Category: ข่าวการศึกษา

เตรียมตัวไปเรียนจีนกับ Ningbo Supply Chain Innovation Institute China

NSCIIC เป็นสถาบันที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐบาลของ Ningbo ประเทศจีนและสถาบันเทคโนโลยี Massachusetts ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เป้าหมายขององค์กรคือการเป็นผู้นำในด้านการศึกษาและการวิจัยในด้าน supply chain education and research

เตรียมตัวไปเรียนจีนกับ Ningbo Supply Chain Innovation Institute China

เตรียมตัวไปเรียนจีนกับ Ningbo Supply Chain Innovation Institute China

ซึ่งทาง NSCIIC มีสองโปรแกรมสอนเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ:

  1. MIT-Ningbo Supply Chain Management Program (MNSCM Program)
    ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของโลก นักเรียนทุกคนจะได้ฝึกงานใน บริษัท คู่ค้าของ NSCIIC เลือกพื้นที่การวิจัยและทำวิทยานิพนธ์ตามโครงการฝึกงานของพวกเขา หลักสูตรนี้รวมหลักสูตรหลักสูตรปริญญาโทสาขาการจัดการซัพพลายเชนที่ MIT เข้ากับหลักสูตร MBA ซึ่งกำหนดโดยคณะกรรมการกำกับดูแลการศึกษา MBA แห่งชาติจีน หลักสูตรนี้สอนเป็นภาษาอังกฤษโดยคณาจารย์ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนานาชาติชั้นนำที่มีประสบการณ์และความชำนาญในวงการอุตสาหกรรมที่หลากหลายรวมทั้งอาจารย์ที่เข้าเยี่ยมชมจาก MIT Global SCALE Networkนอกเหนือจากหลักสูตรที่ท้าทายแล้วโปรแกรมเน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารการฝึกอบรมผู้นำและการติดต่อสื่อสารที่กว้างขวางกับภาคอุตสาหกรรม NSCIIC เข้าร่วมกับ บริษัท ท้องถิ่นและ บริษัท ข้ามชาติหลายแห่งในการริเริ่มต่างๆเช่นการบรรยายในภาคอุตสาหกรรมโครงการวิจัยวิทยานิพนธ์และการรับสมัครนักศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษานักเรียนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสมทบของสมาคมศิษย์เก่า MITและกลายเป็นศิษย์เก่าของเครือข่าย MIT Global SCALE Network

Degree/Certificate:

– Master of Business Administration awarded by Ningbo University.
– Graduate Certificate in Logistics and Supply Chain Management, awarded by MIT Global SCALE Network.

  1. MIT-Zaragoza-Ningbo Master of Engineering in Logistics and Supply Chain Management (The 3C program) เป็นโครงการต้นแบบของ MIT นักศึกษาต้องเรียนใน 3 ทวีปที่แตกต่างกันคือ: MIT Center for Transportation and Logistics (USA), Zaragoza Logistics Center(Spain), and Ningbo Supply Chain Innovation Institute China.

โปรแกรม 3C เป็นหลักสูตรที่มีคุณภาพสูงซึ่งทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถทั้งในการแก้ปัญหาและความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง หลักสูตรนี้นักเรียนจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกันโดยการศึกษาจาก 3 ทวีปที่แตกต่างกัน

Fall Term: ZLC, Zaragoza, Spain.
January Term: MIT, Cambridge, USA
Spring Term: NSCIIC, Ningbo, China

CERTIFICATE
University of Zaragoza, ZLC
(MIT-Zaragoza international Logistics Program)
Master of Engineering in Logistics & Supply Chain Management
MIT Global SCALE Network
Graduate Certificate in Logistics and Supply Chain Management

*Tuition fee is RMB 168,000 and EUR 28,000 รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ

ทุนการศึกษา Erasmus Plus KA107 ที่ The Autonomous University of Barcelona

สำหรับน้องๆ ที่ต้องการหาทุนเรียนต่อวันนี้มีโครงการ ทุนการศึกษา Erasmus Plus KA107 เพื่อมอบให้กับนักเรียนต่างชาติ เข้าศึกษาต่อที่ The Autonomous University of Barcelona ในประเทศสเปน ทุนนี้จะมอบให้กับทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จำนวนทั้งสิ้น 14 ทุนการศึกษา แต่เปิดโควต้าให้กับผู้สมัครจากประเทศไทยทั้งสิ้น 2 ตำแหน่ง ทุนการศึกษาครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ พร้อมกับมีค่าใช้จ่ายรายเดือนให้ในจำนวนที่ระบุเอาไว้

ทุนการศึกษา Erasmus Plus KA107 ที่ The Autonomous University of Barcelona

ทุนการศึกษา Erasmus Plus KA107 ที่ The Autonomous University of Barcelona

คุณสมบัติของผู้สมัคร (รายละเอียดภาษาอังกฤษ)

  • Assume responsibility for performing the mobility, between the second semester of the 2016?2017 academic year or the 2017?2018 academic year, always before 31 July 2018.
    Specific requisites for undergraduate and master’s students:
  • Be enrolled at one of the partner universities (according to the list provided in section 3 of this call).
  • Those nominated within UAB Exchange Programme by one of the partner universities will have priority (the exchange has to take place during the 2nd semester of the academic year 2016/17 or the academic year 2017/18)
  • Not have been previously on an Erasmus+ exchange stay exceeding 7 months, as a student can do a maximum of 12 months exchange perstudy level within the Erasmus+ programme.

