Category: บทความน่าสนใจ

EMS ตรวจพัสดุง่าย ส่งไวได้ถึงมือแน่นอนกับบริการอื่นๆ อีกเพียบ

เชื่อว่าหลายคนคงต้องใช้บริการขนส่งพัสดุในประเทศไทยมาไม่มากก็น้อย ในแต่ละค่ายจะมีจุดเด่นต่างกันออกไปแต่โดยรวมแล้วการส่ง EMS ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนหลายๆ ธุรกิจอยู่ อย่างที่เรารู้กันว่าปัจจุบันมีหลายค่ายให้เลือกใช้บริการแล้วไม่ว่าจะเป็น DHL, J&T Express, EMS Thailand, Kerry Express และเจ้าอื่นๆ อีกเพียบ ที่คอยให้บริการคุณในทุกๆ แห่งนั่นเอง

(more…)

จัดส่งของพร้อมระบบ ตรวจเช็คพัสดุ ออนไลน์ได้ตลอดเวลา

ช็อปแหลกกระจุยไปกับเทศกาลช็อปปิ้งส่งท้ายปี ไม่ว่าจะเป็นโปร 11.11 หรือ 12.12 หรือ Black Friday ก็สามารถ ตรวจเช็คพัสดุ ได้ตลอดจะส่งจากที่ไหนยังไงก็ไม่มีปัญหา เพียงแค่มีเลข Tracking Number ก็เช็คได้ทันที ง่ายมากไม่ถึง 1 นาทีรู้เลยว่าพัสดุเราถูกส่งจากที่ไหนและจะถึงประมาณวันไหน พร้อมขั้นตอนการส่งสินค้าแบบเรียลไทม์เลยก็ว่าได้ ทำให้คุณไม่พลาดเรื่องการรับสินค้าอย่างแน่นอน

(more…)

เช็ค EMS ง่ายไม่หวั่นแม้จะทำ E-Commerce ปลอดภัยของส่งถึงมือ

ไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบันเริ่มขายของออนไลน์มากขึ้น ธุรกิจประเภท E-Commerce ก็เติบโตตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน การส่งของถูกพัฒนาขึ้นไปจนถึงระบบ เช็ค EMS ทำให้ระบบขนส่งต่างๆ เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเราด้วยนั่นเอง โดยหลักๆ แล้วการขนส่งมีทั้งการรับสินค้าถึงที่โดยเราไม่ต้องออกไปส่งสินค้าเอง และสามารถได้ Tracking Number นำไปเช็คพัสดุที่เราส่งได้เลย ทำให้เราสะดวกมากขึ้นในการเผื่อเวลาในการทำอย่างอื่นได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเฝ้ารอสินค้าอยู่ที่บ้านทั้งที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไรยังไงวันไหนตรงนี้จะช่วยเราได้มากขึ้นเลยละ

(more…)

บริการตรวจเช็คพัสดุระบบ EMS มั่นใจทุกการขนส่งรวดเร็วทันใจ

เมื่อพูดถึงการขนส่งเรามักนึกถึงการใช้บริษัทเอกชนหรือ ปณ. ไทยในการส่งสินค้าแบบด่วนหรือที่รู้จักกันคือ EMS นั่นเอง โดยระบบนี้เป็นการส่งพัสดุแบบด่วนภายในไม่กี่วันถึงปลายทาง ความพิเศษของระบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วในการขนส่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรายังสามารถตรวจเช็คพัสดุชิ้นต่างๆ ที่ถูกส่งเข้าระบบนี้ผ่านทางออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์เลย ขอเพียงมีมือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์พกพา แล้วกรอกรหัสผ่านเว็บไซต์ที่ให้บริการเพียงเท่านี้คุณจะเห็นพัสดุเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางได้ทันที

(more…)

