ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

นั่งทำงานมาจนจะครบปี งานบนหน้าตักยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำงานก็พลาดบ่อย นายก็น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานก็ไม่น่าคบ ครั้นจะลาออก เปลี่ยนงานใหม่ก็เสียดายเงินเดือน ทำอย่างไรดีหละ? แม้แต่ทำ ฟรีแลนซ์ เองก็ยังน่าเบื่อเลยที่ต้องเจอปัญหาแบบนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกลียดวันจันทร์ และนั่งทำงานแบบเคาท์ดาวน์รอวันศุกร์ อยากบอกคุณว่า โชคดีแค่ไหนที่คุณมีงานทำ และนี่คือวิธีจุดไฟทำงานในตัวคุณเองได้ง่าย ๆ เพื่อเพิ่มความสุขให้กับการทำงานของคุณ

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

หาเวลาพักผ่อน

การนั่งทำงานบนความเบื่อหน่ายนาน ๆ ยิ่งทำให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นรีบเคลียร์งานให้เสร็จ ใช้สิทธิวันลาทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่คุณไม่เคยไป พร้อมพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มโปรด และเพลงบนเพลย์ลิสต์ที่ช่วยทำให้คุณผ่อนคลาย

หากบริษัทของคุณมี flexible benefit (สวัสดิการแบบยืดหยุ่น) ให้ แล้วคุณไม่เคยใช้มันเลย เวลานี้ก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะนำไปใช้ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทำสปา ฟิตเนส นวดหน้าทำหน้า ซื้อหนังสือ เสื้อผ้า หรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่คุณอยากได้ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ตามแต่ละบริษัทของคุณ ที่จะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายและพักผ่อนได้ จะยิ่งเพิ่มความสุขให้คุณขึ้นได้

นึกถึงวันทำงานวันแรก

หลังกลับจากการลาพักร้อนแล้ว หากยังรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำ ให้คุณนึกย้อนไปถึงวันแรกที่บริษัทตอบรับคุณเข้าทำงาน ข้อดีต่าง ๆ ที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วมทำงานในบริษัท นึกถึงความตื่นเต้นตอนเจ้านายมอบหมายงานชิ้นแรกให้คุณ ความกระตือรือร้นที่คุณพยายามทำช่วงทดลองงานจนผ่านโปร อาจจะช่วยจุดไฟในตัวคุณได้

มองโลกในแง่บวก

การมองโลกในแง่บวกจะช่วยทำให้คุณผ่านพ้นความรู้สึกเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น ลองคิดดูว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่มีงานทำ ในขณะที่ใครหลายคนกำลังตกงาน ในขณะที่เจ้าของกิจการหลายรายกำลังประสบปัญหาขาดทุน แต่คุณเป็นพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน มีเงินส่งเลี้ยงดูพ่อแม่ มีเงินส่งลูกเรียนในโรงเรียนดี ๆ มีเงินซื้อของที่อยากได้ มีเงินท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป

ปิดหูปิดตา

เมื่อต้องเจอกับเจ้านายที่น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานที่ไม่น่าคบ ให้คุณมาทำงาน -เลิกงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด เดินเข้าออฟฟิศแบบปิดหููปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัท ก้มหน้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ให้ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ หรือหากมีโอกาสทำงานใหญ่ คุณอาจรับอาสาทำแบบเงียบ ๆ ตั้งใจทำให้เสร็จ เพื่อผลงานเข้าตาผู้บริหารใหญ่ คุณอาจได้รับการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งงาน

ให้รางวัลตัวเอง

เคยคิดบ้างไหมว่าทุกวันนี้ คุณก้มหน้าก้มตาทนทำงานด้วยความเครียดไปเพื่ออะไร? หากคุณยังตอบไม่ได้ คุณลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น “หากชั้นทำงานโปรเจคนี้สำเร็จ ชั้นจะให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมหรู หรือการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาสะพายไปทำงาน และหากคุณมีเงินมากพอ อาจตั้งเป้ารางวัลให้ตัวเองด้วยการนำโบนัสปลายปี ไปซื้อบ้านหลังใหม่ หรือรถยนต์คันใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณสุขสบายมากยิ่งขึ้นก็ได้

หาเวลาพัฒนาตัวเอง

หากงานมันซ้ำซากจำเจมากนัก ลองหาเวลาลงสมัครเรียนคอร์สระยะสั้น หาความรู้ และประสบการณ์ใหม่ในสายงานที่คุณทำ ให้คุณมีโอกาสมองเห็นโลกที่มันกว้างกว่าสังคมออฟฟิศเดิม ๆ ของคุณ ได้รู้จักเพื่อนร่วมคอร์สเรียนใหม่ ๆ ซึ่งคุณอาจนำความรู้ที่ได้มาใช้พัฒนางานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน หรือมองหาโอกาสเปลี่ยนงานใหม่ในตำแหน่งสูงขึ้น และผลตอบแทนมากขึ้นได้

หาเวลาออกกำลังกาย

การออกกำลังกายหลังเลิกงานประมาณ 20 นาที จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) และสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารดังกล่าวจะช่วยลดระดับความตึงเครียดในร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสมองปลอดโปร่ง อีกทั้งยังช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉง มีไฟที่จะทำงานอีกด้วย