ในส่วนของรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ของทุนการศึกษา โดยจะเปิดรับสมัครจนกระทั่งถึงวันที่ 30 เมษายน 2017 นี้เท่านั้น

รวมทุนสาขาวิชาทางด้านสถาปัตยกรรม จากหลายแห่งไม่ควรพลาด

สาขาวิชาทาง ด้านสถาปัตยกรรม นั้น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีความนิยมสูง วันนี้เราเลยมีทุนการศึกษาจากรอบโลกในด้านนี้มาฝากกัน แน่นอนว่าทุกๆ ทันเปิดให้กับนักศึกษาจากต่างชาติ วันนี้ใครที่อยากเรียนต่อในด้านนี้กันล่ะก็ต้องรีบมาดูกันให้ไว เพราะช้าไปแล้วละก็ทุนหมดอดเรียนเลยนะ แล้วจะเสียดายกันจริงๆ

รวมทุนสาขาวิชาทางด้านสถาปัตยกรรม จากหลายแห่งไม่ควรพลาด

รวมทุนสาขาวิชาทาง ด้านสถาปัตยกรรม จากหลายแห่งไม่ควรพลาด

ทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา
– Kate Neal Kinley Memorial Fellowship

– The American Institute of Architects

– Yale School of Architecture

– Texas A&M University College of Architecture

– University of Illinois at Urbana-Champaign, Illinois School of Architecture

– University of Nebraska – Lincoln College of Architecture

– University of Southern California School of Architecture

ทุนการศึกษาเรียนต่อแคนาดา
– Ontario Association of Landscape Architects (OALA) Scholarship for Students of the University of Guelph

ทุนเรียนต่อแถบยุโรป
– ECA Taught Masters Scholarships at the University of Edinburgh

– Oxford Brookes University

– PhD in Architecture Studentship at the University of Strathclyde

– Royal Institute of British Architects (RIBA) Wren Insurance Association Scholarships

– Architectural Association School of Architecture

– University of Kent School of Architecture Postgraduate Scholarships

– Dublin Institute of Technology (DIT) School of Architecture Sir Richard Morrison Scholarship

– DAAD Scholarships for International Graduates in the Field of Architecture

ทุนเรียนต่อในเอเชีย
– Nirankari Rajmata Scholarships

– Singapore University of Technology and Design Far East Engineering/Architecture Scholarship

ทุนการศึกษาเรียนต่อในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
– University of Queensland, Master of Architecture Scholarship

– University of New South Wales Architecture Scholarships

– University of Sydney Architecture Scholarships

ทุนการศึกษาเรียนต่อที่ไหนก็ได้ในโลก
– ACI Foundation Graduate Scholarships for International Students

อิงกูพลิกโฉมการเรียน ภาษา เปิดออนไลน์ตัวต่อตัวกับครูต่างชาติแท้ๆ

ในเครือโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Engoo ที่ได้รับความนิยม และยอมรับอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น และในอีก 12 ประเทศทั่วโลก อิงกูพลิกโฉมการเรียน ภาษา เปิดออนไลน์ตัวต่อตัว พลิกโฉมการเรียนภาษาอังกฤษแนวใหม่ที่ทลายทุกข้อจำกัดด้านเวลาและค่าใช้จ่ายโดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาช่วยพัฒนารูปแบบผ่านคอร์สออนไลน์กับครูต่างชาติทั่วโลกในแบบตัวต่อตัว โดยสามารถเลือกเรียนในเวลาใดก็ได้วันใดก็ได้แบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อการพัฒนาความสามารถด้านภาษาของคนไทยสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ สอดรับการเปิด AEC เนื่องจากการเรียนของอิงกูเป็นการเรียนเพื่อเน้นการพัฒนาทักษะภาษาเพื่อการใช้งานได้จริง