ส่งสินค้าออนไลน์ ตรวจพัสดุ ได้ไม่ยากเพียงเข้าเว็บไซต์พร้อมเลขแทร็กกิ้ง

การตรวจสอบพัสดุเป็นเรื่องง่ายมากในปัจจุบันด้วยการให้บริการที่หลากหลาย รวมถึงค่ายที่ให้บริการที่มีทางเลือกมากขึ้น ที่ช่วยให้เรา ตรวจพัสดุ ต่างๆ ที่ต้องการได้ดีขึ้นนั่นเอง โดยปัจจุบันมีช่องทางการสั่งสินค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Amazon, Shopee และเว็บไซต์อื่นอีกมากมาย ต่างใช้บิรการขนส่งค่ายอื่นที่เปิดให้บริการมากมาย รวมถึงเอกชนอื่นที่ต่างจอยเข้ามาให้บริการอีกเช่นกัน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในเรื่องการติดตามสินค้า เพื่อความปลอดภัยของสินค้าที่เราส่งด้วยเช่นกัน

(more…)

การถูก Bully ในที่ทำงาน เรื่องใหญ่ที่ควรให้ความสำคัญและเพิ่มวิธีป้องกัน

การถูก Bully ในที่ทำงาน เรื่องใหญ่ที่ควรให้ความสำคัญและเพิ่มวิธีป้องกัน

การถูกแกล้งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่หนักมากในสังคมไทย เพราะคนไทยติดการล้อเล่นโดยบางครั้งไม่ได้ดูกาลเทศะเลย ทำให้ผู้โดนกระทำค่อนข้างแย่และฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยจะเป็นปัญหามากๆ กับที่ทำงานภายในออฟฟิสทั้งพนักงานประจำหรือฟรีแลนซ์ก็อาจโดนแกล้งไปด้วย ทำให้การทำงานที่เกิดขึ้นไม่ราบรื่นแน่นอน วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีป้องกันและการหลีกเลี่ยงกับเหตุการณ์ที่เรากำลังโดนแกล้งอยู่ให้ปลอดภัยกับตัวเองมากขึ้นกัน (more…)

เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน

ในแต่ละช่วงเวลาของปี ถึงแม้คุณไม่ได้สังเกตเห็น แต่รู้หรือไม่ว่ามีหลายช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสมัครงานเป็นอย่างยิ่ง มาดูกันว่าในแต่ละเดือนนั้นมีเดือนไหนที่คุณควรเลือกเปลี่ยนงาน (ถ้าเป็นไปได้) และบางเดือนที่ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนงานรวมไปถึงการรับงานของ ฟรีแลนซ์ เช่นกัน เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน ทำให้การเลือกเปลี่ยนงานมีความสำคัญมากขึ้น

เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน

เลือกเวลาเปลี่ยนงานให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งรุ่งทั้งงานและเงินเดือน

เดือนที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนงาน ได้แก่ เดือนมกราคม และ เดือนกุมภาพันธ์

ในช่วงเริ่มต้นของปี (เดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์) นั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับการสมัครงานและได้งานในหลายๆธุรกิจ

เดือนมกราคม โดยปกติจะหลังจากหยุดยาวในช่วงปีใหม่มา การเริ่มงานต่างๆจะเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยเฉพาะการเลือกคัดสรรพนักงานจะรวดเร็วเป็นอย่างมาก จะมีจำนวนการนัดสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์และสัมภาษณ์งานเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมด้วยเป็นช่วงเวลาที่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจอยู่ในออฟฟิศกันเป็นส่วนมาก ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจหากหลายๆคนในช่วงนี้ทราบผลการสัมภาษณ์งานกันอย่างรวดเร็วกว่าช่วงอื่นๆ

อย่าลืมติดตามผลหลังจากผ่านการสัมภาษณ์งาน เนื่องด้วยมีฝ่ายบุคคลโดยเฉพาะในระดับหัวหน้ามีแนวโน้มที่จะวุ่นๆในช่วงนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากการจ้างงานด้วย ดังนั้นหากคุณยังไม่ได้รับการติดต่อหลังจากผ่านไปสัมภาษณ์ไปประมาณ 1 สัปดาห์ คุณควรติดต่อเพื่อติดตามผลต่อ

นอกจากนี้ยังมีอีกสองเหตุผลที่ทำให้สองเดือนนี้โดดเด่นกว่าเดือนอื่นๆ บริษัทส่วนมากจะได้รับงบประมาณการสรรหาพนักงานในช่วงเดือนมกราคม และกิจกรรมการสรรหาพนักงานที่เคยล่าช้าไปเมื่อปลายปีช่วงเดือน พฤศจิกายนและธันวาคมจะเริ่มดำเนินการต่อได้

