อนค่าตอบแทนที่มากกว่าในช่วงแรก เพราะถ้าคุณได้ทำงานที่ใช่ ความเจ๋งในตัวคุณจะส่องประกายออกมาเอง ในเวลาไม่นาน คุณจะได้รับโอกาส และค่าตอบแทนที่มากขึ้นแน่นอน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะดีเอง

4. ต่อรองเพิ่มเติม

ถ้ารู้สึกว่าเจองานที่ใช่จริง ๆ แต่ติดที่เรทค่าตอบแทน ลองเจรจาต่อรองอีกสักตั้งกับทางต้นสังกัดก็ไม่เสียหาย แต่ก็อย่าต่อรองในเรทที่เกินจริงมากไป จนองค์กรรู้สึกว่าคุณกำลังโก่งค่าตัว วิธีที่ดูโอเคอีกวิธีก็ยกตัวอย่างเช่น คุณจะขอพิสูจน์ฝีมือและความสามารถในตำแหน่งนี้ในระยะทดลองงาน ถ้าหากว่าผลงานเข้าตากรรมการแล้วจะขอขยับขึ้นอีกก็ว่ากันไปให้เหมาะสมกับผลงาน

5. ขอรับเป็น freelance

ถ้าชอบมาก แต่เงินไม่สู้จริง ๆ แล้วทางนายจ้างก็ชอบคุณ ลองหาทางออกอื่น ๆ ร่วมกันอีก เผื่อจะมีความเป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น การจ้างงานแบบฟรีแลนซ์เป็นจ็อบ ๆ ไป แล้วคุณก็เอาเวลาที่เหลือไปหางานเพิ่มอีก เพื่อให้ได้ค่าตอบแทนที่คุณคิดว่าจะสามารถดำรงชีพได้แบบไม่ลำบาก และยังได้มีโอกาสทำงานที่ใช่ไปในคราวเดียวกันอีกด้วย แต่วิธีการนี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกบริษัท อาจจะต้องลองลุ้น ลองคุยกันเป็นกรณี ๆ ไป เพราะส่วนใหญ่องค์กรจะอยากได้คนที่สามารถให้เวลางานกับองค์กรได้อย่างเต็มอัตรามากกว่าที่จะจ้างเป็นลักษณะฟรีแลนซ์ เว้นแต่ว่างานนั้น ๆ สามารถทำได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลองคุยดูก่อนก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว อย่าไปกลัว

6. ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สุดท้าย ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ระหว่างแค่ 2 หัวข้อ อันได้แก่ ความชอบ และเงิน ก็ขอให้พิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิเช่น วัฒนธรรมองค์กร ทีมงาน และหรือระยะทางระหว่างที่พักถึงอาคารที่ทำงาน ฯลฯ บ่อยครั้ง ปัจจัยอื่น ๆ ก็ส่งผลกระทบต่อความชอบของเราที่มีต่อตัวงานนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น งานนี้ชอบมาก แม้ค่าตอบแทนน้อยก็พอไหว แต่พิจารณาอีกนิด โอ๊ยตายแล้ว บ้านเราอยู่ฝั่งธน แต่ต้องไปทำงานที่รามอินทรา จะไหวมั้ย ถามใจตัวเองดู เป็นต้น

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

อัสซ่า อะบลอย ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการเปิดประตู ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย บริษัทกำลังพัฒนาระบบเพื่อรองรับขีดความสามารถในการเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน Apple Wallet ที่ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน Wallet บน iPhone ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 12 หรือ Apple Watch ที่มาพร้อม OS 5 นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร จะสามารถเปิดประตู ทำการชำระเงินตามจุดต่างๆ ทั้งภายในและรอบๆ วิทยาเขตได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้สามารถใช้งานระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรนักศึกษาภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

“เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Apple เพื่อผลักดันนวัตกรรมนี้” นิโก้ เดลโวซ์ ประธานและซีอีโอของอัสซ่า อะบลอย กล่าว “อัสซ่า อะบลอย จะใช้ความเชี่ยวชาญที่มีในด้านการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการเข้าออกเพื่อสนับสนุนความพยายามของ Apple ในการทำให้การผ่านเข้าห้องในหอพักเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบไม่ต้องสอดหรือแตะบัตรที่เครื่องอ่าน ซึ่งเรารู้สึกว่าจะเป็นเสมือนการเปิดประตูสู่อนาคตของพวกเขาได้”

ในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ ด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ contactless นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยจะสามารถใช้ iPhones และ Apple Watch ของพวกเขาเปิดประตูในอาคารต่างๆ ได้ เทคโนโลยีเครื่องอ่านบัตรของ อัสซ่า อะบลอย ผสานกับเทคโนโลยี HID ที่ฝังอยู่ในระบบล็อคของ อัสซ่า อะบลอย จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโซลูชั่นอันกว้างไกลที่จะปลดล็อคความเป็นไปได้ในการใช้งานบัตรนักศึกษาบนมือถือในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยต่างๆ

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีบนโทรศัพท์มือถือ อัสซ่า อะบลอย มีประวัติยืนยันความสำเร็จในการให้บริการเครื่องอ่านรหัสบัตรผ่านประตูแบบไม่ต้องสัมผัสและผลงานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยการนำเสนอโซลูชั่นที่ปรับแต่งให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไป

เกี่ยวกับ อัสซ่า อะบลอย (ASSA ABLOY)

อัสซ่า อะบลอย เป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นการเปิดประตูที่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในกลุ่ม end user ทั้งในแง่ความมั่นคงปลอดภัยและความสะดวกสบาย นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 1994 อัสซ่า อะบลอย เติบโตขึ้นมาจากบริษัทระดับภูมิภาคจนสามารถขยายเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานประมาณ 47,500 คน มีขอบข่ายการดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศ และมียอดขาย 76 พันล้านโครนาสวีเดน (SEK) ทั้งนี้ ในภาคธุรกิจระบบรักษาความปลอดภัยจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ (Electromechanical) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กลุ่ม บริษัทอัสซ่า อะบลอย มีบทบาทสำคัญในหลายด้าน เช่น การควบคุมการเข้าออก เทคโนโลยีการระบุตัวตน ระบบประตูอัตโนมัติ และระบบรักษาความปลอดภัยของธุรกิจโรงแรม

HID เป็นแบรนด์ระดับโลกของกลุ่มบริษัทอัสซ่า อะบลอย และเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเพื่อการระบุและยืนยันตัวตน ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวตนของผู้คน สถานที่ และสิ่งต่างๆ ในโลก โซลูชั่นเพื่อการระบุและยืนยันตัวตนของ HID ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าสถานที่ ทั้งทางกายภาพและดิจิตอล ได้อย่างสะดวก และเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ที่สามารถระบุ ตรวจสอบ และติดตามผ่านช่องทางดิจิตอลได้

HID Global มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 3,000 คนทั่วโลกและมีสำนักงานอยู่ในหลายประเทศ ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ

หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟน แคมเปญระดับโลก NEXT-IMAGE Awards 2018

หัวเว่ยเปิดตัวแคมเปญระดับโลก “NEXT-IMAGE Awards 2018” หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟน เป็นปีที่ 2 สานต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของการเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่สร้างนิยามใหม่แห่งการสร้างสรรค์วัฒนธรรมผ่านภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟน โดยความร่วมมือของ Huawei และ International Center of Photography (ICP) เปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์งานด้านภาพจากทั่วทุกมุมโลกส่งผลงานเข้าแข่งขันเพื่อคว้าโอกาสเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้าย ชิงเงินรางวัลกว่า 2 หมื่นดอลล่าร์สหรัฐฯ (กว่า 6 แสนบาท) และของรางวัลมากมายกว่า 50 รางวัลจากหัวเว่ย รวมไปถึงโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้รับการจัดแสดงผลงานภาพถ่ายของตน ณ Grand Palais มหานครปารีส โดยงานเปิดตัวในไทยนี้ “อิมเมจ-สุธิตา” และ “ป๋าตึก-ภูษิต” ชวนคนไทยเป็นตัวแทนทีมชาติร่วมส่งผลงานสู่สายตาชาวโลก ได้แล้ววันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมที่ gallery.consumer.huawei.com

หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟนในแคมเปญระดับโลก NEXT-IMAGE Awards 2018

หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟน แคมเปญระดับโลก NEXT-IMAGE Awards 2018

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวเว่ยเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยกย่องด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพโดยใช้สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะความร่วมมือกับ Leica นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนระดับแฟล็กชิปของหัวเว่ยรุ่นล่าสุด อย่าง HUAWEI P20 Series ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ด้วยยอดขายกว่า 6 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งมากกว่ารุ่น P10 Series เมื่อปีที่แล้วถึง 81% เป็นการตอกย้ำชื่อเสียงของหัวเว่ยในฐานะผู้นำสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพด้วยการผสมผสานงานศิลป์กับเทคโนโลยีกล้องที่มีความก้าวล้ำที่สุดเพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถถ่ายภาพได้อย่างเหนือระดับและสวยงามราวกับมืออาชีพ”