Meitu เปิดตัวธีมการ์ตูนดัง We Bare Bears พร้อม AR Filters และ สติ๊กเกอร์

เหม่ยทู๋ (Meitu) บริษัทผู้พัฒนาและให้บริการแอพพลิเคชั่นแต่งภาพยอดฮิต ร่วมกับการ์ตูนชื่อดัง We Bare Bears ทางช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ค เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ BEAR HUG ที่รวมเอา AR Filters สติ๊กเกอร์ กรอบภาพ (frames) โมเสก (Mosaic) และ Magic Brush ไว้ด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่ เหม่ยทู๋ (Meitu) ผู้นำในการให้บริการแอพพลิเคชั่นแต่งภาพได้ร่วมมือกับ We Bare Bears การ์ตูนชื่อดังที่ได้รับรางวัลมากมายทางช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ค We Bare Bears การ์ตูนยอดฮิตทางช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลกและในประเทศไทย ที่ เหม่ยทู๋ (Meitu) ได้พัฒนาฟีเจอร์ BEAR HUG ขึ้นมา เพื่อเป็นการส่งความสุขปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ ให้บรรดาแฟนๆ ได้สัมผัสถึงความน่ารักของสามหมีพี่น้อง กริซ (Grizz) แพนแพน (Pan Pan) และ ไอซ์แบร์ (Ice Bear) โดยแฟนๆ สามารถส่งต่อความน่ารักของสามหมีจอมป่วนให้กับคนที่เรารักต้อนรับเทศกาลปีใหม่ โดยฟีเจอร์ BEAR HUG ของสามหมี We Bare Bears สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้

Meitu เปิดตัวธีมการ์ตูนดัง We Bare Bears พร้อม AR Filters และ สติ๊กเกอร์

Meitu เปิดตัวธีมการ์ตูนดัง We Bare Bears พร้อม AR Filters และ สติ๊กเกอร์

หลังจากดาวน์โหลดแอพ เหม่ยทู๋ แล้ว เลือกปุ่ม “กล้องถ่ายรูป” แล้วเลือกฟีเจอร์ BEAR HUG เพื่อเลือกธีมน่ารักๆ มากมายสำหรับใช้ตกแต่งรูป

Bear Hug Frame: หมีน้อยกอดกันกลมดิ๊ก สำหรับคนที่คุณรัก

ให้หมีน้อยทั้งสามสร้างความน่ารักกับรูปสวยๆ ของคุณ

ปิน เฉิน (Pin Chen) ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส ตลาดต่างประเทศ แอพพลิเคชั่นเหม่ยทู๋ กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง เหม่ยทู๋ (Meitu) และ We Bare Bears ในครั้งนี้จะทำให้ผู้ที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เหม่ยทู๋ ได้สนุกสนานกับการใช้งานฟีเจอร์ BEAR HUG ในการตกแต่งรูปภาพ โดยเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เราจึงขอแนะนำให้ส่งต่อความรักระหว่างกันด้วยฟีเจอร์ BEAR HUG โดยให้หมีน้อยทั้งสามได้ร่วมสวมกอดคนที่คุณรักในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้”

แอพพลิเคชั่น เหม่ยทู๋ เริ่มให้บริการดาวน์โหลดในประเทศไทยในช่วงต้นปี 2018 และได้รับความนิยมอย่างมากหลังจากเปิดให้บริการ จากการจัดลำดับแอพพลิเคชั่นที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในประเทศไทย เหม่ยทู๋ เป็นหนึ่งในแอพพลิเคชั่นในหมวดการตกแต่งรูป ที่ไม่เสียค่าบริการการใช้งาน ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งใน App Store และ Google Play Store

“ในการตกแต่งรูปภาพ ผู้ใช้งานในประเทศไทยมีความคิดสร้างสรรค์มากมาย เครื่องมือที่ใช้แต่งภาพ อาทิเช่น Magic Brush และการแต่งภาพถ่ายด้วยโมเสก (Mosaic) เพื่อเปลี่ยนให้ภาพที่ดูไม่เรียบร้อยหรือภาพที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็นบางสิ่งบางอย่างในภาพให้กลายเป็นภาพโมเสกนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก” ปิน เฉิน กล่าว

โมเสก We Bare Bears เปลี่ยนพื้นหลังรูปภาพให้เข้ากับอารมณ์ผู้ใช้งาน

สามารถเลือกใช้ได้ผ่านแอพพลิเคชั่น เหม่ยทู๋ (Meitu)

ผู้ใช้งานสามารถใช้ We Bare Bears Magic Brush ตกแต่งรูปได้ตามจินตนาการ

We Bare Bears เป็นการ์ตูนสนุกสนาน ทางช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ค เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสามหมีพี่น้องที่ต้องการผูกมิตร ปรับตัวเพื่อให้กลมกลืน และเป็นเพื่อนกับผู้คนในสังคมปัจจุบัน กริซ (Grizz) เป็นหมีพี่ใหญ่สุด ที่มองโลกในแง่ดีอยู่ตลอดเวลา เป็นผู้นำน้องหมีอีกสองตัว และด้วยความที่มองโลกในแง่ดีตลอดเวลาจึงทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย สนุกสนานต่าง ๆ มากมาย แพนแพน (Pan Pan) หมีน้องคนกลาง ที่มุ่งมั่นในการหาความโรแมนติกอยู่ตลอดเวลา และหมีน้องเล็กสุด ไอซ์แบร์ (Ice Bear) ที่มีความสามารถพิเศษซ่อนไว้มากมายภายใต้มาดนิ่งๆ

เกี่ยวกับ Meitu Inc. Meitu Inc. ก่อตั้งในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2551 เป็นผู้นำในบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการแอพพลิเคชั่นแต่งภาพยอดฮิต โดยใช้ AI โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศจีน มีพันธกิจในการจุดประกายให้คนกล้าที่จะแสดงความสวย โดยทางบริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายทั้งซอฟต์แวร์และสมาร์ทฮาร์ดแวร์ ในคอนเซ็ปต์ความสวยงาม ประกอบไปด้วย แอพพลิเคชั่น เหม่ยทู๋ (social network) กล้องบิวตี้ แคม (Beauty Camera) เหม่ยป๋าย (pan-knowledge short video platform) เหม่ยทู๋บิวตี้ (e-commerce platform) และ สมาร์ทโฟนเหม่ยทู๋ (Meitu Smartphones)

แอพพลิเคชั่น เหม่ยทู๋ (Meitu) มียอดดาวน์โหลดลงในสมาร์ทโฟนมากกว่า 1.5 พันล้านเครื่อง โดยมีผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นทั่วโลก โดย 1 ใน 3 ของผู้ใช้งานทั้งหมดไม่ได้อยู่ในประเทศจีน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ไทย อินโดนีเชีย มาเลย์เซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