อิงกูพลิกโฉมการเรียน ภาษา เปิดออนไลน์ตัวต่อตัว

อิงกูพลิกโฉมการเรียน ภาษา เปิดออนไลน์ตัวต่อตัว

นายเชาวนนท์ คลังเปรมจิตต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย (Country Manager) บริษัท อิงกู (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้เรียนจริงจังเสียทีเนื่องจากมีปัญหาใหญ่ๆ อยู่ 2-3 เรื่องได้แก่ เรื่องของการจัดสรรเวลา ความไม่กล้าพูดคุยกับครูต่างชาติ และเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งการเรียนของอิงกูสามารถเข้ามาตอบโจทย์และทลายข้อจำกัดในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการเรียนของอิงกูเป็นการเรียนภาษาอังกฤษแบบออนไลน์ 100% ที่ให้ผู้เรียนสามารถเลือกเวลาเรียนได้เองตามความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ไม่ต้อง ‘หาเวลา’ ให้ตรงกับตารางการสอน หรือ ‘ใช้เวลา’ ไปกับการเดินทางเพื่อออกไปยังสถาบันสอนภาษา และที่สำคัญการเรียนของอิงกูมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับการเรียน ‘สด’ แบบ ‘ตัวต่อตัว’ กับครูชาวต่างชาติที่มีประสบการณ์ในการสอนสูง ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องเคอะเขิน และกล้าพูดมากขึ้น โดยราคาสำหรับการเรียนกับอิงกูเริ่มต้นที่ 55 บาทต่อครั้งเท่านั้น และยังเปิดให้ทดลองเรียนฟรีได้ 2 ครั้งก่อนการตัดสินใจซื้อคอร์สอีกด้วย
“สาเหตุที่เราสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งสัปดาห์เนื่องจากอิงกูมีครูสอนภาษาซึ่งเป็นครูชาวต่างชาติที่ได้รับการคัดเลือกและอบรมจนผ่านมาตรฐานถึงกว่า 5,000 คนจาก 60 ประเทศทั่วโลกให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียน และเลือกครูได้ตามที่ต้องการโดยครูจะมีความถนัดในการสอนแต่ละหัวข้อที่แตกต่างกัน รวมถึงสามารถดูคลิปวีดีโอเพื่อฟังสำเนียงก่อนเลือกเรียนกับครูได้อีกด้วย ซึ่งจุดเด่นอีกประการหนึ่งของอิงกู คือผู้เรียนสามารถเลือกหัวข้อ หรือหลักสูตรที่ต้องการเรียนให้ตรงตามความสนใจของตนเองได้ และยังมีชุดการเรียนการสอนให้ดาวน์โหลดก่อนการเรียนอีกด้วย โดยการเรียนออนไลน์ของอิงกู เป็นการเรียนการสอนแบบสดกับครูต่างชาติผ่านโปรแกรมสไกป์ (Skype) ซึ่งสามารถใช้ได้บนทุก device ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แล็ปท็อป หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีไมค์และกล้องเท่านั้น” เชาวนนท์ กล่าว
นายเชาวนนท์ อธิบายเพิ่มเติมว่า จากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และความคลอบคลุมในการเข้าถึงเข้าถึงเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านทางรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ 4G ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนไทยมีความคุ้นเคยกับการใช้บริการผ่านทางออนไลน์มากขึ้น และมีการจับจ่ายใช้สอยผ่านทางระบบบออนไลน์มากขึ้น ประกอบกับความต้องการในการพัฒนาทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษ จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำให้มีความต้องการในการพัฒนาทักษะด้านภาษาเพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันให้ดีขึ้น เป็นโอกาสให้อิงกูสามารถเติบโตในตลาดประเทศไทยได้ โดยกลุ่มเป้าหมายของอิงกูครอบคลุมตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน พนักงานออฟฟิศไปจนถึงผู้บริหาร หรือบุคลากรทางการศึกษา โดยผู้เรียนกลุ่มใหญ่ที่สุดคือกลุ่มวัยทำงาน ตั้งแต่อายุ 25 ปี ขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 59 โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงานตอนต้นไปถึงกลุ่ม Middle Management ที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาเพื่อพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มโอกาสในการทำงาน
“แนวโน้มการศึกษาภาษาอังกฤษในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมที่เน้นการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษา ไปเป็นการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะในการใช้งานในชีวิตจริงมากขึ้น Engoo จึงได้พัฒนาการวัดระดับความสามารถทางภาษาขึ้นใหม่ในชื่อ “อิงกู เลเวล” เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ดังกล่าว โดยมั่นใจว่าการวัดระดับแบบใหม่นี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนให้ความสนใจ และกระตือรือร้นในการเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น เนื่องจากจะเข้าใจระดับความสามารถทางภาษาของตนที่เป็นอยู่ และมองเห็นเป้าหมายที่ต้องการได้ชัดเจนขึ้น เหมือนกับการเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมขึ้นว่าการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อนำไปใช้งานจริงจะใช้อะไรได้บ้าง และต้องพัฒนาขึ้นเท่าใดจึงจะสามารถใช้งานได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งนอกจากการตอบสนองด้านความต้องการในการพัฒนาตนเองของผู้เรียนรายบุคคลแล้ว อิงกู ยังได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำในประเทศต่างๆ อาทิ กลุ่มการปกครองจังหวัดปัตตานี และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในการเลือกเป็นช่องทางการพัฒนาทักษะภาษอังกฤษของบุคลากรในองค์กรอีกด้วย” เชาวนนท์ กล่าว

แรงดึงดูดที่ทำให้ เด็กจบใหม่ อยากมาทำงานกับบริษัทคุณ

ในแต่ละปี มีบัณฑิตจบการศึกษาที่พ้นรั้วมหาวิทยาลัยมากมาย และสิ่งที่บัณฑิตต้องทำแน่ ๆ หลังเรียนจบก็ได้แก่ การสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมถึง ฟรีแลนซ์ ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาหางานทำเป็นหลักแหล่ง ขณะเดียวกันองค์กร บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็ต้องการ recruit พนักงานที่มีคุณภาพเข้ามาขับเคลื่อนองค์กรของตนทั้งสิ้น ต้องบอกว่าไม่ง่ายนัก ในยุคที่คนรุ่นใหม่มีทางเลือกเป็นของตัวเองที่หลากหลายกว่าคนรุ่นพ่อแม่ แล้วองค์กรต่าง ๆ จะทำเช่นไรเพื่อดึดดูดใจแรงงานคุณภาพให้เข้ามาเป็นบุคลากร ผลสำรวจ สุดยอดองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยมากที่สุดปี 2016 ปัจจัยที่คนรุ่นใหม่มองหามากที่สุดในการหางานได้แก่ ปัจจัยใดบ้าง มาดูกันเลย

แรงดึงดูดที่ทำให้ เด็กจบใหม่ อยากมาทำงานกับบริษัทคุณ

แรงดึงดูดที่ทำให้ เด็กจบใหม่ อยากมาทำงานกับบริษัทคุณ

1. ความมั่นคงในอาชีพสูง

ในยุคเศรษฐกิจผันผวนเช่นปัจจุบัน ธุรกิจตามเทรนด์เปิดขึ้นมาใหม่ ๆ มากมายในยามที่มีปัจจัยเอื้อ แต่ก็ปิดไปไวเช่นกันหากไม่สามารถทำรายได้ได้อย่างที่คิดไว้ ดังนั้นความมั่นคงก็เป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อย ๆ โดยไม่จำเป็นอย่างแน่นอน