ด้าน นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนประจำปี NEXT-IMAGE เป็นการประกวดที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนบันทึกและแบ่งปันเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของพวกเขา อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เอื้อให้พวกเขาสนุกสนานกับการสร้างสรรค์ภาพถ่าย การประกวดนี้เป็นคำมั่นสัญญาว่าหัวเว่ยจะก้าวไปสู่ยุคใหม่ของการถ่ายภาพและวิดีโอโดยใช้สมาร์ทโฟนไปพร้อมๆ กับผู้ใช้หัวเว่ยของเราทุกคน เพราะหัวเว่ยเป็นผู้นำทั้งด้านการพัฒนานวัตกรรมด้านการถ่ายภาพและเป็นผู้สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ของการสื่อสารด้วยภาพ ด้วยแนวคิด ใครๆ ก็ถ่ายภาพสวยได้ราวกับมืออาชีพด้วยสมาร์ทโฟนหัวเว่ย”

NEXT-IMAGE Awards เป็นการประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนระดับโลก โดยความร่วมมือของ Huawei และ International Center of Photography (ICP) สถาบันการศึกษาด้านภาพถ่ายชั้นนำของโลก จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยในปีแรกเมื่อปี 2017 นั้นมีผู้ส่งผลงานกว่า 157,000 ภาพจาก 90 ประเทศทั่วโลก สำหรับปี 2018 นี้ เปิดรับภาพถ่าย 6 ประเภท ได้แก่ ‘Good Night’, ‘Faces’, ‘Hello, Life!’, ‘Check-In’, ‘Timeline’ และ ‘Story Board’ โดยภาพถ่ายทั้งหมดจะได้รับการคัดเลือกให้เหลือเพียง 500 ภาพสำหรับการประกวดรอบสุดท้าย โดยทั้ง 500 ภาพนี้จะได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 ท่าน ทั้งผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการถ่ายภาพ และคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารด้วยภาพที่กำลังเป็นที่จับตามอง เพราะหัวเว่ยเชื่อว่าการถ่ายภาพโดยสมาร์ทโฟนเป็นศาสตร์ที่ต้องพิจารณาโดยใช้ทั้งผู้เชี่ยวชาญและคนรุ่นใหม่ที่เคยชินกับการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อถ่ายภาพและแบ่งปันในชีวิตประจำวัน โดยผู้ที่ชนะเลิศการประกวดนี้จะได้รับรางวัลเงินสด 2 หมื่นดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 6 แสนบาท) รวมถึง HUAWEI P20 Pro และ HUAWEI MateBook X Pro นอกจากนี้ยังมีรางวัลชนะเลิศของภาพถ่ายในแต่ละประเภทจำนวนรวม 6 รางวัล และรางวัลรองชนะเลิศอีก 50 รางวัล

อิมเมจ-สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ นักร้องสาวเสียงใสขวัญใจคนรุ่นใหม่ กล่าวว่า “อิมเมจเองก็ชื่นชอบการถ่ายภาพเช่นกัน และเชื่อว่าคนไทยหลายคน ณ เวลานี้ก็ชื่นชอบการถ่ายภาพเช่นเดียวกัน เพราะด้วยเทรนด์ตอนนี้ที่ใครๆ ก็ถือสมาร์ทโฟนที่มีกล้องคุณภาพสูง และการถ่ายภาพหรืออัดวิดีโอลงโซเชียลมีเดียที่มีความหลากหลายและมีคุณภาพมากยิ่งกว่าแต่ก่อน จึงทำให้การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวัฒนธรรม Visual Culture โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองในการถ่ายภาพที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น”

ด้าน ป๋าตึก-ภูษิต พัฒนปราการ สไตล์ไอคอนรุ่นใหญ่ที่เป็นไอดอลด้านแฟชั่นของคนทุกวัย เล่าว่า “การประกวด NEXT-IMAGE Awards ครั้งนี้เหมาะกับคนทุกผู้ทุกวัย ต่อให้ไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพก็สามารถส่งภาพเข้าประกวดได้ ขอแค่เพียงมีมุมมองการถ่ายภาพที่มีความคิดสร้างสรรค์และแปลกใหม่ ป๋าเชื่อว่าทุกคนมีมุมมองต่อภาพที่อยู่ตรงหน้าเราแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการตีความและประสบการณ์ที่แต่ละคนสั่งสมมา การที่ได้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาบันทึกภาพตรงหน้านั้นถือว่าเป็นการถ่ายทอดความรู้สึก มุมมอง และเอกลักษณ์ของแต่ละคนผ่านรูปภาพ และการประกวดครั้งนี้อาจจะทำให้ความรู้สึกของคนไทยเราที่มีต่อรูปภาพถูกส่งต่อไปสู่สายตาชาวโลกได้”