เรื่องของโบนัสที่มักจะจ่ายในช่วงเดือนธันวาคม ดังนั้นพนักงานหลายๆคนเลือกที่จะรอจนพ้นเดือนมกราคมถึงเลือกเปลี่ยนงาน เรียกว่ารับโบนัสแล้วก็เปลี่ยนงานต่อทันที

เดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม ยังดูดีต่อเนื่อง
สามเดือนนี้ ก็ยังถือเป็นเดือนที่ดีในการสมัครงาน ด้วยหลายๆเหตุผลเช่นกัน

ความนิยมในการจ้างพนักงานในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มักต่อเนื่องยาวจนไปถึงเดือนเมษายน ดังนั้นสามเดือนต่อมายังถือเป็นช่วงเวลาในการหางานและสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานใหม่
แต่คุณต้องไม่ลืมว่า ยิ่งมีการสมัครงานมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีการแข่งขันสูงระหว่างผู้หางานด้วยเช่นกัน อย่าลืมเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งานไว้ด้วย

ยิ่งใกล้ช่วงเดือนเมษายน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีวันหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ ทำให้บริษัทต่างๆต้องเร่งกระบวนการสัมภาษณ์งานจนได้พนักงานใหม่ให้เร็วยิ่งกว่าเดิม เพราะหลายๆคนเลือกที่จะลาพักร้อนในช่วงนี้ทำให้เกิดความยากที่จะทำให้จบกระบวนการสรรหาคนกว่าเดิม ฝ่ายบุคคลเลยมักต้องเร่งขั้นตอนให้เร็วกว่าเดิม ผลดีคือการสมัครงานหรือสัมภาษณ์งานในช่วงนี้มักใช้เวลาไม่นานก็จะรู้ผลเร็วกว่าปกติ

สมัครงานในช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม เหนื่อยหน่อยนะ
ในช่วงสามเดือนนี้ถือว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสมัครงาน เหล่าผู้จัดการหรือหัวหน้ายังคงใช้วันหยุดพักร้อนต่อเนื่อง และทำให้เกิดการสัมภาษณ์หรือตัดสินใจพิจารณาเลือกผู้สมัครงานยากยิ่งกว่าเดิม

บริษัทต่างๆมักหาพนักงานมาเติมเต็มในช่วงต้นปีไปแล้ว ดังนั้นจึงเปิดรับตำแหน่งน้อยลงกว่าเดิมในช่วงเดือนถัดไป ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีตำแหน่งงานว่างเหมือนเคย เพียงแต่คุณต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง คุณอาจพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเนื่องจากมีการสมัครงานในช่วงนี้น้อย ใบสมัครงานของคุณจะโดดเด่นในตำแหน่งที่สมัครงานยิ่งกว่าเดิมในช่วงนี้ทันที

การให้เวลากับผู้สัมภาษณ์งานและใจเย็นในการรอการตัดสินใจจากบริษัทเป็นสิ่งที่คุณควรมีในช่วงเวลานี้ ยังเหลือช่วงเวลาอีกสามเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสมัครงานเช่นกัน

สองเดือนสุดท้าย กันยายน ตุลาคม ยังถือว่าดี
คุณคงงงๆกึ่งประหลาดใจว่าทำไมสองเดือนนี้ยังเป็นหนึ่งในช่วงเวลาทีดีในการสมัครงาน (เช่นเดียวกันกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์)

เหตุผลคือ เมื่อหมดช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การสรรหาคนจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วอีกครั้งจากการที่เหล่าผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจจ้างงานกลับจากการลาหยุดพักร้อน การนัดสัมภาษณ์งานจำนวนหลายคิวรวมถึงการลดขั้นตอนในการทำงานและรอ ช่วยให้กระบวนการสรรหาคนลื่นไหลและจบได้เร็วยิ่งขึ้น

ถามว่าแล้วสองเดือนนี้ดีกว่าเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์หรือไม่ ? จริงๆแล้วเหมือนการวัดดวงกับธุรกิจที่คุณเลือกสมัครงาน ถ้าเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่สุดของปีในการสมัครงานแล้ว กันยายนและตุลาคมก็ถือเป็นอีกสองเดือนที่ดีเช่นเดียวกัน