2. โอกาสในการฝึกอบรม และพัฒนาเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ความรู้เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาโดยตลอด องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ใหม่ ๆ ให้พนักงานอยู่เสมอ มักเป็นองค์กรที่น่าใฝ่ฝันของคนโดยทั่วไป คอร์สการอบรมเรียนรู้หลายคอร์สมักมีราคาสูง ดังนั้นการที่องค์จัดให้มีการพัฒนาความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่องนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญกับ Man power ของตัวเองอย่างจริงจัง แล้วแบบนี้ใครล่ะ จะไม่อยากร่วมงานด้วย

3. ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น (เงินจูงใจ โบนัส ค่ารักษาพยาบาล)

นอกจากเงินเดือนทั่วไปแล้ว โบนัส และสวัสดิการเพิ่มเติมอื่น ๆ ขององค์กรคืออันดับแรกที่พนักงานจะให้ความสำคัญ หลายคนมักจะเอาโบนัสไปบวกรวมกับเงินเดือนแล้วหารด้วยจำนวนเดือนใน 1 ปี เพื่อจะดูรายได้รวมทั้งหมดต่อปีเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย ส่วนค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย คลอดบุตร วันลาพักร้อน ก็เป็นสิ่งสำคัญ พนักงานก็อยากจะได้ความเอื้ออาทรจากองค์กรด้วย นี่คนนะไม่ใช่เครื่องจักร ชีวิตไม่ได้คิดแต่เรื่องงานกับเงินอย่างเดียวเน้อ จะสนใจกันแต่ตอนทำงานอย่างเดียวคงจะใจดำเกินไปนะ

4. องค์กรมีชื่อเสียง

ผู้คนจะมองว่ากว่าคุณจะแทรกตัวเองเข้าไปในองค์กรที่มีชื่อเสียงได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นคุณย่อมต้องมีของดีอะไรอยู่ในตัวเองแน่ ๆ ดังนั้นใคร ๆ ก็อยากทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง พูดไปใคร ๆ ก็ร้องอ๋อ การได้ทำงานในองค์กรที่มีชื่อเสียงถือเป็นใบเบิกทางชั้นดีของชีวิตการทำงาน

5. มีโอกาสในการได้รับการโปรโมทพัฒนาสายอาชีพ

ความก้าวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งสำหรับคนเพิ่งจบใหม่กำลังร้อนวิชา ต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่สมัยนี้มีความสามารถที่หลากหลายขึ้น สามารถเรียนรู้ได้เร็ว แต่ในกลับกันก็กระหายความสำเร็จที่จะได้รับในเวลาอันสั้น และขี้เบื่อ พร้อมลาออกเสมอ องค์กรที่แช่แข็งพนักงาน มักทำให้พนักงานเบื่อหน่าย เพราะไม่รู้สึกถึงความเป็นธรรม และการประเมินผลงานอย่างที่ควรจะเป็น องค์กรที่ชอบแช่แข็งพนักงานก็อย่าคาดหวังว่าจะได้พนักงานไฟแรง มีคุณภาพมาเข้าร่วม

น้องบิวตี้ พยาบาลกตัญญู เข้ารับโล่พยาบาลดีเด่น

น้องบิวตี้ บัณฑิตเกียรตินิยม คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำพวงมาลัยกราบร่างแม่ คว้ารางวัลนักศึกษาพยาบาลดีเด่น ปี 2559 เจ้าตัวรับดีใจที่ได้รางวัลนี้ เตรียมนำไปมอบให้แม่ จากกรณีเมื่อเดือนมีนาคม 2559 โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดประทับของ น.ส.นันทิยา ศรีหะนันท์ หรือ น้องบิวตี้ พยาบาลกตัญญู หนึ่งในบัณฑิตเกียรตินิยม จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่สวมชุดพยาบาลและนำเข็มสถาบันที่ได้รับ พร้อมพวงมาลัยมะลิสดกราบบนร่างของนางสาคร ชื่นตา มารดาที่เป็น “อาจารย์ใหญ่” เพื่อบอกให้คุณแม่รับทราบถึงความสำเร็จที่ได้พากเพียรเรียนจนจบเป็นพยาบาลตามที่คุณแม่ต้องการ ตามที่เคยมีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ [อ่านข่าว : สุดซึ้ง ! ภาพบัณฑิตเกียรตินิยม พยาบาลศาสตร์ ม.อุบลฯ นำพวงมาลัยกราบร่างแม่

น้องบิวตี้ พยาบาลกตัญญู เข้ารับโล่พยาบาลดีเด่น

น้องบิวตี้ พยาบาลกตัญญู เข้ารับโล่พยาบาลดีเด่น

ล่าสุด วันที่ 6 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องของ น.ส.นันทิยา ศรีหะนันท์ ว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มอบใบประกาศเชิดชูเกียรติแก่พยาบาลดีเด่น อาจารย์พยาบาลดีเด่น และนักศึกษาพยาบาลดีเด่น ในการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2559 โดยมีพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานสาธารณสุข อาจารย์ และนักศึกษาพยาบาลใน 20 จังหวัดภาคอีสานกว่า 500 คนเข้าร่วม

