Month: May 2019

วันพาสเวิร์ดโลก เมื่อพาสเวิร์ดอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปี

เมื่อพาสเวิร์ด ได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปีต่อจากนี้ อย่างไรก็ดีเรายังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกวันนี้เรายังต้องพิมพ์พาสเวิร์ดทุกครั้งเมื่อเราเปิดคอมพิวเตอร์ ซื้อสินค้าออนไลน์ หรือเมื่อทำการชำระเงิน วันพาสเวิร์ดโลก เพิ่งจะผ่านพ้นไปไม่นาน ถึงเวลาแล้วที่จะย้ำให้ทราบโดยทั่วกันว่าการใข้พาสเวิร์ดนั้นมีมานานกว่า 50 ปี ริเริ่มโดย เฟอร์นานโด คอร์บาโต้ ในปี พ.ศ. 2503 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้มีการพัฒนาวิธีการระบุตัวตนในรูปแบบอื่น ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย อ้างอิงจากผลการวิจัยของยูโรมอนิเตอร์ แสดงให้เห็นว่ามีการระบุตัวตนด้วยวิธีการต่างๆ มากถึง 52 ล้านล้านครั้งในปี พ.ศ. 2559 อย่างไรก็ตามวิธีการที่คุ้นเคยอย่างการใส่พาสเวิร์ด ยังถือเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้บริโภคที่มีความอดทนสูง เพราะมีโอกาสที่จะลืมพาสเวิร์ด โดนขโมยข้อมูล หรือความยุ่งยากในการพิมพ์พาสเวิร์ดลงในแป้นพิมพ์ขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันได้มีวิธีการยืนยันตัวตนอีกหลายรูปแบบที่ปลอดภัยกว่าการใช้พาสเวิร์ด

วันพาสเวิร์ดโลก เมื่อพาสเวิร์ดอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปี

วันพาสเวิร์ดโลก เมื่อพาสเวิร์ดอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในอีก 5 ปี

วีซ่า เชื่อว่าอุตสาหกรรมการชำระเงินสามารถเปลี่ยนวิธีการระบุตัวตนเป็นวิธีอื่นนอกจากพาสเวิร์ดได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ความก้าวหน้าในการตรวจสอบการยืนยันตัวตน และเทคโนโลยีในการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลได้ทำให้ขั้นตอนในการระบุตัวตนของผู้ถือบัตร (หรือ cardholder verification methods: CVM) อาทิ ลายเซ็น และ PIN เป็นทางเลือกสำหรับร้านค้าและผู้ออกบัตรในบางสถานการณ์ และเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ลายเซ็นกลายเป็นเพียงตัวเลือกในการระบุตัวตนสำหรับร้านค้าในเครือข่ายการชำระเงินของวีซ่าที่รองรับบัตร ชิป EMV® ความสามารถในการักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยชิปที่ฝังอยู่ในบัตร นอกจากนั้นสถาบันการเงินและร้านค้าต่างๆ สามารถแชร์ข้อมูลกันได้มากกว่าเดิมถึงสิบเท่าเพื่อเข้าสู่การตัดสินใจในการบริหารความเสี่ยงเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ถือบัตรที่ทำการซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยไม่ต้องให้ผู้บริโภคทำการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ยังช่วยป้องกันและตรวจจับการฉ้อโกงบัตรได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงเปรียบเสมือนใบเบิกทางให้กับความเป็นไปได้ใหม่ๆสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจในระบบความปลอดภัยของการชำระเงินมากยิ่งขึ้น

จากการที่ระบบนิเวศมีวิวัฒนาการความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้วีซ่าเล็งเห็นความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะสามารถลดหรือข้ามขั้นตอนการตรวจสอบในรูปแบบเดิม ๆได้ ผ่านการบูรณาการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และไบโอเมตริกซ์

จากผลสำรวจของวีซ่าใน พ.ศ. 2561 เผยให้เห็นว่าผู้บริโภคยินดีที่จะใช้ไบโอเมตริกซ์ เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการใช้พาสเวิร์ด โดย 86 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคที่ทำแบบสำรวจสนใจที่จะลองใช้ไบโอเมตริกซ์เพื่อยืนยันตัวตนหรือทำการชำระเงิน นอกจากนี้มากกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของผู้ทำแบบสำรวจมีความคุ้นเคยกับการใช้ไบโอเมตริกซ์ ประกอบกับความก้าวหน้าในอุปกรณ์มือถือที่ส่งผลให้การแสกนลายนิ้วมือนั้นมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และการใช้เสียงเพื่อยืนยันตัวตนมีความแม่นยำมากขึ้น ปัจจุบันอาจถึงเวลาแล้วที่จะนำเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์มาใช้ในแอพพลิเคชั่นของธนาคารเพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า

สำหรับบุคคลที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ผู้ผลิตอุปกรณ์มือถือได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการขโมยข้อมูลไบโอเมตริกซ์ โดยได้มีการจัดเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องของผู้ใช้แทนที่จะเก็บไว้ในคลาวด์ และเข้ารหัสแม่แบบไบโอเมตริกซ์ ด้วยการแทนคุณลักษณะไบโอเมตริกซ์จริงด้วยอัลกอริทึม วิธีการนี้จะช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถเลือกที่จะจัดเก็บข้อมูลหรือลบข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ ความแม่นยำในการยืนยันตัวตน ยังถูกเสริมให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการตรวจจับแบบ liveness ที่ใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือและซอฟต์แวร์ที่สามารถแยกแยะได้ว่าลายนิ้วมือนั้นถูกคัดลอกมาหรือไม่ หรือการสแกนใบหน้าเป็นหน้ากากหรือใบหน้าของบุคคลจริง

เป็นระยะเวลาประมาณ 6 ปีที่สมาร์ทโฟนได้ทำเทคโนโลยีแสกนลายนิ้วมือมาใช้ และด้วยช่วงเวลาสั้นๆ นี่เองผู้บริโภคกลับมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการยืนยันตัวตนที่สะดวกและรวดเร็วขึ้นนั้น จะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของสินค้าและบริการในระบบดิจิตอล และความอดทนของผู้บริโภคที่ต้องจดจำพาสเวิร์ดสำหรับทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ดังนั้นการที่จะยกเลิกการใช้พาสเวิร์ดแล้วเปลี่ยนเป็นวิธีการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์นอกจากจะเป็นสิ่งที่จำเป็นแล้ว และยังสามารถเริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เคล็ดลับการรักษาความปลอกภัยขั้นพื้นฐานสำหรับการเข้าสู่ระบบ

สลับไปใช้วิธีการระบุตัวต้นแบบไบโอเมตริกซ์ หากสามารถทำได้
วิธีการระบุตัวต้นผ่านระบบไบโอเมตริกซ์ที่ใช้ข้อมูลทางชีวภาพนั้นทำซ้ำได้ยากกว่าการใช้พาสเวิร์ดปกติ เพราะอาชญากรจะต้องใช้ขั้นตอนพิเศษในการขโมยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของคุณเพื่อกระทำการฉ้อโกง ในปัจจุบัน อุปกรณ์มือถือและแอพพลิเคชั่นจำนวนมากเสนอตัวเลือกให้ผู้ใช้เปลี่ยนวิธีการระบุตัวตนผ่านระบบไบโอเมตริกซ์ เพื่อเสริมความปลอดภัยในการระบุตัวตนและการทำธุรกรรมทางการเงิน

เปิดระบบการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
ไม่มีโซลูชั่นใดที่สามารถป้องกันการโจรกรรมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการแจ้งเตือนจึงเป็นวิธีการป้องกันที่ดี ในกรณีที่ข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบของคุณถูกบุกรุก คุณจะได้รับการแจ้งเตือนหากมีการเข้าถึงบัญชีของคุณจากอุปกรณ์ใหม่เป็นครั้งแรก แม้ว่าข้อมูลรับรองที่ใช้จะถูกต้องก็ตาม

ใช้เครื่องมือจัดการพาสเวิร์ดเพื่อจัดการและสร้างรหัสผ่านที่ซับซ้อนและรัดกุมมากขึ้น
หากคุณไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบไบโอเมตริกซ์เพื่อยืนยันตัวตน การใช้เครื่องมือจัดการพาสเวิร์ดที่เชื่อถือได้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อจัดเก็บพาสเวิร์ดสำหรับบัญชีออนไลน์ของคุณ เครื่องมือจัดการพาสเวิร์ดหลายที่ยังสามารถช่วยสร้างรหัสผ่านที่ซับซ้อนและรัดกุมสำหรับคุณ เพื่อความปลอดภัยชั้นสูงอีกด้วย

EMV® เป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้ทำการจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ

และยังไม่ได้จดทะเบียนในบางประเทศ เครื่องหมายการค้า EMV เป็นของบริษัท EMVCo, LLC.

โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล

สำหรับคนที่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ต เล่นเว็บไซต์หาข้อมูล หรือนิยมการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ไม่ว่าจะซื้อตั๋วหนัง โอนเงิน ขายของ และอีกมากมาย มักจะมีข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญสูงมากทำให้ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้เว็บบราวเซอร์ที่ใช้งานด้วย อย่าง โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล ในการท่องอินเทอร์เน็ตของคุณได้ราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น โดยเจ้าตัวนี้ถูกพัฒนามาจากเว็บบราวเซอร์ชื่อดังจาก Google ซะด้วย จะมีคุณสมบัติที่ดีขนาดไหนเราไปดูกันครับ

โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล

โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล

เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ที่พัฒนาต่อยอดจาก Chromium (Google Chrome ก็ใช้บางส่วนของ Chromium) มีจุดเด่นพิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือมีระบบป้องกันอันตรายต่างๆ จากโลกออนไลน์ในตัว ช่วยให้ผู้ใช้มีความปลอดภัยเวลาใช้งานมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์พิเศษของ Avast Secure Browser เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ถูกเชื่อมกับระบบป้องกันอันตราย (Security) คือ ฟีเจอร์พิเศษของโปรแกรม Avast Secure Browser มันจะช่วยป้องกันสิ่งอันตรายต่างๆ จากโลกออนไลน์ได้ เช่น กำจัดมัลแวร์ กำจัดไวรัส ป้องกันการขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือดักจับธุรกรรมการเงิน รวมถึงตรวจจับส่วนเสริมปลอมและหน้าเว็บไซต์อันตราย และอีกมากมายได้ นอกจากนั้นแล้ว ยังปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดเลย รวมถึงมีระบบจดจำพาสเวิร์ด (Password) ที่ช่วยป้องกันการลืมรหัสผ่านสำหรับคนที่มีหลายบัญชีอีกด้วย

โดยหลายคนอาจจะมองว่าใช้งานค่อยข้างยาก แต่บอกได้เลยว่าหน้าตาการใช้งานของ Avast Secure Browser ด้านหน้าตาการใช้งาน หรือ User Interface ของโปรแกรม Avast Secure Browser ก็ดูเรียบๆ คล้ายกับเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome ทำให้ใช้งานง่าย ใครที่เคยใช้มาก่อน น่าจะใช้ได้แบบไม่ยากเลย รองรับการใช้งานหลาย User พร้อมกันอีกด้วย เป็นโจทย์สำคัญในยุคปัจจุบันและยังใช้พื้นที่ในการติดตั้ง (Installation) ค่อนข้างน้อยเลยแหละ อีกฟีเจอร์สุดโหดที่บอกได้เลยว่าต้องสะพรึงกันไปตามๆ กัน คือ การดูผ่านกล้อง Webcam ได้ด้วย ซึ่งทางทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันแบบฟรีๆ (Freeware) 100% เลยทีเดียว มั่นใจได้ว่าการใช้งานของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีไวรัสมาดวนใจคุณแน่นอน