พฤศจิกายน และ ธันวาคม วัดดวงบนความไม่แน่นอน
ข่าวร้ายคือในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนั้นจะมีเวลาการดำเนินการในเรื่องการสัมภาษณ์งานและตัดสินใจจากผู้บริหารช้ายิ่งกว่าเดิม โดยส่วนมากผู้จัดการฝ่ายและแผนกบุคคลจะหยุดการสรรหาพนักงานใหม่โดยโยกไปเริ่มใหม่ปีหน้า รวมถึงเรื่องงบประมาณที่จะได้ในปีหน้าและหลายๆคนเริ่มลาหยุดยาวรับปีใหม่กันเรียบร้อย

หากคุณคาดหวังการเรียกสัมภาษณ์งานในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คุณควรต้องทำใจเรื่องการพิจารณาใบสมัครงานของคุณ เพราะ HR อาจเริ่มพิจารณาในช่วงปีถัดไป

เชื่อหรือไม่ ปลายเดือนธันวาคม กลายเป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสมัครงาน ?
เทคนิคอีกอย่าง คือการส่งใบสมัครงานในช่วงปลายเดือนธันวาคม เพื่อที่เมื่อเปิดงานต้นปีมา ใบสมัครงานของคุณจะอยู่ลำดับแรกๆในการคัดกรองใบสมัครงานของ HR หากคุณสามารถรอได้ ลองส่งใบสมัครงานช่วงปลายเดือนธันวาคม หากคุณผ่านการคัดเลือก คุณอาจได้เริ่มงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

“ทำไมถึงคิดจะลาออกจากที่เดิม” เป็นสุดยอดคำถามนิรันดร์กาล ที่ต้องเจอทุกครั้งตอนลาออกจากที่เก่า หรือตอนไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่ ซึ่งก็มีหลายต่อหลายเหตุผลในการลาออกที่จะสามารถเลือกไปตอบได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำตอบเท่านั้น เราต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน แต่ยังรวมถึงการใช้ไหวพริบและการแสดงออกในการตอบคำถามนี้ด้วย รวมถึงฟรีแลนซ์เองก็เช่นกัน ว่าจะทำยังไงให้ยังคงความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทเก่า รวมทั้งทำยังไงให้บริษัทใหม่สนใจในตัวคุณ จนต้องการให้คุณเข้าไปร่วมงานด้วย มีแนวทางการตอบอย่างมีชั้นเชิงมาฝาก

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

1. มองไม่เห็นความไม่ก้าวหน้าในอาชีพ

เมื่อคุณรู้สึกว่างานปัจจุบันที่ทำมันชนกำแพง มองไม่เห็นความก้าวหน้าในอาชีพ แทนที่คุณจะตอบตามความรู้สึกออกไป ให้คุณตอบแบบนี้ดีกว่า…

‘โชคดีที่ฉันได้ทำโปรเจกต์ที่ท้าทายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากับบริษัท ABC มันช่วยให้ฉันได้ฝึกทักษะและเพิ่มความชำนาญในการทำงาน เรื่องการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัทสตาร์ทอัพที่เป็นเทคอย่างมากเลยทีเดียว ทำงานที่นี่ ฉันมีความสุขและสนุกกับงานมาก แต่ฉันคิดว่าตอนนี้น่าจะถึงเวลาที่จะลองไปหาความท้าทายใหม่ ๆ จากอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เพื่อความเติบโตในอาชีพต่อไป’

2. เข้ากับหัวหน้าไม่ได้

หากคุณอยากลาออกจากงาน เพราะไม่ชอบหัวหน้า เข้ากับหัวหน้าไม่ได้ ทำงานด้วยแล้วต้องมีการปะทะกันตลอด มีมุมมองหรือความคิดเห็นไม่ตรงกัน หัวหน้าไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นใคร หรืออาจมีเหตุผลอื่น ๆ อีก แต่คุณไม่ควรเอาเหตุผลพวกนี้ไปตอบ เพราะจะทำให้คุณดูไม่ดี ดูไม่มืออาชีพ คุณควรตอบคำถามให้เป็นไปในทางบวก จะทำให้คุณดูเป็นคนมีความฉลาดทางอารมณ์ และจะดูมีความน่าสนใจมากกว่าพูดแต่เรื่องร้าย ๆ แย่ ๆ ของหัวหน้า แนวทางการตอบ…