ซึ่งในครั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สงวน ธานี คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เสนอชื่อ น.ส.นันทิยา ศรีหะนันท์ บัณฑิตคณะพยาบาลศาสตร์รุ่น 3 เข้ารับรางวัลนักศึกษาพยาบาลดีเด่น ประจำปี 2559 ด้วย เนื่องจาก น.ส.นันทิยา เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความกตัญญูกตเวที เป็นแบบอย่างที่ดีสมควรยกย่องชมเชย ปรากฏว่า น.ส.นันทิยา ได้รับรางวัลนักศึกษาพยาบาลดีเด่น ประจำปี 2559 โดยมี น.ส.เอื้อมพร กาญจนรังสิชัย นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ น.ส.นันทิยา ที่โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส จ.นครราชสีมา

ด้าน น.ส.นันทิยา หรือบิวตี้ พยาบาลสาวกตัญญู อายุ 21 ปี เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ แต่ตนคงไม่มีโอกาสได้รับรางวัล หากไม่มีอาจารย์ทุกท่านที่คอยอบรมให้ความรู้ในวิชาชีพพยาบาลจนจบการศึกษา รวมถึงเพื่อนนักศึกษาพยาบาลรุ่น 3 และครอบครัวที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจมาตลอด โดยเฉพาะแม่ของตน ซึ่งระหว่างยังมีชีวิตก็เป็นผู้สั่งสอนตนมาตั้งแต่ยังเล็ก ดังนั้น รางวัลนักศึกษาพยาบาลดีเด่นที่ตนได้รับ จึงนับเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่ตนจะนำมามอบให้แม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติปีนี้ และเชื่อว่าแม่คงภูมิใจ และยังคงเฝ้าดูตนอยู่บนฟ้า

เคล็ดลับ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย

เคยคิดมั้ยว่าการพรีเซ้นท์งาน (Presentation) การขายของให้ลูกค้า (Saler) การทดลองสินค้าต่างๆ (Tester) มากมายเป็นเรื่องเขินอาย และสามารถทำได้ยากจนเราคิดว่าทำไม่ได้แน่ ถ้าเราขี้อายและไม่กล้าแม้แต่ที่จะดีใจกับตัวเองก็คงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ วันนี้เรามีเคล็ดลับ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย และเมื่อทำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นความมั่นใจของคุณจริงๆ เชื่อเลยว่าคุณเองก็ทำได้แม้จะไม่คุ้นชิน ซึ่งเคล็ดลับนี้จะไม่ลับอีกต่อไป เพราะเรามาแนะนำให้คุณรู้เดี๋ยวนี้เลยละ

เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย

เคล็ดลับ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย

  1. ดูแลตัวเอง
    ประการแรกคุณต้องหมั่นดูแลร่างกายและจิตใจ การออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่เหมาะสมไม่ใช่แค่การรักษาหุ่นเท่านั้น แต่อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย ขณะที่การออกกำลังกายก็จำเป็นต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อคุณรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและออกกำลังกายเป็นประจำ คุณจะรู้สึกดีเนื่องจากคุณกำลังให้ความเคารพร่างกายของตัวเอง
  2. แต่งกายให้เหมาะกับงานที่คุณต้องการ
    คำพูดนี้ชัดเจนมากเนื่องจากเมื่อคุณแต่งกายเพื่อความสำเร็จ คุณจะรู้สึกเข้าใกล้ดวงดาวมากขึ้น แต่ถ้าคุณใส่กางเกงวอร์มทุกวันแม้ว่าจะสบายแค่ไหนแต่มันก็จะทำให้คุณเฉื่อยชาและขี้เกียจ และเมื่อคุณรู้สึกเฉื่อยชาและขี้เกียจคุณก็จะรู้สึกไม่มั่นใจ
  3. มองไปข้างหน้า
    คุณควรมองตรงไปข้างหน้าเสมอทุกครั้งที่ก้าวเดิน แม้ว่าจะดูเหมือนยากเนื่องจากคุณมองต่ำจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว แต่เมื่อใดที่เงยหน้ามอง คุณก็จะมีความมั่นใจในตนเอง จงยืดตัวขึ้นแทนที่จะงอตัวและเอาแต่จ้องมองพื้น
  4. สบตาเสมอ
    ไม่ว่าคุณกำลังคุยอยู่กับใครก็ควรสบตากับคู่สนทนาเสมอ การมองต่ำหรือมองไปที่อื่นขณะที่พูดคุยกับคนอื่นอาจทำให้บรรยากาศแย่ลง เนื่องจากคุณอาจไม่แน่ใจในคำพูดของตัวเองหรือไม่ก็โกหก! เมื่อคุณสบตากับคู่สนทนา คำพูดของคุณจะดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ายากเนื่องจากคุณเป็นคนขี้อาย วิธีที่ดีที่สุดก็คือการบังคับตัวเอง ถ้าคุณคิดว่าง่าย มันก็จะยิ่งง่าย
  5. จับมืออย่างหนักแน่น
    การจับมืออย่างหนักแน่นเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจในการทำความรู้จักกันครั้งแรก คุณไม่จำเป็นต้องบีบมือ แค่การจับมือเบาๆอย่างสุภาพก็ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าคุณเป็นคนที่แข็งแกร่งและมั่นใจในตัวเองได้แล้ว
  6. พูดด้วยความมั่นใจ
    ผู้ที่มีความมั่นใจเสมอมักจะยืนยันความรู้สึกเชื่อมั่นผ่านคำพูดของตัวเอง หากคุณพูดด้วยความรู้สึกเชื่อมั่น คำพูดของคุณก็จะดูมีความสำคัญขึ้นมา
  7. กล้าแสดงออกมากขึ้น
    ผู้ที่มีความนับถือตนเองสูงจะไม่กลัวที่จะลุกขึ้นยืนหรือพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา หากคุณไม่ชอบวิธีการบางอย่างที่เกิดขึ้นก็จงพูดออกมา หรือหากคิดว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้นก็ลองแบ่งปันแนวคิดของคุณ อย่ากลัวที่จะยืนยันความมั่นใจของตัวเองเมื่อจำเป็น
  8. ยอมรับการวิจารณ์ด้วยความระมัดระวัง
    ใช่ว่าคำติชมจะเป็นไปในทางสร้างสรรค์ตลอด สิ่งสำคัญคือจงจำไว้ว่าหากมีใครบางคนต้องการทำลายคุณโดยไม่มีเหตุอันควร ฝ่ายที่ผิดปกติก็คงเป็นคนเหล่านั้นไม่ใช่คุณ แต่เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นคุณก็ต้องขับไล่มันและอย่าปล่อยให้ความมั่นใจของตัวเองแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จงเรียนรู้ถึงความแตกต่างและปฏิบัติอย่างเหมาะสม หากการติชมเป็นไปในทางสร้างสรรค์ก็จงนำคำแนะนำเหล่านั้นมาปรับใช้อย่างแข็งขัน เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นจะสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้
  9. เรียนรู้ที่จะรักตัวเองวันละครั้ง
    หลังจากที่ใช้เคล็ดลับเหล่านี้คุณจะเรียนรู้ว่าคุณมีความสำคัญและกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจโดยธรรมชาติ อย่างแรกเลยคุณต้องรักและรู้จักเคารพตัวเองเสียก่อน หากคุณรู้สึกว่ามันยากก็ลองฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวกทุกวัน ท้ายที่สุดความมั่นใจของคุณก็จะเพิ่มขึ้น คุณจะกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจเต็มร้อยจริงๆ