หัวเว่ยขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นตัวแทนทีมชาติประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟน ในแคมเปญระดับโลก “NEXT-IMAGE Awards 2018” ผู้สนใจสามารถส่งภาพเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคมศกนี้ และรายชื่อผู้ชนะจะประกาศในช่วงเดือนกันยายน โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของการประกวดและส่งผลงานได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ gallery.consumer.huawei.com

Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% ในงาน Thailand Mobile Expo 2018

โมโตโรล่าจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มเอาใจสาวกแอนดรอยด์ ขนสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นทั้ง สเปคแรง กล้องคู่ แบตอึด Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% พิเศษสุดที่เดียวในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% ในงาน Thailand Mobile Expo 2018

Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% ในงาน Thailand Mobile Expo 2018

จัดหนักเอาใจขาช้อปด้วยสมาร์ทโฟนโมโตโรล่ารุ่นเรือธงมากมาย อาทิ Moto M Moto G5s Moto G5s Plus Moto X4 และ Moto Z2 Force ให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • เมื่อซื้อ Moto G5s Plus ลดสูงสุดในราคาพิเศษ รับฟรีทันที! เคสพร้อมฟิล์มกันรอย และ Micro SD Card ความจุ 16 GB หรือ Moto G5s รับฟรีทันที! เคสพร้อมฟิล์มกันรอย และ Power Bank ความจุ 10,000 mAh
  • เมื่อซื้อ Moto X4 ลดสูงสุดในราคาพิเศษ รับฟรีทันที! ฟิล์มกันรอย เสื้อยืด และกระเป๋า
    โมโตโรล่า
  • เมื่อซื้อ Moto M ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 3,990 บาท จากราคาปกติ 9,990 บาท พร้อมรับฟรีทันที! ฟิล์มกันรอย และ สมุดโมโตโรล่า
  • เมื่อซื้อ Moto Z2 Force ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 16,990 บาท จากราคาปกติ 19,990 บาท พร้อมรับฟรีทันที! Moto Back Cover ฟิล์มกันรอย และ Micro SD Card ความจุ 32 GB และพิเศษสุด! สำหรับลูกค้า 50 ท่านแรกที่ซื้อ Moto Z2 Force ยังรับฟรี Moto Mod JBL SoundBoost Speaker

α7 III ลุยตลาด ชูเทคโนโลยีสุดล้ำยกระดับมาตรฐานกล้องดิจิตอล

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าเปิดประสบการณ์ใหม่ของการถ่ายภาพระดับมืออาชีพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพสุดล้ำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลสระดับเรือธงรุ่น α7 III (อ่าน อัลฟ่าเซเว่น มาร์ค ทรี) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดจากตระกูล α7 ซีรีย์ ซึ่งมาพร้อมสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยกับเซ็นเซอร์ Full Frame Exmor R CMOS ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมระบบโฟกัส ที่เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า และเมนูการใช้งานที่มีความสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์คนรักการถ่ายภาพระดับมืออาชีพที่ต้องการกล้องคุณภาพสูง ทำงานได้อย่างฉับไว รองรับการถ่ายภาพในทุกรูปแบบ ทุกสถานการณ์ ซึ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III ออกสู่ตลาดในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ให้เติบโตยิ่งขึ้นแล้ว ยังพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของคนรักกล้องรุ่นใหม่ได้อย่างตรงใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