‘ฉันเชื่อว่าสไตล์การทำงานที่เข้ากัน หรือเคมีที่ตรงกันของหัวหน้ากับลูกน้องในทีมเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะจะทำให้งานออกมาดี แถมบรรยากาศในการทำงานก็ดีด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เคมีของทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มไม่ตรงกันแล้ว ฉันคิดว่าปัญหาจะเริ่มเกิด การทำงานจะเริ่มติดขัดและยากขึ้น ฉันเลยอยู่ในสถานการณ์บังคับให้ต้องตัดสินใจ ในการหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ใช่ และเข้ากับสไตล์การทำงานของตัวเอง’

3. ต้องการเปลี่ยนสายงาน

เหตุผลในการออกจากงานที่ฟังดูแล้วยากที่จะดึงให้คุณทำงานต่อกับที่ทำงานเก่า คือ คุณต้องการเปลี่ยนสายงาน เปลี่ยนไปทำงานที่คุณชอบ งานที่คุณอยากทำ แต่ไม่ได้เลือกเดินสายนั้นมาตั้งแต่ต้น สมมติว่าคุณเรียนจบไอทีมา งานที่เริ่มทำก็เป็นงานด้านไอที แต่ชอบเขียนนั่นเขียนนี่เป็นชีวิตจิตใจ เลยอยากเปลี่ยนสายงานมาทำงานเขียน คุณอาจจะให้เหตุผลประมาณว่า…

‘ฉันอยากลองเปลี่ยนสายงานมาทำงานเขียนดู เพราะฉันชอบเขียนเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีเขียนเรื่องต่าง ๆ ลงบล็อกของตัวเองอยู่ มันอาจจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ฉันลองค้นหาตัวเองและคิดทบทวนอยู่นานว่าจะเปลี่ยนสายงานดีมั้ย คำตอบคือ ฉันควรลอง เพราะถ้าไม่ลอง ก็ไม่รู้ ว่าฉันก็ทำงานตรงนี้ได้เหมือนกัน’

4. ได้เงินเดือนมากขึ้น

เงินอาจไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่เงินก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เราต้องใช้เพื่อดำรงชีวิต การเปลี่ยนงานเพราะที่ใหม่ให้เงินเดือนสูงกว่า ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ถ้าจะเอาเหตุผลนี้มาบอกแบบทื่อ ๆ ตรง ๆ มันก็ดูเหมือนว่า คุณให้ความสำคัญกับเงินมากกว่างานเกินไป คุณลองตอบแบบนี้ น่าจะดูดีกว่า…

‘หลายปีที่ได้ทำงานกับบริษัท ABC ฉันรู้สึกดีที่บริษัทให้โอกาสฉันได้เรียนรู้การทำงานต่าง ๆ ได้พัฒนาทักษะและศักยภาพในการทำงานมากมาย ฉันได้ประสบการณ์การทำงานจากที่นี่เยอะเลย บรรยากาศในการทำงานที่นี่ก็เป็นกันเอง ทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้อง แต่ฉันคิดว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะ ที่ฉันจะได้ลองไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ที่มากขึ้น’

5. มีเงื่อนไขการทำงานที่ยืดหยุ่น

คนที่ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องงาน แต่มีชีวิตด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น คนที่อยากให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น หรือคนที่อยากให้เวลากับตัวเองมาขึ้น หรือคนที่ชอบทำงานในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียด ก็จะมองหางานที่มีเงื่อนไขการทำงานที่ยืดหยุ่น และนี่คือแนวทางการตอบคำถามของเหตุผลนี้…

‘ฉันเชื่อว่าการทำงานหนัก จะทำให้งานสำเร็จและออกมาดี แต่ฉันคิดว่างานจะดีได้มากขึ้นอีก ถ้าฉันทำงานในสภาพแวดล้อมที่สามารถยืดหยุ่นได้ อย่างเช่นบางวันอาจจะทำงานที่บ้านได้ ทำงานไปด้วย ดูแลลูกเล็กไปด้วย ไม่ต้องมัวพะวงเรื่องลูกเกินไปจนกระทบกับเรื่องงาน หรืออาจจะไปหา co-working space เก๋ ๆ นั่งทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ปิ๊งไอเดียใหม่ ๆ ได้ดีกว่าเดิม หรือจะเป็นการที่มีเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น ก็เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจ และกระตุ้นไอเดียในการทำงานได้มากกว่านั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศตลอดทั้งวัน และทุกวัน น่าเสียดายที่บริษัทปัจจุบันที่ทำอยู่ไม่ได้มีนโยบายนี้ ทำให้ฉันมองหาบริษัทที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่ตอบโจทย์กับตัวฉันเอง’