ด้วยปริมาณรูปภาพที่ถูกบันทึกและเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เหม่ยทู๋ ได้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ประโยชน์โดยผ่านทางห้องแล็ปของเหม่ยทู๋ (MTlab) ศูนย์วิจัยและพัฒนาของเหม่ยทู๋ (Meitu’s R&D Hub) รวมถึงนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์อื่นๆ อาทิ Computer Vision, Deep Learning และ Computer Graphics อีกด้วย

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

คำว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์’ (artificial intelligence) หรือ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อและในวงสนทนา เป็นเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนทั้งโลก เทคโนโลยีที่มาพร้อมขีดความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการ ลดค่าใช้จ่าย และปรับเปลี่ยนศักยภาพทางธุรกิจ แต่น้อยคนนักที่จะตระหนักว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราอย่างไรบ้าง AI กำลังเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่เริ่มตั้งแต่ในบ้านของเรา มันถูกใช้ในการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยอย่างชาญฉลาด เข้าใจทุกความต้องการของคุณ และทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น คุณลองนึกภาพตัวเองตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและเดินเข้าครัวไปยังหม้อต้มกาแฟที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่น พร้อมกับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตว่าคุณไปเข้าคลาสออกกำลังกายสายแล้วนะ หรือเมื่อเปิดตู้เย็นแล้วพบว่าโยเกิร์ตถ้วยโปรดที่คุณกินหมดไปแล้วเมื่อวันก่อน มีถ้วยใหม่มาใส่แทนไว้แล้ว คุณไม่ต้องวิตกกังวลระหว่างทำงาน เพียงเพราะคุณไม่แน่ใจว่าได้เปิดระบบสัญญานกันขโมยก่อนออกจากบ้านหรือไม่ AI ได้ทำสิ่งนั้นแทนคุณแล้ว

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

แม้ว่า AI จะสามารถทำเรื่องทั้งหมดนี้ได้ แต่ศักยภาพที่แท้จริงของมันยังมีอีกมาก สถานการณ์ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง ถึงแม้ว่ามันยังไปไม่ถึงจุดที่จะสามารถสั่งซื้อสินค้าใช้สอยแทนคุณได้ แต่วิวัฒนาการของอุปกรณ์ที่มี AI ก็เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและราคาก็ถูกลงเรื่อยๆ จึงมีแนวโน้มที่จะได้เห็น AI กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของบ้านได้เร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง ในความเป็นจริง บริษัทวิจัยอย่างการ์ทเนอร์ (Gartner) ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2022 อุปกรณ์ที่มี AI อาจมีระดับความฉลาดทางอารมณ์พอที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคนคนหนึ่งมากกว่าคนในครอบครัวนั้นเสียอีก โซลูชั่นที่มีอยู่แล้ว เช่น Amazon Echo และ Google Home ถูกนำไปใช้แล้วในห้องรับรองพิเศษและห้องครัวเพื่อให้สอดรับกับรสนิยมและอารมณ์ความรู้สึกของคน ซึ่งทำให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทุกวันนี้คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนก้อนโตหรือสร้างบ้านที่มีระบบอัตโนมัติเพื่อใช้ประโยชน์จาก AI บ้านเรือนโดยทั่วไปมีเราเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายที่เรียกว่า network attached storage (NAS) ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องควบคุมอุณหภูมิ (thermostat) อุปกรณ์เหล่านี้อาจกลายเป็นของใช้ธรรมดาทั่วไปเหมือนเครื่องชงกาแฟ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือสามารถเชื่อมต่อไปยัง AI ได้แบบไร้รอยต่อ เพื่อให้คุณควบคุมกลไกภายในบ้านของคุณได้แบบเบ็ดเสร็จ

ถ้าคุณต้องการปกป้องบุตรหลานของคุณจากการเข้าถึงคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม การใช้ Siri บนสมาร์ทโฟนของคุณ รวมถึง NAS และเราเตอร์แบบมี AI คุณจะสามารถตรวจติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตและพฤติกรรมในโลกออนไลน์ของทุกคนในบ้านได้ ซึ่งเป็นระบบ Parental Control ที่ง่ายและเกิดประสิทธิผลไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้แนวคิดนี้สร้าง QR code เพื่อให้เพื่อนๆสามารถสแกนเพื่อเข้าถึง Wi-Fi ในบ้านของคุณได้ ซึ่งนับเป็นวิธีที่ง่ายขึ้นมากๆ ไม่ต้องมัวเสียเวลาค้นหารหัสผ่าน Wi-Fi ที่คุณไม่เคยจำ คุณสะดุ้งตื่นตอนตี 2 จากสัญญาณเตือน แต่เอาเข้าจริงกลับพบว่ามันเป็นแค่เสียงลมหรือฝน หรือแมลงไต่เข้าไปในเซนเซอร์ไหม? ลองลงทุนติดตั้งระบบที่มี AI จะช่วยขจัดความน่าเบื่อของสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดและทำให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ระบบกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัยแบบมี AI ของ Synology มาพร้อมอัลกอริทึมที่มีขีดความสามารถในจดจำรูปแบบที่สลับซับซ้อน ซึ่งจะช่วยลดสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดและเพิ่มช่วงเวลาพักผ่อนแบบไร้กังวลของคุณในยามค่ำคืนให้มากขึ้น