α7 III ลุยตลาด ชูเทคโนโลยีสุดล้ำยกระดับมาตรฐานกล้องดิจิตอล

α7 III ลุยตลาด ชูเทคโนโลยีสุดล้ำยกระดับมาตรฐานกล้องดิจิตอล

นางสาวลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอลอิมเมจจิ้ง บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “การเปิดตัวกล้อง α7 III ของโซนี่ในวันนี้ นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพของโซนี่ได้อย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกโฉมวงการถ่ายภาพ และอุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพดิจิตอลอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความพรั่งพร้อมของเทคโนโลยีกล้องล่าสุดที่โซนี่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพที่ดีที่สุดให้แก่ช่างภาพทุกระดับ รวมถึงผู้ที่รักการถ่ายภาพทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการขยายตลาดกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสให้เติบโตยิ้งขึ้น รวมทั้งครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้นด้วย กล้อง α7 III กล้อง α7 III ซึ่งถือเป็นกล้องมิเรอร์เลสรุ่นล่าสุดจากตระกูลอัลฟ่า 7 ที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะและประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Full Frame Exmor R CMOS ที่ประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งระบบโฟกัสที่ฉับไวกว่าเดิมถึง 2 เท่า ผนวกกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอื่น ๆ อีกมากมาย จึงนับเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ในการถ่ายภาพได้อย่างน่าประทับใจยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา และด้วยศักยภาพการเติบโตของตลาดกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสในประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญระดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับเกียรติให้ทำการเปิดตัวกล้อง α7 III เป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้อีกด้วย ซึ่งโซนี่มั่นใจว่า α7 III จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับตลาดกล้องมิเรอร์เลสให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรักการถ่ายภาพระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ยิ่งขึ้น”

สำหรับกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III นับเป็นสุดยอดกล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล α7 Series ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากกล้องรุ่น α7 II ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของ α7 III คือ เป็นกล้องมิเรอร์เลสที่ยังคงรูปลักษณ์การออกแบบที่เล็กกะทัดรัด แต่ให้ประสิทธิภาพสูงด้านการถ่ายภาพที่ทรงพลังเหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ที่มีความละเอียดสูง 24.2 เมกกะพิกเซลแบบ Full Frame Back-llluminated Exmor R CMOS และ Front End LSI ซึ่งช่วยให้การประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X ที่ให้ Dynamic Range กว้างถึง 15 สต็อป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็วชัดเจน พร้อมค่าความไวแสง ISO51200 ทำให้ภาพสวยงามคมชัดยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเทคโนโลยี Electronic Shutter ที่สามารถลั่นชัตเตอร์ได้อย่างเงียบกริบ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักการถ่ายภาพที่ต้องการความเงียบ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันสั่นภายในตัวกล้องแบบ 5 แกน ที่ช่วยให้ภาพนิ่งมากขึ้นขณะถ่ายในระยะไกล พร้อมรองรับการบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดของภาพสูงสุดระดับ 4K แบบ Full Pixel Readout อีกด้วย

ยิ่งกว่านั้น กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III ยังโดดเด่นด้วยขุมพลังของระบบโฟกัสอัตโนมัติ 4D FOCUS และ Phase Detection 693 จุด ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 93% รวมถึงมีระบบ Eye AF ที่ช่วยโฟกัสติดตามดวงตาทำให้การถ่ายภาพบุคคลมีความง่ายดายและสวยงามยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถโฟกัสในที่แสงน้อยได้รวดเร็วและฉับไวกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า ขณะเดียวกันยังสามารถถ่ายภาพรัวได้สูงสุด 10 ภาพต่อวินาทีด้วยโหมด Slient Shooting ส่วนการถ่ายภาพต่อเนื่องสามารถถ่ายได้สูงสุด 177 ภาพในแบบ JPEG และ 89 ภาพ สำหรับไฟล์ RAW ที่บีบอัดแล้ว ขณะที่ตัวกล้องมาพร้อมปุ่ม Joystick เพื่อเพิ่มความสะดวกในการควบคุมกล้องที่ง่ายขึ้น โดยควบคุมได้ 4 ทิศทาง ทั้งยังรองรับแบตเตอรี่รุ่นใหม่ NP-FZ100 ที่ช่วยในการถ่ายภาพได้อย่างยาวนานที่สุดถึง 710 ภาพต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง พร้อมกับหน้าจอขนาด 3 นิ้วแบบพรับปรับองศาได้ ที่รองรับระบบสัมผัสในการเลือกจุดโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมช่องใส่ SD Card 2 ช่อง และรองรับการเชื่อมต่อแบบ USB type C รวมถึง My Menu ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยในการปรับแต่เมนูเองได้ถึง 30 รายการ โดยกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ ช่วงปลายเดือนมีนาคม นี้ โดยมีให้เลือก 2 แพ็คเกจ ในราคา 68,990 บาท สำหรับแพ็คเกจบอดี้ และ ราคา 74,990 บาท สำหรับแพ็คเกจ พร้อมเลนส์คิท