ไม่ว่าเหตุผลในการออกจากงานของคุณจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่คุณตอบจะต้องเป็นไปในทางบวก ต้องไม่พูดกระทบที่ทำงานเก่า และพยายามทำคะแนนกับที่ทำงานใหม่ ถ้าหัวหน้าคุณถาม ให้คุณตอบแบบถนอมน้ำใจเข้าไว้ ให้จากกันด้วยดี เพราะอนาคตคุณอาจเจอกับหัวหน้าคนเก่าในที่ทำงานใหม่ต่อ ๆ ไปก็ได้ หรือถ้า HR ที่ใหม่ถาม ก็ให้คุณใช้ไหวพริบในการตอบ ให้เหตุผลในทางบวก ใส่ชั้นเชิงในการตอบลงไป ทำให้เค้าประทับใจและเทคะแนนให้คุณให้ได้

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

นั่งทำงานมาจนจะครบปี งานบนหน้าตักยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำงานก็พลาดบ่อย นายก็น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานก็ไม่น่าคบ ครั้นจะลาออก เปลี่ยนงานใหม่ก็เสียดายเงินเดือน ทำอย่างไรดีหละ? แม้แต่ทำ ฟรีแลนซ์ เองก็ยังน่าเบื่อเลยที่ต้องเจอปัญหาแบบนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกลียดวันจันทร์ และนั่งทำงานแบบเคาท์ดาวน์รอวันศุกร์ อยากบอกคุณว่า โชคดีแค่ไหนที่คุณมีงานทำ และนี่คือวิธีจุดไฟทำงานในตัวคุณเองได้ง่าย ๆ เพื่อเพิ่มความสุขให้กับการทำงานของคุณ

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

หาเวลาพักผ่อน

การนั่งทำงานบนความเบื่อหน่ายนาน ๆ ยิ่งทำให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นรีบเคลียร์งานให้เสร็จ ใช้สิทธิวันลาทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่คุณไม่เคยไป พร้อมพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มโปรด และเพลงบนเพลย์ลิสต์ที่ช่วยทำให้คุณผ่อนคลาย

หากบริษัทของคุณมี flexible benefit (สวัสดิการแบบยืดหยุ่น) ให้ แล้วคุณไม่เคยใช้มันเลย เวลานี้ก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะนำไปใช้ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทำสปา ฟิตเนส นวดหน้าทำหน้า ซื้อหนังสือ เสื้อผ้า หรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่คุณอยากได้ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ตามแต่ละบริษัทของคุณ ที่จะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายและพักผ่อนได้ จะยิ่งเพิ่มความสุขให้คุณขึ้นได้

นึกถึงวันทำงานวันแรก

หลังกลับจากการลาพักร้อนแล้ว หากยังรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำ ให้คุณนึกย้อนไปถึงวันแรกที่บริษัทตอบรับคุณเข้าทำงาน ข้อดีต่าง ๆ ที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วมทำงานในบริษัท นึกถึงความตื่นเต้นตอนเจ้านายมอบหมายงานชิ้นแรกให้คุณ ความกระตือรือร้นที่คุณพยายามทำช่วงทดลองงานจนผ่านโปร อาจจะช่วยจุดไฟในตัวคุณได้

มองโลกในแง่บวก

การมองโลกในแง่บวกจะช่วยทำให้คุณผ่านพ้นความรู้สึกเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น ลองคิดดูว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่มีงานทำ ในขณะที่ใครหลายคนกำลังตกงาน ในขณะที่เจ้าของกิจการหลายรายกำลังประสบปัญหาขาดทุน แต่คุณเป็นพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน มีเงินส่งเลี้ยงดูพ่อแม่ มีเงินส่งลูกเรียนในโรงเรียนดี ๆ มีเงินซื้อของที่อยากได้ มีเงินท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป

ปิดหูปิดตา

เมื่อต้องเจอกับเจ้านายที่น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานที่ไม่น่าคบ ให้คุณมาทำงาน -เลิกงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด เดินเข้าออฟฟิศแบบปิดหููปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัท ก้มหน้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ให้ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ หรือหากมีโอกาสทำงานใหญ่ คุณอาจรับอาสาทำแบบเงียบ ๆ ตั้งใจทำให้เสร็จ เพื่อผลงานเข้าตาผู้บริหารใหญ่ คุณอาจได้รับการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งงาน

ให้รางวัลตัวเอง

เคยคิดบ้างไหมว่าทุกวันนี้ คุณก้มหน้าก้มตาทนทำงานด้วยความเครียดไปเพื่ออะไร? หากคุณยังตอบไม่ได้ คุณลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น “หากชั้นทำงานโปรเจคนี้สำเร็จ ชั้นจะให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมหรู หรือการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาสะพายไปทำงาน และหากคุณมีเงินมากพอ อาจตั้งเป้ารางวัลให้ตัวเองด้วยการนำโบนัสปลายปี ไปซื้อบ้านหลังใหม่ หรือรถยนต์คันใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณสุขสบายมากยิ่งขึ้นก็ได้

หาเวลาพัฒนาตัวเอง

หากงานมันซ้ำซากจำเจมากนัก ลองหาเวลาลงสมัครเรียนคอร์สระยะสั้น หาความรู้ และประสบการณ์ใหม่ในสายงานที่คุณทำ ให้คุณมีโอกาสมองเห็นโลกที่มันกว้างกว่าสังคมออฟฟิศเดิม ๆ ของคุณ ได้รู้จักเพื่อนร่วมคอร์สเรียนใหม่ ๆ ซึ่งคุณอาจนำความรู้ที่ได้มาใช้พัฒนางานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน หรือมองหาโอกาสเปลี่ยนงานใหม่ในตำแหน่งสูงขึ้น และผลตอบแทนมากขึ้นได้

หาเวลาออกกำลังกาย

การออกกำลังกายหลังเลิกงานประมาณ 20 นาที จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) และสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารดังกล่าวจะช่วยลดระดับความตึงเครียดในร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสมองปลอดโปร่ง อีกทั้งยังช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉง มีไฟที่จะทำงานอีกด้วย

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

คำว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์’ (artificial intelligence) หรือ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อและในวงสนทนา เป็นเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนทั้งโลก เทคโนโลยีที่มาพร้อมขีดความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการ ลดค่าใช้จ่าย และปรับเปลี่ยนศักยภาพทางธุรกิจ แต่น้อยคนนักที่จะตระหนักว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราอย่างไรบ้าง AI กำลังเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่เริ่มตั้งแต่ในบ้านของเรา มันถูกใช้ในการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยอย่างชาญฉลาด เข้าใจทุกความต้องการของคุณ และทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น คุณลองนึกภาพตัวเองตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและเดินเข้าครัวไปยังหม้อต้มกาแฟที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่น พร้อมกับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตว่าคุณไปเข้าคลาสออกกำลังกายสายแล้วนะ หรือเมื่อเปิดตู้เย็นแล้วพบว่าโยเกิร์ตถ้วยโปรดที่คุณกินหมดไปแล้วเมื่อวันก่อน มีถ้วยใหม่มาใส่แทนไว้แล้ว คุณไม่ต้องวิตกกังวลระหว่างทำงาน เพียงเพราะคุณไม่แน่ใจว่าได้เปิดระบบสัญญานกันขโมยก่อนออกจากบ้านหรือไม่ AI ได้ทำสิ่งนั้นแทนคุณแล้ว