และสำหรับผู้ที่หารูปถ่ายไม่เจอหรือไม่สามารถคัดแยกให้เป็นระบบระเบียบได้สักที คุณสามารถใช้ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง Moments ของ Synology ที่ไม่เพียงแต่จัดหมวดหมู่รูปภาพตามธีม วัตถุ และกลุ่มคนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถแก้ไขหรือปรับแต่งภาพให้เหมาะสำหรับการนำไปพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแสง สร้างเทมเพลตสำหรับสมุดภาพ สร้างอัลบั้มแห่งความทรงจำให้สามารถค้นหาโฟลเดอร์ที่ต้องการได้ง่าย และที่สำคัญคือ มันสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ในเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งที่ AI สามารถเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของคุณ ทั้งยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย จากภาพถ่ายไปจนถึงระบบกล้องวงจรปิด จากเพลงไปจนถึงการตรวจติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ต AI แทรกตัวอยู่ในทุกกิจกรรมในบ้านแล้ว มันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณโดยการกำจัดงานธุรการที่จุกจิกออกไปแล้วเพิ่มความสนุกเพลิดเพลินให้แทน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายแล้วในปัจจุบันและจะสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในวิถีชีวิตของคุณ

โปรแกรม AppCrashView ดูสาเหตของโปรแกรมพัง หยุดการทำงาน

ถูกพัฒนาขึ้นจากผู้พัฒนาค่าย NirSoft ผู้พัฒนาโปรแกรมยูทิลิตี้ชื่อดังของโลก โดย โปรแกรม AppCrashView มันเป็นโปรแกรมที่เอาไว้ดูสาเหตการเกิดข้อผิดพลาด ของโปรแกรม หรือ แอพพลิเคชั่น ต่างๆ ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตการพัง (Program Crashed) ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สาเหตที่โปรแกรมหยุดทำงาน สาเหตที่โปรแกรมค้างหรือแฮงค์ โดยข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้นำออกมาจากไฟล์ตระกูล .WER ซึ่งย่อมาจากคำว่า “Windows Error Reporting” ที่มีอยู่แล้วในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งจะเก็บประวัติการการเกิดขึ้นทุกครั้งที่มี โปรแกรมนี้สามารถดึงเอาข้อมูลเหล่านั้นออกมาแสดงโชว์ให้คุณได้ดู ได้เห็นด้วยเช่นกัน

โปรแกรม AppCrashView ดูสาเหตของโปรแกรมพัง หยุดการทำงาน

โปรแกรม AppCrashView ดูสาเหตของโปรแกรมพัง หยุดการทำงาน

โปรแกรม AppCrashView ตัวนี้มันสามารถแสดงรายละเอียดข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นชื่อไฟล์โปรเซส (Process File) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Event Name) เวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น (Event Time) ชื่อผู้ใช้ที่ใช้ขณะเกิดเหตุการณ์ขึ้น (Username) รวมไปถึงข้อมูล ExceptionCode ExceptionOffset FaultModuleName FaultModuleVersion ProcessPath ReportFileSize และ ReportFilePath ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้สามารถส่งออกมาในรูปแบบรายงานต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของไฟล์ข้อความธรรมดา (Text File) รวมไปถึงไฟล์ในรูปแบบของเว็บเพจ (HTML) ไฟล์ CSV และ XML มันรองรับการทำงานกับ Windows (XP / Server 2003 / Vista / Server 2008 / 7 (Seven) / 8 / 8.1) ซึ่งโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาอยู่ตลอด และเป็นให้ดาวน์โหลดไปใช้แบบฟรีแวร์ (Freeware)

หากใครมองว่าโปรแกรมตัวนี้ดูหน้าตาบ้านๆ ก็อย่าเพิ่งมองข้ามไปเพราะมันสามารถมองหาการทำงานผิดพลาด หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Error นั่นเอง ซึ่งจะทำให้เราแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุดโดยที่เราไม่ต้องไปงมหาว่ามันค้าง แฮงค์ หรือไม่ทำงานจากโปรแกรมอะไรให้วุ่นวาย เอาละใครที่ชอบโปรแกรมนี้ก็อย่าลืมอุดหนุนทีมพัฒนา NirSoft Freeware ชุดนี้เพื่อต่อไปจะได้มีโปรแกรมดีๆ ใช้กันอีก หวังว่าโปรแกรมตัวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คน ไว้เจอกันครั้งหน้าจะเอาโปรแกรมดีๆ มาฝากกันอีกครั้งหนึ่งสำหรับวันนี้แอดมินต้องขอตัวก่อนละ บ๊ายบาย

HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก ที่มาตอบโจทย์คอเอ็นเตอร์เทน

หัวเว่ยเผยข้อมูลสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “HUAWEI Y9 2019” สมาร์ทโฟนน้องเล็ก เพื่อคอเอ็นเตอร์เทนเมนท์ตัวจริง อัดแน่นทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5” ทำงานร่วมกับชิปเซ็ท AI ‘Kirin 710’ พร้อม RAM มากถึง 4GB จัดเต็มด้วย AI Game Suite และ GPU Turbo สำหรับลุยทุกสมรภูมิกับเหล่าเกมเมอร์ แถมแบตเตอรี่ความจุมากถึง 4,000 mAh และยังถ่ายภาพได้สวย ไม่พลาดทุกช็อตเด็ด ด้วยกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซล และกล้องหลังคู่ขนาด 13 ล้านพิกเซลและ 2 ล้านพิกเซล เพื่อเพิ่มลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอและเซลฟี่สุดปัง พร้อมเปิดตัวและราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ตุลาคมนี้!

HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก ที่มาตอบโจทย์คอเอ็นเตอร์เทน

HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก ที่มาตอบโจทย์คอเอ็นเตอร์เทน

สรุปจุดเด่นของ HUAWEI Y9 2019

– HUAWEI Y9 2019 มาพร้อมกับหน้าจอ HUAWEI FullView Display ขนาด 6.5”

– ขุมพลังชิปเซ็ต AI ‘Kirin 710’ พร้อมฟีเจอร์จัดเต็มสำหรับคอเกม และรองรับ GPU Turbo ให้การประมวลผลกราฟิคแรงขึ้นเร็วขึ้น เล่มเกมได้ลื่นไหลกว่าเคย

– ใช้งานได้ลื่นไหลด้วย ‘RAM 4 GB’ พร้อมเก็บทุกข้อมูลได้ด้วยหน่วยความจำภายในเครื่อง ‘64 GB’

– เล่นเกมได้นาน ดูซีรีส์มาราธอนไม่มีสะดุด ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 4,000 mAh

– เซลฟี่สวยหน้าชัดหลังเบลอด้วย ‘กล้องหน้าคู่ 16MP + 2MP’

– ถ่ายภาพสวย ไม่พลาดทุกซ็อตเด็ดด้วย ‘กล้องหลังคู่ 13MP + 2MP’

– กล้อง AI ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์ฉากหลังกว่า 500 แบบ และวัตถุต่างๆ ได้ถึง 22 ประเภท พร้อมปรับการตั้งค่าต่างๆ อัตโนมัติให้เหมาะสมกับวัตถุที่ถ่ายมากที่สุด เพื่อภาพสวยงามแบบไม่ต้องพยายาม

พร้อมหรือยังกับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor

Honor สมาร์ทโฟนอีแบรนด์ชั้นนำโพสต์ข้อความผ่านช่องทาง Official Facebook เตรียมเผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล X-Series ที่จะกำลังจะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ กับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor ซึ่งหลังจากเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในประเทศไทยอย่าง Honor 7X ที่สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จต่อยอดการพัฒนามายังสมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบัน

พร้อมหรือยังกับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor

พร้อมหรือยังกับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ เหนือระดับจาก Honor

หากเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่อยู่ในช่วงราคาเดียวกันนั้น Honor 7X ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมความคุ้มค่าและสเปคการทำงานที่สำคัญทั้งหน้าจอไร้ขอบขนาดใหญ่และฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์อื่นๆ อาทิ ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุโลหะพิเศษ กล้องเลนส์คู่คุณภาพสูง แบตเตอรี่อายุการใช้งานยาวนาน อีกทั้งความทนทานและคุณภาพที่เหนือระดับ นอกจากนี้ Honor ยังถือเป็นผู้นำในการผลิตสมาร์ทโฟนที่ความคุ้มค่าคุ้มราคา โดยผสมผสานคุณภาพระดับสูงและประสิทธิภาพการทำงานอันทรงพลังในราคาที่ย่อมเยา ดังนั้นคุณมั่นใจได้ว่า Honor 8X จะเป็นอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยีชั้นนำที่คุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างแน่นอน

Honor เตรียมเปิดตัว Honor 8X สมาร์ทโฟนอันทรงพลังในราคาย่อมเยาอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ด้วยความมุ่งมั่นนำเสนออีกขั้นของสมาร์ทโฟนเหนือระดับ Honor ทุ่มงบสำหรับการออกแบบโดยร่วมมือกับ Dieter Rams นักออกแบบระดับโลกชาวเยอรมันที่มีความเชื่อว่า “less, but better” หรือ “น้อยแต่ดีกว่า” ซึ่งผลงานของเขากลายเป็นที่เลื่องลืออย่างยาวนานและยังมีอิทธิพลต่อกลุ่มศิลปินและผู้อื่นอีกมากมาย

Honor ยึดหลักแนวคิดการดีไซน์แบบเรียบง่ายและหลักเกณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ในการออกแบบ โดย Honor 8X มาพร้อมการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความสวยงามเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างฟังก์ชันการทำงานและดีไซน์ตัวเครื่องที่โด่ดเด่นสวยงาม ทั้งนี้ดีไซน์ของ Honor 8X ได้รับการออกแบบอย่างประณีตประกอบกับวัสดุที่คัดสรรอย่างดี เอื้อต่อการผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยีอันซับซ้อนได้อย่างลงตัว

เตรียมพบกับข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสประสบการณ์ Honor 8X ได้เร็วๆนี้ สมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดจาก Honor จะมาเปิดมิติใหม่แห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ฟีเจอร์ครบครัน และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร แล้วคุณหล่ะพร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของคุณแล้วหรือยัง? เพราะชีวิตจะมีอะไรหากคุณไม่กล้าพอ

Honor คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ด้วยสโลแกน “For The Brave” แบรนด์ Honor ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่มีวิถีแบบดิจิทัลผ่านผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น สร้างความจูงใจและการกระทำ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ ก้าวไปให้บรรลุความฝันได้ ด้วยแนวทางดังกล่าว Honor สร้างความโดดเด่นด้วยการแสดงให้เห็นการก้าวออกนอกกรอบ อย่างกล้าหาญของตัวเอง ทำสิ่งที่ในแตกต่าง และดึงเอาขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ เพื่อการนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ล่าสุด นำเสนอให้กับลูกค้าของเรา

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

เด็กใหม่หลายคนอาจจะหางานที่ตัวเองรักและอยากทำได้แล้ว แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร งานไหนจะเป็นงานแรกในชีวิตที่ชอบและเหมาะสำหรับตัวเอง หรือจะไปสาย ฟรีแลนซ์ ดีนะ ถึงแบบนั้นการรู้ วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ ก็มีให้เห็นอยู่ค่อนข้างเยอะแต่วันนี้เราจะมาจับกลุ่มและบอกเล่าให้มันน้อยลงเพื่อจะได้จับจุดได้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างกับ 8 เคล็ดลับให้ไว้อ่านเป็นคู่มือในการเลือกงานแรกที่ใช่ เพื่อจะได้เริ่มชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวได้อย่างสดใส และตั้งต้นในอาชีพได้เร็วมาฝาก

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

1. รู้จักตัวเอง

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดในการหางานคือการรู้ว่าตัวเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จุดอ่อน จุดแข็งของเราอยู่ตรงไหน เราควรปรับปรุงอะไรในชีวิตและการทำงาน คนหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ชอบอะไรในชีวิต เขาเหล่านั้นจึงเสียเวลาไปกับการทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด และไม่ชอบไปวัน ๆ ทำงานเพื่อเงิน และไม่ได้รับความสุขจากการทำงาน การค้นหาตัวเองอาจเริ่มจากลองลิสท์สิ่งที่เราชอบทำ เวลาทำแล้วมีความสุข สนุก แล้วลองเปลี่ยนสิ่งที่ชอบให้เป็นงาน หรือหางานจากสิ่งที่เราชอบทำนั้น น้อง ๆ อาจลองทำหลายๆ สิ่ง หลายๆ กิจกรรมเพื่อดูว่าตัวเรามีความชอบ ความถนัด และความสามารถในการทำสิ่งนั้น ๆ หรือไม่ การค้นหาตัวเองอาจใช้เวลา แต่เชื่อเถอะว่า มันคุ้มค่าที่จะทำ เพราะเมื่อเราทำในสิ่งที่รักทุกๆ วัน เราจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงาน และชีวิตการทำงานของน้อง ๆ จะเป็นชีวิตที่มีความสุขทุกวัน

2. หาแรงบันดาลใจในการทำงาน

ในการเลือกงานแรก สิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอคือ งานนั้นควรสร้างแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ ตื่นไปทำทุกวัน เป็นงานที่เมื่อคิดถึงทีไรก็ทำให้อะดรีนาลีนของเราเดือดพล่าน อยากเข้าไปลุยกับมัน อยากเข้าไปแสดงฝีมือของเราให้เป็นที่ประจักษ์ หรืออาจเป็นงานที่สร้างคุณค่าสร้างประโยชน์ให้ตัวเราและสังคม เป็นงานที่ทำแล้วเรารู้สึกดีก็ได้ เมื่อเราหาแรงบันดาลใจในงานที่เราเลือกจะทำได้แล้ว งานนั้นก็จะเป็นงานที่ใช่สำหรับเราในก้าวแรก

3. เลือกงานที่เราถนัด

เมื่อเรารู้ตัวของเราว่าเราถนัดที่จะทำอะไรแล้ว การเลือกทำงานที่เราถนัด จะทำให้ผลงานของเราออกมาดี เราจะมีแพสชั่นและความกระตือรือร้นในการฝึกฝนทักษะในการทำงานยิ่ง ๆ ขึ้น อยากที่จะใฝ่รู้ในงานตลอดเวลา เวลาทำงานเราจะรู้สึกว่าไม่ต้องฝืน และไม่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหรือไม่ต้องใช้เวลาในการทำงานอย่างมากเพื่อทำให้ผลงานสำเร็จแต่ละชิ้น การทำงานจะเป็นไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว

4. ทดลองฝึกงานหรือทำงานพิเศษที่หลากหลายก่อนสมัครงาน

ก่อนจะได้งานแรกที่ใช่ น้อง ๆ สามารถ ทดลองทำงานพิเศษ หรือฝึกงานตามหน่วยงาน องค์กรต่างๆ หรือทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนให้หลากหลายถ้าสามารถทำได้ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ก็จะเป็นการช่วยให้เราได้ประสบการณ์ ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น คอนเนคชั่น และได้ไอเดียที่กว้างขวาง หลากหลายและสร้างสรรค์เกี่ยวกับงานต่าง ๆ ที่ตัวเองอยากทำมากยิ่งขึ้น การได้ทดลองทำงานพิเศษ หรือฝึกงานตามที่ต่าง ๆ จะทำให้เรารู้จักตัวเองได้ชัดและเร็วขึ้นจากประสบการณ์ตรง ว่าเราต้องการทำงานอะไร งานอะไรที่ใช่สำหรับเรา

5. ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่หลากหลาย

การค้นหาข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับอาชีพที่หลากหลายในองค์กรต่าง ๆ ในสาขาคณะที่ตัวเองเรียนหรือนอกสาขาคณะที่เรียน จากทั้งประสบการณ์ตรง ถามรุ่นพี่ หรือถามผู้อื่น การค้นหาทางอินเตอร์เน็ตหรือสื่อต่างๆ จะทำให้เราได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกงานแรกที่ใช่ที่เหมาะกับความชอบและความสามารถของเรามากขึ้น รู้ความแตกต่างของอาชีพต่าง ๆ ในองค์กรต่าง ๆ ได้ดี และเลือกงานแรกที่ตรงกับความต้องการของเราได้ง่ายขึ้นด้วย

6. วางเป้าหมายในการทำงาน

ลองใช้เวลาบ่ายวันหยุด นั่งวางแผนเป้าหมายในการทำงานของน้อง ๆ ว่า ในอีก 5 ปีหรือ 10 ปี เราอยากเห็นตัวเราเป็นอย่างไร ทำอะไร มีความสุขกับอะไร อาจนั่งนึกภาพตัวเราในอนาคตกับงานที่เราอยากทำ หรืออาจลองเขียน วาดรูป หรือทำแผนภาพชีวิตตัวเองดูก็ได้ เมื่อเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเติบโตในหน้าที่การงานอะไรแล้ว การเดินตามแผนที่วางไว้ จะทำให้เราเลือกงานแรกได้ง่ายขึ้นและตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ชัดเจน

7. พิจารณาวัฒนธรรมองค์กร

องค์กรหรือสถานที่ที่เราจะทำงานมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจเลือกงานของเรา ในการเลือกงานแรกที่เรายังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานใด ๆ มาก่อนเลย การพิจารณาถึงที่ตั้งของหน่วยงาน ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เราคิดอยากจะไปทำว่ามีความเหมาะสมกับบุคลิกและสภาพแวดล้อมของเราหรือไม่เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพราะการเลือกสถานที่ทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกจริตกับเรา จะมีผลต่อชีวิตการทำงานของเราในระยะยาว จงศึกษาหาข้อมูลของหน่วยงานที่เราจะไปทำให้มากที่สุดทั้งการถามจากผู้รู้หรือตามสื่อต่าง ๆ จะทำให้เราตัดสินใจเลือกงานแรกได้ดีขึ้น

8. ทำแบบทดสอบทักษะประเมินความสามารถทางวิชาชีพ

หากเรายังไม่แน่ใจว่าตัวเราเหมาะกับงานชนิดไหนแล้ว การทำแบบทดสอบทักษะประเมินความสามารถทางวิชาชีพ จะช่วยให้เรามีความเข้าใจและเห็นภาพความถนัดและความสามารถทางวิชาชีพของเราได้ชัดเจนขึ้น และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เราจะใช้ในการตัดสินใจเลือกงานแรกที่เหมาะกับเราได้ โดยแบบทดสอบประเมินความสามารถทางวิชาชีพนั้น เราอาจหาได้ตามหนังสือ คู่มือต่าง ๆ และอินเตอร์เน็ต

เปิดตัวนวัตกรรมกล้องติดรถยนต์ MiVue 7 Series อัจฉริยะ

Mio มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ที่คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริงตามแนวคิดที่เป็นหัวใจหลัก “All About You” ล่าสุดประกาศเปิดตัวกล้องติดรถยนต์แบบมี WiFi และระบบนำทาง GPS ในตัว รุ่นใหม่จากตระกูล MiVue 7 Series อัจฉริยะ ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการบันทึกวิดีโอคุณภาพความคมชัดสูง พร้อมคุณสมบัติการสำรองข้อมูลแบบเรียลไทม์ ที่ผู้ใช้สามารถอัพโหลดและดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกสบายผ่านแอพพลิเคชัน MiVue

เปิดตัวนวัตกรรมกล้องติดรถยนต์ MiVue 7 Series อัจฉริยะ

เปิดตัวนวัตกรรมกล้องติดรถยนต์ MiVue 7 Series อัจฉริยะ

ความคมชัดระดับ Full HD จับภาพความละเอียดสูง สว่างชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน กล้องติดรถยนต์รุ่น MiVue792 (ไมวิว 792) โดดเด่นด้วยสุดยอดเซ็นเซอร์ STARVIS™ ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์รับภาพความไวสูงแบบ CMOS จากโซนี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกวิดีโอในสภาวะแสงน้อย หรือเวลากลางคืนได้สว่างชัดเจน อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีปรับแต่งภาพซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Mio สามารถปรับความสว่างของภาพได้ถึง 4 ระดับ เพิ่มคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น กล้องสามารถบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดคมชัดสูงในทุกช่วงเวลาด้วยความคมชัดระดับ Full HD 1080p ภาพไหลลื่นด้วยความเร็วเฟรมเรท 60 FPS ต่อวินาที

ถ่ายโอนไฟล์วิดีโออัตโนมัติ สามารถดูได้แบบเรียลไทม์

กล้องติดรถยนต์รุ่น Mio MiVue 792 (มีโอ้ ไมวิว 792) และรุ่น MiVue786 (ไมวิว 786) เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการรองรับการเชื่อมต่อผ่าน WiFi ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนและดูคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากกล้องติดรถยนต์ทั่วไปในท้องตลาดที่ผู้ใช้ต้องเสียเวลาถอดเมมโมรี่การ์ดออกมาเพื่อดูวิดีโอย้อนหลังในคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนยุ่งยากและอาจทำให้ล่าช้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

กล้องติดรถยนต์ Mio แบบมี WiFi ในตัวมาพร้อมฟีเจอร์เก็บสำรอง (Backup) ไฟล์วิดีโอแบบอัตโนมัติ ดังนี้

1. เก็บสำรองไฟล์วิดีโอแบบเรียลไทม์: ตัวกล้องจะทำการบันทึกเหตุการณ์และเก็บสำรองไฟล์โดยอัตโนมัติ สามารถเข้าดูคลิปวิดีโอต่างๆ ได้ทันทีอย่างง่ายดาย

2. บันทึกวิดีโอต่อเนื่อง: ตัวกล้องจะทำการบันทึกวิดีโออย่างต่อเนื่อง แม้ในขณะที่ผู้ใช้งานกำลังเชื่อมต่อผ่าน WiFi กับโทรศัพท์มือถือ

3. สามารถตัดแบ่งไฟล์วิดีโอได้: เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ผู้ใช้สามารถตัดแบ่งคลิปวิดีโอ ณ เวลาที่เกิดเหตุได้ความยาว 20 วินาที (โดยตัวกล้องถูกตั้งค่าไว้ให้บันทึก 5 วินาทีก่อนเกิดเหตุและ 15 วินาทีหลังเวลาที่เกิดเหตุ) ทำให้ได้ไฟล์ขนาดเล็กที่เป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุจริงๆ

4. สามารถดาวน์โหลดต่อจากที่ดาวน์โหลดค้างไว้ได้ (Download Resume): ใช้งานง่ายสุดๆ ด้วยการกดคลิกเพียงครั้งเดียวเพื่อเริ่มดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอต่อทันทีจากที่ดาวน์โหลดค้างไว้

5. ไม่รบกวนสายเรียกเข้า: ผู้ใช้ยังคงสามารถรับสายที่โทรเข้ามาได้ แม้ในขณะที่ทำการเก็บสำรองไฟล์วิดีโอลงในมือถือ

6. รองรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง: รองรับการเก็บสำรองข้อมูลทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องติดรถยนต์ในตระกูล Mio MiVue 7 Series ทุกรุ่นสามารถใช้งานร่วมกับกล้องมองหลังติดรถยนต์ MiVue A30 (ไมวิว เอ30) ได้ โดยกล้องมองหลัง MiVue A30 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS จากโซนี่ ให้ความคมชัดระดับ Full HD 1080p ใช้เลนส์กระจกคุณภาพสูง เลนส์กล้องมุมมองกว้าง 130 องศา รูรับแสงกว้าง F1.8 และรองรับโหมดบันทึกวิดีโอในเวลากลางคืน

นอกเหนือจากการเปิดตัวกล้องติดรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล MiVue 7 Series แล้ว ทาง Mio ยังเปิดตัวกล้องติดรถยนต์ Mio MiVue C380D (มีโอ้ ไมวิว ซี380ดี) สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพความคมชัดระดับ Full HD 1080p ที่เฟรมเรท 30 FPS ต่อวินาที ตัวกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS ของโซนี่ มอบความปลอดภัยขณะขับขี่ครอบคลุมในทุกๆ มุมมอง พร้อมมีระบบนำทาง GPS ในตัว ที่นอกจากจะแสดงตำแหน่งของรถแล้ว ยังสามารถบอกความเร็วรถ ระบุพิกัดละติจูดและลองติจูด และบันทึกเส้นทางที่เดินทางไปได้อย่างครบถ้วนทุกการเดินทาง

กล้องติดรถยนต์ทุกรุ่นมีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ของลาซาด้าและช้อปปี้ สำหรับรุ่น Mivue 792 และ Mivue C380D ราคาเริ่มต้น 8,900 บาท สำหรับรุ่น Mivue 786 ราคาเริ่มต้นที่ 7,900 บาท และสำหรับรุ่น MiVue A30 ราคาเริ่มต้นที่ 4,900 บาท

โปรแกรม CarotDAV จัดการ FTP และ Sync ไฟล์บน Cloud

หลายคนอาจจะเคยใช้งานโปรแกรมประเภทเชื่อมต่อไฟล์ โอนถ่ายข้อมูลจากเซิฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยระบบ FTP ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานหลายโปรแกรมด้วยกัน วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ โปรแกรม CarotDAV เป็นโปรแกรมสำหรับจัดการ FTP และเชื่อมต่อไฟล์ (Sync Files) บนระบบสำรองข้อมูลอย่างคลาวด์ (Cloud) ที่ปัจจุบันขอมีเพียงอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

โปรแกรม CarotDAV จัดการ FTP และ Sync ไฟล์บน Cloud

โปรแกรม CarotDAV จัดการ FTP และ Sync ไฟล์บน Cloud

ใช้ในการบริหารจัดการ การรับส่งไฟล์ จากบริการต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย พัฒนาโดยทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรมจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคิดค้นเพื่อตอบโจทย์ให้กับการใช้งานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์เก็บไฟล์ เก็บข้อมูล ที่จะต้องอัพเดทหรือดึงข้อมูลสำคัญออกมาใช้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ออฟฟิศสำนักงานอยู่ ตลอดเวลาขอเพียงมีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้ทันที รองรับการรับส่งไฟล์แบบ FTP / FTPS บนบริการเก็บไฟล์ เก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage) อย่าง SkyDrive, Dropbox, GoogleDrive, Box, SugarSync, AmazonCloudDrive และบริการอื่นๆ

โดยมันสามารถทำงานร่วมกับ ระบบเก็บข้อมูลออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่าบริการ Cloud Storage ได้อย่างลงตัว และทำให้ ข้อมูลนั้นสดใหม่อยู่เสมอ มันรองรับการใช้งานกับหลายบริการ หลากหลายค่าย ที่คุณสมัครเป็นสมาชิก อยู่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บริการ SkyDrive บริการ Dropbox บริการ Google Drive และอื่นๆ อีกมากมาย โดยที่ไม่ต้องมาเปิดใช้งานทีละบริการ ทีละโปรแกรม ใช้ โปรแกรม CarotDAV ตัวเดียว คุณก็จะสามารถบริหารจัดการ ครั้งเดียวเป็นอันเรียบร้อย ใช้งานง่ายมากเพียงแค่ลากแล้ววาง (Drag n’ Drop) ก็ใช้งานได้ทันที ใช้งานได้กับระบบ Windows ได้เกือบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Windows Desktop, Windows Server ตัวอย่างระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานร่วมกันได้ เช่น เซิร์ฟเวอร์ IIS6, เซิร์ฟเวอร์ IIS7, เซิร์ฟเวอร์ Apache Web Server 2.2 / 2.1

หัวเว่ยพร้อมให้ลูกมอบของขวัญเซลฟีกับแม่ด้วย แฮชแท็ก #SEELOOOVE

หัวเว่ยส่งแคมเปญแทนใจบอกรักแม่ ชวนคู่แม่ลูกมาเซลฟี่สุดคิวท์และเขียนแคปชั่นโดนใจ พร้อมติด แฮชแท็ก #SEELOOOVE และ #HUAWEI บน Facebook หรือ Instagram ลุ้นรับ HUAWEI Sport Bluetooth Headphone มูลค่า 1,990.- จำนวน 5 รางวัล ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 สิงหาคมนี้ พร้อมส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองเดือนแห่งวันแม่ ให้คุณลูกเลือกของขวัญสุดล้ำให้คุณแม่ที่รับรองคุณแม่ต้องเลิฟ

หัวเว่ยพร้อมให้ลูกมอบของขวัญเซลฟีกับแม่ด้วย แฮชแท็ก #SEELOOOVE

หัวเว่ยพร้อมให้ลูกมอบของขวัญเซลฟีกับแม่ด้วย แฮชแท็ก #SEELOOOVE

สมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็กชิปจากหัวเว่ย ได้แก่ HUAWEI P20 Pro, HUAWEI P20 และ HUAWEI Mate 10 Pro ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 8,000 บาท พร้อมรับเงินคืนตามเงื่อนไข

HUAWEI P20 Series สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพที่ดีที่สุด จากการจัดอันดับโดย DxOMark

· HUAWEI P20 Pro ราคาเต็ม 27,990 บาท รับส่วนลดสูงสุด 4,000 บาท

(รับส่วนลดพิเศษทันที 2,000 บาท และรับเงินคืนเพิ่ม 2,000 บาท เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

· HUAWEI P20 ราคาเต็ม 19,990 บาท รับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท

(รับส่วนลดพิเศษ 1,000 บาท และรับเงินคืนเพิ่ม 1,000 บาท เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

HUAWEI Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปฉลาดล้ำด้วย AI

· HUAWEI Mate 10 Pro ราคาเต็ม 27,990 บาท รับส่วนลดสูงสุด 8,000 บาท

(รับส่วนลดพิเศษ 6,000 บาท และรับเงินคืนเพิ่ม 2,000 บาท เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

วันแม่นี้อย่าลืมหอมแก้มแม่ บอกรักแม่ พร้อมมอบของขวัญจากหัวเว่ยที่จะทำให้คุณแม่ชื่นใจ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคมนี้ ณ หัวเว่ย แบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