ความมั่นใจเป็นคุณลักษณะที่มีเสน่ห์แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีโดยธรรมชาติ ต้องอาศัยการฝึกฝนและทำอยู่เป้นประจำให้คุ้นเคยแล้วทุกอย่างจะออกมาดีขึ้น มั่นเอาใจใส่ตัวเองและคอยศึกษาความผิดพลาดและพยายามแก้ไขจุดบอดตัวเองอยู่เสมอจะช่วยให้การสร้างความมั่นใจของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น การมีความมั่นใจในตัวเองจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่วางไว้และมีชีวิตในอย่างที่คุณต้องการเสมอ

อย่างไรก็ตามเมื่อมีความมั่นใจก็ถือว่ามีชัยไปครึ่งหนึ่งแล้วล่ะ ซึ่งสามารถนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการแสดงต่างๆ ที่เราต้องโชว์ให้คนอื่นเห็นว่าเรานั้นก้ทำได้ ซึ่งมีหลายอาชีพด้วยกันที่ต้องการความมั่นใจสูงเป็นพิเศษ อาทิ Manager, Senior Manager, Pretty, MC, Sale Specialist, Dancer, Singer, Casting Gamemer หรือกระทั่งหน้าที่สำคัญอย่าง CEO ของบริษัทต่างๆ ก็ตาม

โปรแกรม CheckDrive เช็คสุขภาพ HDD ซ่อมฮาร์ดดิสก์

การใช้งานคอมพิวเตอร์ในทุกวันมักจะมีการสร้างไฟล์เยอะแยะมากมาย ยิ่งใช้งานไปนานเท่าไรหลังจากลง Windows ใหม่ไฟล์จะเยอะขึ้นและยิ่งเรา Install หรือ Uninstall ก็ยังมีไฟล์ตกค้างอยู่แน่นอน จะดีกว่าหากเรามีโปรแกรมที่คอยดูแลฮาร์ดดิสก์ของเราด้วย โปรแกรม CheckDrive เช็คสุขภาพ HDD ซ่อมฮาร์ดดิสก์ ว่าอยู่ในระดับไหนแล้วต้องการดูแลซ่อมบำรุงส่วนใดบ้าง และรายละเอียดอีกเพียบมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

โปรแกรม CheckDrive เช็คสุขภาพ HDD ซ่อมฮาร์ดดิสก์

โปรแกรม CheckDrive เช็คสุขภาพ HDD ซ่อมฮาร์ดดิสก์

โปรแกรมตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบ Error หรือ ความผิดปกติภายใน Harddisk ของคุณ ที่เกิดจากอาการไฟล์เสีย ฮาร์ดดิสก์เสียหายจากการใช้งาน ไฟตกขณะใช้งาน และอื่นๆ เอาง่ายๆ ว่ามันคอยดูแล Harddisk ของคุณให้กลับมาสภาพใกล้เคียงของใหม่มากที่สุดนั่นเอง หน้าที่ของโปรแกรมนี้จะคล้ายกับการทำ Process ของ Defregment และ Scan Disk ไปพร้อมกัน และมันยังแสดงข้อมูลจำเพาะของฮาร์ดดิสก์ หรือที่เรียกว่าข้อมูล S.M.A.R.T ไม่ว่าจะเป็นชื่อยี่ห้อ บริษัทผู้ผลิต ชื่อรุ่น ประเภทของฮาร์ดดิสก์ ขนาดความจำ ชื่อไดร์ฟ ระบบการจัดเก็บไฟล์ (File Systems) และแถบรายงานสุขภาพ (Hard Drive Health Bar)

ซึ่งถือว่าข้อมูลละเอียดมากๆ นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถตั้งเวลา (Task Scheduler) ในการให้มันสแกนฮาร์ดดิสก์ของคุณเป็นกิจวัตรได้ อาทิเช่น สแกนทุกสัปดาห์ ทุกๆ 3 สัปดาห์ หรือแม้แต่ ทุกๆ 6 สัปดาห์ ได้อย่างอัตโนมัติ ในตัวโปรแกรมทางผู้พัฒนายังเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีจากเว็บไซต์โดยตรงเลย ไม่มีค่าใช้จ่ายและการค้าใดๆ ทำให้คุณสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานที่ไหนก็ได้ เสียดายที่มันยังไม่ครอบคลุมเรื่องการใช้งานแบบ Portable นอกจากฟีเจอร์ที่ดีแล้วหน้าตาโปรแกรมยังสวยงามน่าใช้ อ่อที่สำคัญหากใครเปิดโปรแกรมไม่ได้ให้ดาวน์โหลดโปรแกรม Microsoft .NET Framework 2.0 มาติดตั้งไว้ด้วยเพราะจำเป็นต้องใช้ในการรันโปรแกรมหลายๆ ตัว ติดตั้งไว้ทีเดียวไม่ต้องหามาติดตั้งใหม่ให้เสียเวลา

หากใครที่คิดว่าต้องการโปรแกรมสำหรับดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ดีๆ สักเครื่องและยืดอายุการใช้งานไปนานๆ อย่าลืมที่จะหมั่นใช้โปรแกรมปรเภทนี้อยู่เรื่อยๆ นะ แม้แต่น้องๆ นักเรียน นักศึกษาที่ต้องใช้ Notebook เป็นประจำก็เช่นกันไม่ใช่แค่ Notebook ทั่วไปเท่านั้น ยังรวมไปถึงเครื่อง Macintosh อีกด้วย

โปรแกรม All Free ISO Burner ไรท์อิมเมจไฟล์ ISO Burner

น้องๆ นักเรียนที่กำลังทำโปรเจคส่งอาจารย์มีช่องทางหลายอย่างที่ต้องส่งไม่ว่าจะเป็น E-mail, Youtube-Channel, Facebook, Instagram, Twitter ซึ่งเป็นแบบ Online แต่การส่งงานแบบ Offline ละ ก็ไม่ยากส่วนใหญ่เลือกด้วยการบันทึก (Save) ใส่แฟลชไดร์ฟ (Flash Drive) ก็เป็นทางเลือกที่แสนจะง่าย แต่ถ้าอาจารย์อยากมีเก็บไว้เองละ จะไปคัดลอกไฟล์ลงเครื่องคอมก็ดูจะยากไปนะ แนะนำให้ไรท์แผ่นจะง่ายกว่ามั้ย? วันนี้เรามีโปรแกรมไรท์แผ่น และ ISO ไปในตัว มันใช้ชื่อว่า All Free ISO Burner โปรแกรม All Free ISO Burner ไปดูความสามารถของมันกันว่าทำอะไรได้บ้างนะ

โปรแกรม All Free ISO Burner ไรท์อิมเมจไฟล์ ISO Burner

โปรแกรม All Free ISO Burner ไรท์อิมเมจไฟล์ ISO Burner

หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าไฟล์นามสกุล .ISO นั้นจริงๆ แล้วเป็นไฟล์อะไรและมันเป็นยังไง สำหรับไฟล์ .iso นี้เป็น Image File ที่ได้รวบรวมเอาข้อมูลทั้งหมดในแผ่นซีดี (CD) หรือดีวีดี (DVD) รวมเป็นไฟล์เพียงไฟล์เดียว เรียกได้ว่าเก็บรายละเอียดของข้อมูลภายในแผ่นแบบ Sector by Sector กันเลยทีเดียว สำหรับอิมเมจไฟล์เหล่านั้นหากคุณต้องการใช้งานจำเป็นต้องมีโปรแกรมที่สามารถอ่านอิมเมจไฟล์ได้ ทำให้ไฟล์แบบนี้โดดเด่นในเรื่องของการเก็บรักษาที่ง่ายละสะดวกต่อการใช้งาน

ซึ่งการทำงานของไฟล์นี้จะพูดให้เข้าใจง่าย คือ ก็อบปี้แผ่นลงเครื่องคอมพิวเตอร์เรานี่ละ แบบทุกกระเบียดนิ้วหมดทั้งแผ่นมีข้อมูลแค่ไหนก็คัดลอกได้หมด ให้มาอยู่ในรูปของไฟล์ เพียงไฟล์เดียว (.iso) นั่นเอง ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบให้มา Mount Image File พวกนี้โดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันมีแผร่หลายตัวทั้ง Freeware และ Shareware ให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น Ultra ISO, Power ISO, Nero Burning Rom, Demon Tools, Alchohol 120% และอื่นๆ อีกเพียบ ได้เลือกใช้กันส่วนโปรแกรมตัวนี้น่ะ ทีมพัฒนาโปรแกรมเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย

Holistic Learning การเรียนที่ครบครันเกรดดีมาแน่

ตอนนี้เริ่มเปิดเทอมใหม่กันแล้วอะไรที่พลาดจากเทอมเก่าก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์ที่ดีก็แล้วกัน ในเมื่อเริ่มต้นใหม่แล้วก็หาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาทำให้ตัวเราเองเรียนได้เก่งขึ้นดีกว่า วันนี้เราก็มี 8 เทคนิคดีๆ ที่จะทำให้เพื่อนๆ เรียนได้ดีขึ้น เกรด 4 เกรด A จะไม่มาก็ให้มันรู้กันไป!!! ลองมาดูกันเลยว่าเทคนิคที่ว่านี้มาจาก การเรียนรู้แบบองค์รวม หรือ Holistic Learning นั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการท่องจำแบบอัดๆ ข้อมูลเข้าไปในหัวสมอง การเรียนรู้แบบองค์รวมจะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างความคิดและข้อมูลต่างๆ ทำให้เราจดจำได้ดีขึ้นในระยะยาว และช่วยเพิ่มทักษะในการคิดวิเคราะห์ด้วยล่ะHolistic Learning การเรียนที่ครบครันเกรดดีมาแน่

Holistic Learning การเรียนที่ครบครันเกรดดีมาแน่

  1. แปลงข้อมูลให้เป็นรูปภาพ – สมองคนเราสามารถจดจำภาพได้ดีกว่าข้อความ ดังนั้น การแปลงข้อมูลต่างๆ ให้เป็นรูปภาพ จะทำให้เราสามารถจำได้ดีขึ้น ลองฝึกจดแลคเชอร์โดยมีรูปประกอบดู แล้วจะพบว่ามันจำง่ายกว่าข้อความติดกันเป็นพรืดๆ เยอะ
  2. เชื่อมโยงความรู้ใหม่เข้ากับความรู้เก่า – ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้พยายามโยงเข้ากับพื้นความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสิ่งใหม่ที่เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น เช่น คำว่า ‘sue’ ซึ่งแปลว่า ฟ้องร้อง ออกเสียงคล้ายๆ ‘สู้’ ในภาษาไทย เราก็จำแบบเชื่อมโยงว่า sue คือ สู้กันในศาล = ฟ้องร้อง แบบนี้ก็จะช่วยให้จดจำได้ในระยะยาว
  3. การติวให้เพื่อน – การติวให้คนอื่น นอกจากจะเป็นการทบทวนความรู้ของเราอีกรอบแล้ว ในระหว่างเรียบเรียงเพื่อนำไปอธิบายให้เพื่อนเข้าใจ สมองของเรายังมีการพัฒนาปรับปรุงสิ่งที่เรียนรู้ไป ให้มีการจัดวางอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น และทำให้เราเข้าใจความรู้เหล่านั้นลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก!!!
  4. หลีกเลี่ยงการจดโน้ตด้วยข้อความล้วนๆ – เชื่อว่าหลายคนคงเคยหลับคาตำราเรียนเล่มหนาๆ กันมาแล้วไม่มากก็น้อย เพราะตัวหนังสือที่ติดกันยาวๆ อ่านแล้วมันช่างน่าเบื่อสุดๆ ฉะนั้น เวลาที่เราจดโน้ตไว้อ่านทบทวนเอง เราก็ไม่ควรเขียนเฉพาะตัวหนังสือ ลองวาดภาพ เขียนกราฟ เขียนแผนภูมิแทรกลงไปบ้าง จะช่วยให้สนุกขึ้นเวลากลับมาอ่านทบทวน และทำให้จดจำได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย อ้อ! อย่าลืมแทรกความคิดเห็นที่เรามีต่อเรื่องนั้นๆ ลงไปด้วย เพราะมันจะช่วยกระตุ้นให้สมองเกิดการคิดวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี
  5. วางรากฐานให้มั่นคง – เวลาเริ่มต้นเรียนใหม่ๆ ส่วนใหญ่เนื้อหาจะง่ายใช่ไหม แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ยิ่งเรียนก็ยิ่งยากขึ้น และทำให้งุนงงสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนพอไม่เข้าใจจุดหนึ่งก็ปล่อยผ่านไป แล้วข้ามไปอ่านอีกเรื่อง แบบนั้นมักจะยิ่งทำให้งงมากขึ้น เพราะเนื้อหาในบทเรียนส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกัน ฉะนั้น ถ้าอยากจะเข้าใจบทเรียนทั้งหมดได้โดยไม่สับสน การค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละสเต็ปจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
  6. อ่านบทสรุปก่อนเริ่มเรียน – หากวิชาไหนมีบทสรุป ก่อนจะเริ่มอ่านเนื้อหาหรือเรียนในคาบถัดไป แนะนำว่าให้อ่านบทสรุปไปก่อนล่วงหน้าเพราะจะช่วยให้เห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดก่อน และเมื่อย้อนกลับมาไล่อ่านอีกครั้งก็จะทำให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
  7. ตั้งใจฟังในห้องเรียน – บางคนเวลาเรียนในห้องมักจะชอบก้มหน้าก้มตาจดตามสไลด์ หรือจดตามสิ่งที่อาจารย์สอนแบบทันบ้างไม่ทันบ้าง ซึ่งการจดก็ถือเป็นวิธีช่วยจำที่ดี แต่อย่าลืมเผื่อสมาธิไว้ใช้กับการฟังและคิดวิเคราะห์ตามด้วย บางคนจดมาเยอะก็จริง แต่พอกลับมาอ่านทวนกลับไม่เข้าใจซะงั้น เพราะมัวแต่จดแทบไม่ได้ฟังที่อาจารย์สอนเลย บางทีอาจารย์บอกว่าตรงนี้จะออกสอบหรือเน้นย้ำหัวข้อไหนเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้ตั้งใจฟังเราก็อาจจะพลาดได้
  8. ฝึกจับประเด็น – การจับประเด็นไม่ใช่แค่การย่อความหรือสรุปความนะ แต่เป็นการวิเคราะห์ให้แตกฉานว่าอะไรคือหัวใจหลักของสิ่งที่เขียนอยู่ในหนังสือหรือสิ่งที่อาจารย์พูด ฉะนั้น เวลาอ่านหนังสือจบบทก็อย่าลืมตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่า หัวใจสำคัญหรือประเด็นหลักของบทนี้คืออะไร