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

แม้ว่า AI จะสามารถทำเรื่องทั้งหมดนี้ได้ แต่ศักยภาพที่แท้จริงของมันยังมีอีกมาก สถานการณ์ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง ถึงแม้ว่ามันยังไปไม่ถึงจุดที่จะสามารถสั่งซื้อสินค้าใช้สอยแทนคุณได้ แต่วิวัฒนาการของอุปกรณ์ที่มี AI ก็เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและราคาก็ถูกลงเรื่อยๆ จึงมีแนวโน้มที่จะได้เห็น AI กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของบ้านได้เร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง ในความเป็นจริง บริษัทวิจัยอย่างการ์ทเนอร์ (Gartner) ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2022 อุปกรณ์ที่มี AI อาจมีระดับความฉลาดทางอารมณ์พอที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคนคนหนึ่งมากกว่าคนในครอบครัวนั้นเสียอีก โซลูชั่นที่มีอยู่แล้ว เช่น Amazon Echo และ Google Home ถูกนำไปใช้แล้วในห้องรับรองพิเศษและห้องครัวเพื่อให้สอดรับกับรสนิยมและอารมณ์ความรู้สึกของคน ซึ่งทำให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทุกวันนี้คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนก้อนโตหรือสร้างบ้านที่มีระบบอัตโนมัติเพื่อใช้ประโยชน์จาก AI บ้านเรือนโดยทั่วไปมีเราเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายที่เรียกว่า network attached storage (NAS) ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องควบคุมอุณหภูมิ (thermostat) อุปกรณ์เหล่านี้อาจกลายเป็นของใช้ธรรมดาทั่วไปเหมือนเครื่องชงกาแฟ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือสามารถเชื่อมต่อไปยัง AI ได้แบบไร้รอยต่อ เพื่อให้คุณควบคุมกลไกภายในบ้านของคุณได้แบบเบ็ดเสร็จ

ถ้าคุณต้องการปกป้องบุตรหลานของคุณจากการเข้าถึงคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม การใช้ Siri บนสมาร์ทโฟนของคุณ รวมถึง NAS และเราเตอร์แบบมี AI คุณจะสามารถตรวจติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตและพฤติกรรมในโลกออนไลน์ของทุกคนในบ้านได้ ซึ่งเป็นระบบ Parental Control ที่ง่ายและเกิดประสิทธิผลไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้แนวคิดนี้สร้าง QR code เพื่อให้เพื่อนๆสามารถสแกนเพื่อเข้าถึง Wi-Fi ในบ้านของคุณได้ ซึ่งนับเป็นวิธีที่ง่ายขึ้นมากๆ ไม่ต้องมัวเสียเวลาค้นหารหัสผ่าน Wi-Fi ที่คุณไม่เคยจำ คุณสะดุ้งตื่นตอนตี 2 จากสัญญาณเตือน แต่เอาเข้าจริงกลับพบว่ามันเป็นแค่เสียงลมหรือฝน หรือแมลงไต่เข้าไปในเซนเซอร์ไหม? ลองลงทุนติดตั้งระบบที่มี AI จะช่วยขจัดความน่าเบื่อของสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดและทำให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ระบบกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัยแบบมี AI ของ Synology มาพร้อมอัลกอริทึมที่มีขีดความสามารถในจดจำรูปแบบที่สลับซับซ้อน ซึ่งจะช่วยลดสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดและเพิ่มช่วงเวลาพักผ่อนแบบไร้กังวลของคุณในยามค่ำคืนให้มากขึ้น

และสำหรับผู้ที่หารูปถ่ายไม่เจอหรือไม่สามารถคัดแยกให้เป็นระบบระเบียบได้สักที คุณสามารถใช้ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง Moments ของ Synology ที่ไม่เพียงแต่จัดหมวดหมู่รูปภาพตามธีม วัตถุ และกลุ่มคนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถแก้ไขหรือปรับแต่งภาพให้เหมาะสำหรับการนำไปพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแสง สร้างเทมเพลตสำหรับสมุดภาพ สร้างอัลบั้มแห่งความทรงจำให้สามารถค้นหาโฟลเดอร์ที่ต้องการได้ง่าย และที่สำคัญคือ มันสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ในเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งที่ AI สามารถเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของคุณ ทั้งยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย จากภาพถ่ายไปจนถึงระบบกล้องวงจรปิด จากเพลงไปจนถึงการตรวจติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ต AI แทรกตัวอยู่ในทุกกิจกรรมในบ้านแล้ว มันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณโดยการกำจัดงานธุรการที่จุกจิกออกไปแล้วเพิ่มความสนุกเพลิดเพลินให้แทน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายแล้วในปัจจุบันและจะสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในวิถีชีวิตของคุณ