โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล

สำหรับคนที่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ต เล่นเว็บไซต์หาข้อมูล หรือนิยมการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ไม่ว่าจะซื้อตั๋วหนัง โอนเงิน ขายของ และอีกมากมาย มักจะมีข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญสูงมากทำให้ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้เว็บบราวเซอร์ที่ใช้งานด้วย อย่าง โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล ในการท่องอินเทอร์เน็ตของคุณได้ราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น โดยเจ้าตัวนี้ถูกพัฒนามาจากเว็บบราวเซอร์ชื่อดังจาก Google ซะด้วย จะมีคุณสมบัติที่ดีขนาดไหนเราไปดูกันครับ

โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล

โปรแกรม Avast Secure Browser กำจัดไวรัสตรวจจับเว็บปลอมและซ่อนข้อมูล

เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ที่พัฒนาต่อยอดจาก Chromium (Google Chrome ก็ใช้บางส่วนของ Chromium) มีจุดเด่นพิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือมีระบบป้องกันอันตรายต่างๆ จากโลกออนไลน์ในตัว ช่วยให้ผู้ใช้มีความปลอดภัยเวลาใช้งานมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์พิเศษของ Avast Secure Browser เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ถูกเชื่อมกับระบบป้องกันอันตราย (Security) คือ ฟีเจอร์พิเศษของโปรแกรม Avast Secure Browser มันจะช่วยป้องกันสิ่งอันตรายต่างๆ จากโลกออนไลน์ได้ เช่น กำจัดมัลแวร์ กำจัดไวรัส ป้องกันการขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือดักจับธุรกรรมการเงิน รวมถึงตรวจจับส่วนเสริมปลอมและหน้าเว็บไซต์อันตราย และอีกมากมายได้ นอกจากนั้นแล้ว ยังปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดเลย รวมถึงมีระบบจดจำพาสเวิร์ด (Password) ที่ช่วยป้องกันการลืมรหัสผ่านสำหรับคนที่มีหลายบัญชีอีกด้วย

โดยหลายคนอาจจะมองว่าใช้งานค่อยข้างยาก แต่บอกได้เลยว่าหน้าตาการใช้งานของ Avast Secure Browser ด้านหน้าตาการใช้งาน หรือ User Interface ของโปรแกรม Avast Secure Browser ก็ดูเรียบๆ คล้ายกับเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome ทำให้ใช้งานง่าย ใครที่เคยใช้มาก่อน น่าจะใช้ได้แบบไม่ยากเลย รองรับการใช้งานหลาย User พร้อมกันอีกด้วย เป็นโจทย์สำคัญในยุคปัจจุบันและยังใช้พื้นที่ในการติดตั้ง (Installation) ค่อนข้างน้อยเลยแหละ อีกฟีเจอร์สุดโหดที่บอกได้เลยว่าต้องสะพรึงกันไปตามๆ กัน คือ การดูผ่านกล้อง Webcam ได้ด้วย ซึ่งทางทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันแบบฟรีๆ (Freeware) 100% เลยทีเดียว มั่นใจได้ว่าการใช้งานของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีไวรัสมาดวนใจคุณแน่นอน

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

“ทำไมถึงคิดจะลาออกจากที่เดิม” เป็นสุดยอดคำถามนิรันดร์กาล ที่ต้องเจอทุกครั้งตอนลาออกจากที่เก่า หรือตอนไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่ ซึ่งก็มีหลายต่อหลายเหตุผลในการลาออกที่จะสามารถเลือกไปตอบได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำตอบเท่านั้น เราต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน แต่ยังรวมถึงการใช้ไหวพริบและการแสดงออกในการตอบคำถามนี้ด้วย รวมถึงฟรีแลนซ์เองก็เช่นกัน ว่าจะทำยังไงให้ยังคงความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทเก่า รวมทั้งทำยังไงให้บริษัทใหม่สนใจในตัวคุณ จนต้องการให้คุณเข้าไปร่วมงานด้วย มีแนวทางการตอบอย่างมีชั้นเชิงมาฝาก

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

ทำยังไงเมื่อต้องหา เหตุผลดีๆ เมื่อออกจากงาน ให้บริษัทแบบเป็นมิตรที่สุด

1. มองไม่เห็นความไม่ก้าวหน้าในอาชีพ

เมื่อคุณรู้สึกว่างานปัจจุบันที่ทำมันชนกำแพง มองไม่เห็นความก้าวหน้าในอาชีพ แทนที่คุณจะตอบตามความรู้สึกออกไป ให้คุณตอบแบบนี้ดีกว่า…

‘โชคดีที่ฉันได้ทำโปรเจกต์ที่ท้าทายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากับบริษัท ABC มันช่วยให้ฉันได้ฝึกทักษะและเพิ่มความชำนาญในการทำงาน เรื่องการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัทสตาร์ทอัพที่เป็นเทคอย่างมากเลยทีเดียว ทำงานที่นี่ ฉันมีความสุขและสนุกกับงานมาก แต่ฉันคิดว่าตอนนี้น่าจะถึงเวลาที่จะลองไปหาความท้าทายใหม่ ๆ จากอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เพื่อความเติบโตในอาชีพต่อไป’

2. เข้ากับหัวหน้าไม่ได้

หากคุณอยากลาออกจากงาน เพราะไม่ชอบหัวหน้า เข้ากับหัวหน้าไม่ได้ ทำงานด้วยแล้วต้องมีการปะทะกันตลอด มีมุมมองหรือความคิดเห็นไม่ตรงกัน หัวหน้าไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นใคร หรืออาจมีเหตุผลอื่น ๆ อีก แต่คุณไม่ควรเอาเหตุผลพวกนี้ไปตอบ เพราะจะทำให้คุณดูไม่ดี ดูไม่มืออาชีพ คุณควรตอบคำถามให้เป็นไปในทางบวก จะทำให้คุณดูเป็นคนมีความฉลาดทางอารมณ์ และจะดูมีความน่าสนใจมากกว่าพูดแต่เรื่องร้าย ๆ แย่ ๆ ของหัวหน้า แนวทางการตอบ…

‘ฉันเชื่อว่าสไตล์การทำงานที่เข้ากัน หรือเคมีที่ตรงกันของหัวหน้ากับลูกน้องในทีมเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะจะทำให้งานออกมาดี แถมบรรยากาศในการทำงานก็ดีด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เคมีของทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มไม่ตรงกันแล้ว ฉันคิดว่าปัญหาจะเริ่มเกิด การทำงานจะเริ่มติดขัดและยากขึ้น ฉันเลยอยู่ในสถานการณ์บังคับให้ต้องตัดสินใจ ในการหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ใช่ และเข้ากับสไตล์การทำงานของตัวเอง’

3. ต้องการเปลี่ยนสายงาน

เหตุผลในการออกจากงานที่ฟังดูแล้วยากที่จะดึงให้คุณทำงานต่อกับที่ทำงานเก่า คือ คุณต้องการเปลี่ยนสายงาน เปลี่ยนไปทำงานที่คุณชอบ งานที่คุณอยากทำ แต่ไม่ได้เลือกเดินสายนั้นมาตั้งแต่ต้น สมมติว่าคุณเรียนจบไอทีมา งานที่เริ่มทำก็เป็นงานด้านไอที แต่ชอบเขียนนั่นเขียนนี่เป็นชีวิตจิตใจ เลยอยากเปลี่ยนสายงานมาทำงานเขียน คุณอาจจะให้เหตุผลประมาณว่า…

‘ฉันอยากลองเปลี่ยนสายงานมาทำงานเขียนดู เพราะฉันชอบเขียนเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีเขียนเรื่องต่าง ๆ ลงบล็อกของตัวเองอยู่ มันอาจจะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ฉันลองค้นหาตัวเองและคิดทบทวนอยู่นานว่าจะเปลี่ยนสายงานดีมั้ย คำตอบคือ ฉันควรลอง เพราะถ้าไม่ลอง ก็ไม่รู้ ว่าฉันก็ทำงานตรงนี้ได้เหมือนกัน’

4. ได้เงินเดือนมากขึ้น

เงินอาจไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่เงินก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เราต้องใช้เพื่อดำรงชีวิต การเปลี่ยนงานเพราะที่ใหม่ให้เงินเดือนสูงกว่า ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ถ้าจะเอาเหตุผลนี้มาบอกแบบทื่อ ๆ ตรง ๆ มันก็ดูเหมือนว่า คุณให้ความสำคัญกับเงินมากกว่างานเกินไป คุณลองตอบแบบนี้ น่าจะดูดีกว่า…

‘หลายปีที่ได้ทำงานกับบริษัท ABC ฉันรู้สึกดีที่บริษัทให้โอกาสฉันได้เรียนรู้การทำงานต่าง ๆ ได้พัฒนาทักษะและศักยภาพในการทำงานมากมาย ฉันได้ประสบการณ์การทำงานจากที่นี่เยอะเลย บรรยากาศในการทำงานที่นี่ก็เป็นกันเอง ทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้อง แต่ฉันคิดว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะ ที่ฉันจะได้ลองไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ที่มากขึ้น’

5. มีเงื่อนไขการทำงานที่ยืดหยุ่น

คนที่ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องงาน แต่มีชีวิตด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น คนที่อยากให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น หรือคนที่อยากให้เวลากับตัวเองมาขึ้น หรือคนที่ชอบทำงานในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียด ก็จะมองหางานที่มีเงื่อนไขการทำงานที่ยืดหยุ่น และนี่คือแนวทางการตอบคำถามของเหตุผลนี้…

‘ฉันเชื่อว่าการทำงานหนัก จะทำให้งานสำเร็จและออกมาดี แต่ฉันคิดว่างานจะดีได้มากขึ้นอีก ถ้าฉันทำงานในสภาพแวดล้อมที่สามารถยืดหยุ่นได้ อย่างเช่นบางวันอาจจะทำงานที่บ้านได้ ทำงานไปด้วย ดูแลลูกเล็กไปด้วย ไม่ต้องมัวพะวงเรื่องลูกเกินไปจนกระทบกับเรื่องงาน หรืออาจจะไปหา co-working space เก๋ ๆ นั่งทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ปิ๊งไอเดียใหม่ ๆ ได้ดีกว่าเดิม หรือจะเป็นการที่มีเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น ก็เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจ และกระตุ้นไอเดียในการทำงานได้มากกว่านั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศตลอดทั้งวัน และทุกวัน น่าเสียดายที่บริษัทปัจจุบันที่ทำอยู่ไม่ได้มีนโยบายนี้ ทำให้ฉันมองหาบริษัทที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่ตอบโจทย์กับตัวฉันเอง’

ไม่ว่าเหตุผลในการออกจากงานของคุณจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่คุณตอบจะต้องเป็นไปในทางบวก ต้องไม่พูดกระทบที่ทำงานเก่า และพยายามทำคะแนนกับที่ทำงานใหม่ ถ้าหัวหน้าคุณถาม ให้คุณตอบแบบถนอมน้ำใจเข้าไว้ ให้จากกันด้วยดี เพราะอนาคตคุณอาจเจอกับหัวหน้าคนเก่าในที่ทำงานใหม่ต่อ ๆ ไปก็ได้ หรือถ้า HR ที่ใหม่ถาม ก็ให้คุณใช้ไหวพริบในการตอบ ให้เหตุผลในทางบวก ใส่ชั้นเชิงในการตอบลงไป ทำให้เค้าประทับใจและเทคะแนนให้คุณให้ได้

โปรแกรมฟรี DrawPad Graphics Editor โปรแกรมวาดรูปกราฟฟิก

เชื่อว่าหลายคนที่ใช้โปรแกรมวาดรูปคงต้องหาโปรแกรมมาลองใช้หลายตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Photoshop CS, Illustrator, AutoCad และอื่นๆ อีกเพียบ แต่วันนี้แอดมินมีโปรแกรมฟรีมานำเสนอมันมีชื่อว่า โปรแกรมฟรี DrawPad Graphics Editor เป็นโปรแกรมประเภทวาดรูป ตกแต่งได้อย่างละเอียดที่สำคัญเลยคือมันดาวน์โหลดไปใช้ฟรีนั่นเอง โดยตัวมันถูกพัฒนามาจากบริษัท NCH Software และได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเวอร์ชั่นปัจจุบัน โดยจะมีรายละเอียดและการทำงานอย่างไรบ้างไปดูกันเลย

โปรแกรมฟรี DrawPad Graphics Editor โปรแกรมวาดรูปกราฟฟิก

โปรแกรมฟรี DrawPad Graphics Editor โปรแกรมวาดรูปกราฟฟิก

ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรมจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีเอาไว้สำหรับคนที่ชื่นชอบการวาดรูปกราฟฟิก อย่างเช่นวาดรูปเวกเตอร์ หรือ รูปทรงของวัตถุต่างๆ ให้ออกมาเป็นในรูปแบบของทั้งแบบ 2 มิติ (2D) และ 3 มิติ (3D) โดยรูปทรงที่กล่าวถึงนี้มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม วงกลม หรือ รูปทรงเลขาคณิตต่างๆ โปรแกรมนี้ก็สามารถช่วยให้คุณวาดรูปทรงดังกล่าวได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมกับใส่สี ใส่เงา ให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย การใช้งานของ โปรแกรมวาดรูป ตัวนี้ก็ไม่ได้ยากเลย เพียงแค่คุณใช้ชุดเครื่องมือที่มีอยู่ในโปรแกรมให้เหมาะสมกับการทำงานหรือการวาดรูปของคุณ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รูปทรงสามมิติ ที่มีการแรเงาออกมาให้อย่างสวยงาม รองรับไฟล์ JPG, PNG, BMP, SVG, PDF ซะด้วย

โปรแกรม DrawPad Graphics Editor นี้แม้ว่ามันจะไม่ใช่ โปรแกรมแต่งรูป 100% แต่มันก็มีความสามารถในการแต่งรูปได้เล็กๆ น้อยๆ เช่นกัน คล้ายๆ กับโปรแกรม Paint ที่ติดมากับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows) นั่นเอง เพราะชุดเครื่องมือต่างๆ ในโปรแกรมได้มีการออกแบบมาในลักษณะที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องมือดินสอสำหรับวาดรูป ชุดเครื่องมือสร้างรูปเลขาคณิต อย่างสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม ชุดเครื่องมือที่เอาไว้สำหรับทาสี หรือชุดเครื่องมือพิมพ์ข้อความ โปรแกรมนี้ก็มีเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่า นอกจากจะสร้างรูปสามมิติ หรือสร้างกราฟฟิกอย่างง่ายๆ ให้เราได้แล้ว มันยังใช้แทนโปรแกรม Paint ได้อีกด้วย ตัวโปรแกรมรองรับการทำงานกับ Windows XP / Vista / 7 (Seven) / 8 / 8.1 / 10 ทั้งแบบ 32-bit และ 64-bit อีกด้วย ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์เวอร์ชั่นไหนก็สามารถใช้งานได้ทันที ตัวโปรแกรมสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาโดยตรง

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

นั่งทำงานมาจนจะครบปี งานบนหน้าตักยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำงานก็พลาดบ่อย นายก็น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานก็ไม่น่าคบ ครั้นจะลาออก เปลี่ยนงานใหม่ก็เสียดายเงินเดือน ทำอย่างไรดีหละ? แม้แต่ทำ ฟรีแลนซ์ เองก็ยังน่าเบื่อเลยที่ต้องเจอปัญหาแบบนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกลียดวันจันทร์ และนั่งทำงานแบบเคาท์ดาวน์รอวันศุกร์ อยากบอกคุณว่า โชคดีแค่ไหนที่คุณมีงานทำ และนี่คือวิธีจุดไฟทำงานในตัวคุณเองได้ง่าย ๆ เพื่อเพิ่มความสุขให้กับการทำงานของคุณ

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

ความน่าเบื่อของการทำงาน ที่ต้องเจอทุกวันทั้งนายจ้าง เพื่อนร่วมงานและเนื้องาน

หาเวลาพักผ่อน

การนั่งทำงานบนความเบื่อหน่ายนาน ๆ ยิ่งทำให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นรีบเคลียร์งานให้เสร็จ ใช้สิทธิวันลาทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่คุณไม่เคยไป พร้อมพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มโปรด และเพลงบนเพลย์ลิสต์ที่ช่วยทำให้คุณผ่อนคลาย

หากบริษัทของคุณมี flexible benefit (สวัสดิการแบบยืดหยุ่น) ให้ แล้วคุณไม่เคยใช้มันเลย เวลานี้ก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะนำไปใช้ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทำสปา ฟิตเนส นวดหน้าทำหน้า ซื้อหนังสือ เสื้อผ้า หรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่คุณอยากได้ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ตามแต่ละบริษัทของคุณ ที่จะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายและพักผ่อนได้ จะยิ่งเพิ่มความสุขให้คุณขึ้นได้

นึกถึงวันทำงานวันแรก

หลังกลับจากการลาพักร้อนแล้ว หากยังรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำ ให้คุณนึกย้อนไปถึงวันแรกที่บริษัทตอบรับคุณเข้าทำงาน ข้อดีต่าง ๆ ที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วมทำงานในบริษัท นึกถึงความตื่นเต้นตอนเจ้านายมอบหมายงานชิ้นแรกให้คุณ ความกระตือรือร้นที่คุณพยายามทำช่วงทดลองงานจนผ่านโปร อาจจะช่วยจุดไฟในตัวคุณได้

มองโลกในแง่บวก

การมองโลกในแง่บวกจะช่วยทำให้คุณผ่านพ้นความรู้สึกเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น ลองคิดดูว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่มีงานทำ ในขณะที่ใครหลายคนกำลังตกงาน ในขณะที่เจ้าของกิจการหลายรายกำลังประสบปัญหาขาดทุน แต่คุณเป็นพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน มีเงินส่งเลี้ยงดูพ่อแม่ มีเงินส่งลูกเรียนในโรงเรียนดี ๆ มีเงินซื้อของที่อยากได้ มีเงินท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป

ปิดหูปิดตา

เมื่อต้องเจอกับเจ้านายที่น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานที่ไม่น่าคบ ให้คุณมาทำงาน -เลิกงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด เดินเข้าออฟฟิศแบบปิดหููปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัท ก้มหน้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ให้ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ หรือหากมีโอกาสทำงานใหญ่ คุณอาจรับอาสาทำแบบเงียบ ๆ ตั้งใจทำให้เสร็จ เพื่อผลงานเข้าตาผู้บริหารใหญ่ คุณอาจได้รับการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งงาน

ให้รางวัลตัวเอง

เคยคิดบ้างไหมว่าทุกวันนี้ คุณก้มหน้าก้มตาทนทำงานด้วยความเครียดไปเพื่ออะไร? หากคุณยังตอบไม่ได้ คุณลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น “หากชั้นทำงานโปรเจคนี้สำเร็จ ชั้นจะให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมหรู หรือการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาสะพายไปทำงาน และหากคุณมีเงินมากพอ อาจตั้งเป้ารางวัลให้ตัวเองด้วยการนำโบนัสปลายปี ไปซื้อบ้านหลังใหม่ หรือรถยนต์คันใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณสุขสบายมากยิ่งขึ้นก็ได้

หาเวลาพัฒนาตัวเอง

หากงานมันซ้ำซากจำเจมากนัก ลองหาเวลาลงสมัครเรียนคอร์สระยะสั้น หาความรู้ และประสบการณ์ใหม่ในสายงานที่คุณทำ ให้คุณมีโอกาสมองเห็นโลกที่มันกว้างกว่าสังคมออฟฟิศเดิม ๆ ของคุณ ได้รู้จักเพื่อนร่วมคอร์สเรียนใหม่ ๆ ซึ่งคุณอาจนำความรู้ที่ได้มาใช้พัฒนางานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน หรือมองหาโอกาสเปลี่ยนงานใหม่ในตำแหน่งสูงขึ้น และผลตอบแทนมากขึ้นได้

หาเวลาออกกำลังกาย

การออกกำลังกายหลังเลิกงานประมาณ 20 นาที จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) และสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารดังกล่าวจะช่วยลดระดับความตึงเครียดในร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสมองปลอดโปร่ง อีกทั้งยังช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉง มีไฟที่จะทำงานอีกด้วย

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

คำว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์’ (artificial intelligence) หรือ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อและในวงสนทนา เป็นเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนทั้งโลก เทคโนโลยีที่มาพร้อมขีดความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการ ลดค่าใช้จ่าย และปรับเปลี่ยนศักยภาพทางธุรกิจ แต่น้อยคนนักที่จะตระหนักว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราอย่างไรบ้าง AI กำลังเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่เริ่มตั้งแต่ในบ้านของเรา มันถูกใช้ในการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยอย่างชาญฉลาด เข้าใจทุกความต้องการของคุณ และทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น คุณลองนึกภาพตัวเองตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและเดินเข้าครัวไปยังหม้อต้มกาแฟที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่น พร้อมกับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตว่าคุณไปเข้าคลาสออกกำลังกายสายแล้วนะ หรือเมื่อเปิดตู้เย็นแล้วพบว่าโยเกิร์ตถ้วยโปรดที่คุณกินหมดไปแล้วเมื่อวันก่อน มีถ้วยใหม่มาใส่แทนไว้แล้ว คุณไม่ต้องวิตกกังวลระหว่างทำงาน เพียงเพราะคุณไม่แน่ใจว่าได้เปิดระบบสัญญานกันขโมยก่อนออกจากบ้านหรือไม่ AI ได้ทำสิ่งนั้นแทนคุณแล้ว

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทรกตัวอยู่ทุกส่วนในบ้านของคุณ

แม้ว่า AI จะสามารถทำเรื่องทั้งหมดนี้ได้ แต่ศักยภาพที่แท้จริงของมันยังมีอีกมาก สถานการณ์ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง ถึงแม้ว่ามันยังไปไม่ถึงจุดที่จะสามารถสั่งซื้อสินค้าใช้สอยแทนคุณได้ แต่วิวัฒนาการของอุปกรณ์ที่มี AI ก็เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและราคาก็ถูกลงเรื่อยๆ จึงมีแนวโน้มที่จะได้เห็น AI กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของบ้านได้เร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง ในความเป็นจริง บริษัทวิจัยอย่างการ์ทเนอร์ (Gartner) ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2022 อุปกรณ์ที่มี AI อาจมีระดับความฉลาดทางอารมณ์พอที่จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคนคนหนึ่งมากกว่าคนในครอบครัวนั้นเสียอีก โซลูชั่นที่มีอยู่แล้ว เช่น Amazon Echo และ Google Home ถูกนำไปใช้แล้วในห้องรับรองพิเศษและห้องครัวเพื่อให้สอดรับกับรสนิยมและอารมณ์ความรู้สึกของคน ซึ่งทำให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทุกวันนี้คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนก้อนโตหรือสร้างบ้านที่มีระบบอัตโนมัติเพื่อใช้ประโยชน์จาก AI บ้านเรือนโดยทั่วไปมีเราเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายที่เรียกว่า network attached storage (NAS) ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องควบคุมอุณหภูมิ (thermostat) อุปกรณ์เหล่านี้อาจกลายเป็นของใช้ธรรมดาทั่วไปเหมือนเครื่องชงกาแฟ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือสามารถเชื่อมต่อไปยัง AI ได้แบบไร้รอยต่อ เพื่อให้คุณควบคุมกลไกภายในบ้านของคุณได้แบบเบ็ดเสร็จ

ถ้าคุณต้องการปกป้องบุตรหลานของคุณจากการเข้าถึงคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม การใช้ Siri บนสมาร์ทโฟนของคุณ รวมถึง NAS และเราเตอร์แบบมี AI คุณจะสามารถตรวจติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตและพฤติกรรมในโลกออนไลน์ของทุกคนในบ้านได้ ซึ่งเป็นระบบ Parental Control ที่ง่ายและเกิดประสิทธิผลไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้แนวคิดนี้สร้าง QR code เพื่อให้เพื่อนๆสามารถสแกนเพื่อเข้าถึง Wi-Fi ในบ้านของคุณได้ ซึ่งนับเป็นวิธีที่ง่ายขึ้นมากๆ ไม่ต้องมัวเสียเวลาค้นหารหัสผ่าน Wi-Fi ที่คุณไม่เคยจำ คุณสะดุ้งตื่นตอนตี 2 จากสัญญาณเตือน แต่เอาเข้าจริงกลับพบว่ามันเป็นแค่เสียงลมหรือฝน หรือแมลงไต่เข้าไปในเซนเซอร์ไหม? ลองลงทุนติดตั้งระบบที่มี AI จะช่วยขจัดความน่าเบื่อของสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดและทำให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ระบบกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัยแบบมี AI ของ Synology มาพร้อมอัลกอริทึมที่มีขีดความสามารถในจดจำรูปแบบที่สลับซับซ้อน ซึ่งจะช่วยลดสัญญาณเตือนที่ผิดพลาดและเพิ่มช่วงเวลาพักผ่อนแบบไร้กังวลของคุณในยามค่ำคืนให้มากขึ้น

และสำหรับผู้ที่หารูปถ่ายไม่เจอหรือไม่สามารถคัดแยกให้เป็นระบบระเบียบได้สักที คุณสามารถใช้ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง Moments ของ Synology ที่ไม่เพียงแต่จัดหมวดหมู่รูปภาพตามธีม วัตถุ และกลุ่มคนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถแก้ไขหรือปรับแต่งภาพให้เหมาะสำหรับการนำไปพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแสง สร้างเทมเพลตสำหรับสมุดภาพ สร้างอัลบั้มแห่งความทรงจำให้สามารถค้นหาโฟลเดอร์ที่ต้องการได้ง่าย และที่สำคัญคือ มันสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ในเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งที่ AI สามารถเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของคุณ ทั้งยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลคุ้มค่าที่สุดอีกด้วย จากภาพถ่ายไปจนถึงระบบกล้องวงจรปิด จากเพลงไปจนถึงการตรวจติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ต AI แทรกตัวอยู่ในทุกกิจกรรมในบ้านแล้ว มันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณโดยการกำจัดงานธุรการที่จุกจิกออกไปแล้วเพิ่มความสนุกเพลิดเพลินให้แทน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายแล้วในปัจจุบันและจะสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในวิถีชีวิตของคุณ

โปรแกรม AppCrashView ดูสาเหตของโปรแกรมพัง หยุดการทำงาน

ถูกพัฒนาขึ้นจากผู้พัฒนาค่าย NirSoft ผู้พัฒนาโปรแกรมยูทิลิตี้ชื่อดังของโลก โดย โปรแกรม AppCrashView มันเป็นโปรแกรมที่เอาไว้ดูสาเหตการเกิดข้อผิดพลาด ของโปรแกรม หรือ แอพพลิเคชั่น ต่างๆ ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตการพัง (Program Crashed) ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สาเหตที่โปรแกรมหยุดทำงาน สาเหตที่โปรแกรมค้างหรือแฮงค์ โดยข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้นำออกมาจากไฟล์ตระกูล .WER ซึ่งย่อมาจากคำว่า “Windows Error Reporting” ที่มีอยู่แล้วในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งจะเก็บประวัติการการเกิดขึ้นทุกครั้งที่มี โปรแกรมนี้สามารถดึงเอาข้อมูลเหล่านั้นออกมาแสดงโชว์ให้คุณได้ดู ได้เห็นด้วยเช่นกัน

โปรแกรม AppCrashView ดูสาเหตของโปรแกรมพัง หยุดการทำงาน

โปรแกรม AppCrashView ดูสาเหตของโปรแกรมพัง หยุดการทำงาน

โปรแกรม AppCrashView ตัวนี้มันสามารถแสดงรายละเอียดข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นชื่อไฟล์โปรเซส (Process File) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Event Name) เวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น (Event Time) ชื่อผู้ใช้ที่ใช้ขณะเกิดเหตุการณ์ขึ้น (Username) รวมไปถึงข้อมูล ExceptionCode ExceptionOffset FaultModuleName FaultModuleVersion ProcessPath ReportFileSize และ ReportFilePath ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้สามารถส่งออกมาในรูปแบบรายงานต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของไฟล์ข้อความธรรมดา (Text File) รวมไปถึงไฟล์ในรูปแบบของเว็บเพจ (HTML) ไฟล์ CSV และ XML มันรองรับการทำงานกับ Windows (XP / Server 2003 / Vista / Server 2008 / 7 (Seven) / 8 / 8.1) ซึ่งโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาอยู่ตลอด และเป็นให้ดาวน์โหลดไปใช้แบบฟรีแวร์ (Freeware)

หากใครมองว่าโปรแกรมตัวนี้ดูหน้าตาบ้านๆ ก็อย่าเพิ่งมองข้ามไปเพราะมันสามารถมองหาการทำงานผิดพลาด หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Error นั่นเอง ซึ่งจะทำให้เราแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุดโดยที่เราไม่ต้องไปงมหาว่ามันค้าง แฮงค์ หรือไม่ทำงานจากโปรแกรมอะไรให้วุ่นวาย เอาละใครที่ชอบโปรแกรมนี้ก็อย่าลืมอุดหนุนทีมพัฒนา NirSoft Freeware ชุดนี้เพื่อต่อไปจะได้มีโปรแกรมดีๆ ใช้กันอีก หวังว่าโปรแกรมตัวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คน ไว้เจอกันครั้งหน้าจะเอาโปรแกรมดีๆ มาฝากกันอีกครั้งหนึ่งสำหรับวันนี้แอดมินต้องขอตัวก่อนละ บ๊ายบาย

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

เด็กใหม่หลายคนอาจจะหางานที่ตัวเองรักและอยากทำได้แล้ว แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร งานไหนจะเป็นงานแรกในชีวิตที่ชอบและเหมาะสำหรับตัวเอง หรือจะไปสาย ฟรีแลนซ์ ดีนะ ถึงแบบนั้นการรู้ วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ ก็มีให้เห็นอยู่ค่อนข้างเยอะแต่วันนี้เราจะมาจับกลุ่มและบอกเล่าให้มันน้อยลงเพื่อจะได้จับจุดได้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างกับ 8 เคล็ดลับให้ไว้อ่านเป็นคู่มือในการเลือกงานแรกที่ใช่ เพื่อจะได้เริ่มชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวได้อย่างสดใส และตั้งต้นในอาชีพได้เร็วมาฝาก

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

วิธีเลือกงานแรกที่ใช่ กับเทคนิคที่เราเองเลือกได้ง่ายๆ เลยละ

1. รู้จักตัวเอง

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดในการหางานคือการรู้ว่าตัวเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จุดอ่อน จุดแข็งของเราอยู่ตรงไหน เราควรปรับปรุงอะไรในชีวิตและการทำงาน คนหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ชอบอะไรในชีวิต เขาเหล่านั้นจึงเสียเวลาไปกับการทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด และไม่ชอบไปวัน ๆ ทำงานเพื่อเงิน และไม่ได้รับความสุขจากการทำงาน การค้นหาตัวเองอาจเริ่มจากลองลิสท์สิ่งที่เราชอบทำ เวลาทำแล้วมีความสุข สนุก แล้วลองเปลี่ยนสิ่งที่ชอบให้เป็นงาน หรือหางานจากสิ่งที่เราชอบทำนั้น น้อง ๆ อาจลองทำหลายๆ สิ่ง หลายๆ กิจกรรมเพื่อดูว่าตัวเรามีความชอบ ความถนัด และความสามารถในการทำสิ่งนั้น ๆ หรือไม่ การค้นหาตัวเองอาจใช้เวลา แต่เชื่อเถอะว่า มันคุ้มค่าที่จะทำ เพราะเมื่อเราทำในสิ่งที่รักทุกๆ วัน เราจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงาน และชีวิตการทำงานของน้อง ๆ จะเป็นชีวิตที่มีความสุขทุกวัน

2. หาแรงบันดาลใจในการทำงาน

ในการเลือกงานแรก สิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอคือ งานนั้นควรสร้างแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ ตื่นไปทำทุกวัน เป็นงานที่เมื่อคิดถึงทีไรก็ทำให้อะดรีนาลีนของเราเดือดพล่าน อยากเข้าไปลุยกับมัน อยากเข้าไปแสดงฝีมือของเราให้เป็นที่ประจักษ์ หรืออาจเป็นงานที่สร้างคุณค่าสร้างประโยชน์ให้ตัวเราและสังคม เป็นงานที่ทำแล้วเรารู้สึกดีก็ได้ เมื่อเราหาแรงบันดาลใจในงานที่เราเลือกจะทำได้แล้ว งานนั้นก็จะเป็นงานที่ใช่สำหรับเราในก้าวแรก

3. เลือกงานที่เราถนัด

เมื่อเรารู้ตัวของเราว่าเราถนัดที่จะทำอะไรแล้ว การเลือกทำงานที่เราถนัด จะทำให้ผลงานของเราออกมาดี เราจะมีแพสชั่นและความกระตือรือร้นในการฝึกฝนทักษะในการทำงานยิ่ง ๆ ขึ้น อยากที่จะใฝ่รู้ในงานตลอดเวลา เวลาทำงานเราจะรู้สึกว่าไม่ต้องฝืน และไม่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหรือไม่ต้องใช้เวลาในการทำงานอย่างมากเพื่อทำให้ผลงานสำเร็จแต่ละชิ้น การทำงานจะเป็นไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว

4. ทดลองฝึกงานหรือทำงานพิเศษที่หลากหลายก่อนสมัครงาน

ก่อนจะได้งานแรกที่ใช่ น้อง ๆ สามารถ ทดลองทำงานพิเศษ หรือฝึกงานตามหน่วยงาน องค์กรต่างๆ หรือทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนให้หลากหลายถ้าสามารถทำได้ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ก็จะเป็นการช่วยให้เราได้ประสบการณ์ ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น คอนเนคชั่น และได้ไอเดียที่กว้างขวาง หลากหลายและสร้างสรรค์เกี่ยวกับงานต่าง ๆ ที่ตัวเองอยากทำมากยิ่งขึ้น การได้ทดลองทำงานพิเศษ หรือฝึกงานตามที่ต่าง ๆ จะทำให้เรารู้จักตัวเองได้ชัดและเร็วขึ้นจากประสบการณ์ตรง ว่าเราต้องการทำงานอะไร งานอะไรที่ใช่สำหรับเรา

5. ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่หลากหลาย

การค้นหาข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับอาชีพที่หลากหลายในองค์กรต่าง ๆ ในสาขาคณะที่ตัวเองเรียนหรือนอกสาขาคณะที่เรียน จากทั้งประสบการณ์ตรง ถามรุ่นพี่ หรือถามผู้อื่น การค้นหาทางอินเตอร์เน็ตหรือสื่อต่างๆ จะทำให้เราได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกงานแรกที่ใช่ที่เหมาะกับความชอบและความสามารถของเรามากขึ้น รู้ความแตกต่างของอาชีพต่าง ๆ ในองค์กรต่าง ๆ ได้ดี และเลือกงานแรกที่ตรงกับความต้องการของเราได้ง่ายขึ้นด้วย

6. วางเป้าหมายในการทำงาน

ลองใช้เวลาบ่ายวันหยุด นั่งวางแผนเป้าหมายในการทำงานของน้อง ๆ ว่า ในอีก 5 ปีหรือ 10 ปี เราอยากเห็นตัวเราเป็นอย่างไร ทำอะไร มีความสุขกับอะไร อาจนั่งนึกภาพตัวเราในอนาคตกับงานที่เราอยากทำ หรืออาจลองเขียน วาดรูป หรือทำแผนภาพชีวิตตัวเองดูก็ได้ เมื่อเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเติบโตในหน้าที่การงานอะไรแล้ว การเดินตามแผนที่วางไว้ จะทำให้เราเลือกงานแรกได้ง่ายขึ้นและตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ชัดเจน

7. พิจารณาวัฒนธรรมองค์กร

องค์กรหรือสถานที่ที่เราจะทำงานมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจเลือกงานของเรา ในการเลือกงานแรกที่เรายังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานใด ๆ มาก่อนเลย การพิจารณาถึงที่ตั้งของหน่วยงาน ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และวัฒนธรรมองค์กรที่เราคิดอยากจะไปทำว่ามีความเหมาะสมกับบุคลิกและสภาพแวดล้อมของเราหรือไม่เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพราะการเลือกสถานที่ทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกจริตกับเรา จะมีผลต่อชีวิตการทำงานของเราในระยะยาว จงศึกษาหาข้อมูลของหน่วยงานที่เราจะไปทำให้มากที่สุดทั้งการถามจากผู้รู้หรือตามสื่อต่าง ๆ จะทำให้เราตัดสินใจเลือกงานแรกได้ดีขึ้น

8. ทำแบบทดสอบทักษะประเมินความสามารถทางวิชาชีพ

หากเรายังไม่แน่ใจว่าตัวเราเหมาะกับงานชนิดไหนแล้ว การทำแบบทดสอบทักษะประเมินความสามารถทางวิชาชีพ จะช่วยให้เรามีความเข้าใจและเห็นภาพความถนัดและความสามารถทางวิชาชีพของเราได้ชัดเจนขึ้น และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เราจะใช้ในการตัดสินใจเลือกงานแรกที่เหมาะกับเราได้ โดยแบบทดสอบประเมินความสามารถทางวิชาชีพนั้น เราอาจหาได้ตามหนังสือ คู่มือต่าง ๆ และอินเตอร์เน็ต

โปรแกรม CarotDAV จัดการ FTP และ Sync ไฟล์บน Cloud

หลายคนอาจจะเคยใช้งานโปรแกรมประเภทเชื่อมต่อไฟล์ โอนถ่ายข้อมูลจากเซิฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยระบบ FTP ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานหลายโปรแกรมด้วยกัน วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ โปรแกรม CarotDAV เป็นโปรแกรมสำหรับจัดการ FTP และเชื่อมต่อไฟล์ (Sync Files) บนระบบสำรองข้อมูลอย่างคลาวด์ (Cloud) ที่ปัจจุบันขอมีเพียงอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

โปรแกรม CarotDAV จัดการ FTP และ Sync ไฟล์บน Cloud

โปรแกรม CarotDAV จัดการ FTP และ Sync ไฟล์บน Cloud

ใช้ในการบริหารจัดการ การรับส่งไฟล์ จากบริการต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย พัฒนาโดยทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรมจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคิดค้นเพื่อตอบโจทย์ให้กับการใช้งานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์เก็บไฟล์ เก็บข้อมูล ที่จะต้องอัพเดทหรือดึงข้อมูลสำคัญออกมาใช้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ออฟฟิศสำนักงานอยู่ ตลอดเวลาขอเพียงมีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้ทันที รองรับการรับส่งไฟล์แบบ FTP / FTPS บนบริการเก็บไฟล์ เก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage) อย่าง SkyDrive, Dropbox, GoogleDrive, Box, SugarSync, AmazonCloudDrive และบริการอื่นๆ

โดยมันสามารถทำงานร่วมกับ ระบบเก็บข้อมูลออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่าบริการ Cloud Storage ได้อย่างลงตัว และทำให้ ข้อมูลนั้นสดใหม่อยู่เสมอ มันรองรับการใช้งานกับหลายบริการ หลากหลายค่าย ที่คุณสมัครเป็นสมาชิก อยู่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บริการ SkyDrive บริการ Dropbox บริการ Google Drive และอื่นๆ อีกมากมาย โดยที่ไม่ต้องมาเปิดใช้งานทีละบริการ ทีละโปรแกรม ใช้ โปรแกรม CarotDAV ตัวเดียว คุณก็จะสามารถบริหารจัดการ ครั้งเดียวเป็นอันเรียบร้อย ใช้งานง่ายมากเพียงแค่ลากแล้ววาง (Drag n’ Drop) ก็ใช้งานได้ทันที ใช้งานได้กับระบบ Windows ได้เกือบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Windows Desktop, Windows Server ตัวอย่างระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานร่วมกันได้ เช่น เซิร์ฟเวอร์ IIS6, เซิร์ฟเวอร์ IIS7, เซิร์ฟเวอร์ Apache Web Server 2.2 / 2.1

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

มีคำคมในยุคสมัยหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” ทำให้ชวนคิดกันมาโดยตลอดว่า ความสุขจากการทำงานนั้น หมายถึง “เงิน” อย่างเดียวเลยหรือ? แล้วถ้าเรา เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน รวมถึงองค์ประกอบของความสุขในชีวิตเราในด้านอื่น ๆ ควรจะถูกคำนึงถึงด้วยหรือไม่ และควรถูกคำนึงถึงมากน้อยเพียงไร?

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

ถ้าจะพูดกันแบบตรง ๆ ไม่ใช่พวกโลกสวย คงต้องยอมรับว่าค่าตอบแทน หรือเงินค่าจ้าง นั้นสำคัญมากในการทำงาน ก็แน่ล่ะสิ เราทำงานเพื่อให้ได้เงินไม่ใช่ไปทำการกุศล ถึงจะได้เท่าไหร่ก็รับมาแบบไม่คิดอะไร แต่ความสุขที่ได้จากการทำงานในทุกวันก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย เพราะเราคงไม่สามารถจะมีความสุขได้แค่วันเงินเดือนออกเพียงวันเดียว! แล้วเราจะพิจารณาจากอะไรเป็นสำคัญถ้าเจองานที่ใช่ แต่เงินไม่ไหวจะเคลียร์ หรือ งานที่ค่าตอบแทนสูงลิบลิ่ว แต่ต้องทนนั่งหน้านิ่วเพราะความเครียด ลองมาดูกันดีกว่า ถ้าเราเจอกับภาวะแบบนี้ จะตัดสินใจจากอะไรดี

1. ความจำเป็นของ “เงิน” ต่อการดำรงชีพของคุณ

ความชอบเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และมีแรงบันดาลใจในการมีชีวิตอยู่ แต่เงินก็ไม่ใช่ไม่จำเป็น ถ้าคุณไม่ได้เดือดร้อนอะไรในชีวิต บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ หนี้สินไม่มีให้ผ่อน แล้วจะคิดอะไรมาก งานที่ใช่ ทำให้คุณรู้คุณค่าของชีวิต ทำให้เรามีแรงตื่นขึ้นไปทำงาน ทำให้เราไม่กลัววันจันทร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย เลือกงานที่ใช่ไปเลยอย่าคิดมาก แต่ถ้าคุณมีภาระเยอะ ต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่อยู่ข้างหลังหลายคน อาจต้องลองค่อย ๆ คิดทบทวน ว่างานที่ใช่จะสามารถ cover ในส่วนที่คุณต้องจ่ายได้หรือไม่ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เงินก็ต้องมาก่อน ก็ต้องรับสภาพไป ความจนมันน่ากลัว

2. ระดับความชอบของคุณที่มีต่องานที่ได้รับข้อเสนอ

คำว่าใช่ ก็หมายถึงความชอบในปริมาณที่มากพอที่มีต่อสิ่งนั้น และก็ต้องชอบในเกือบทุกสิ่งอย่างด้วย แบบประมาณว่า โอ้ ช่างคลิกเหลือเกิน คิดง่าย ๆ งานก็เหมือนแฟน เวลาที่เราเจอคนที่ใช่ เราจะรู้สึกได้ทันที งานก็เช่นกัน ถ้าเรารู้สึกได้ถึงเคมีกับงานไหนเป็นพิเศษ ก็อย่ารอช้า ถึงค่าตอบแทนอาจน้อยกว่าที่ต้องการไปเสียหน่อย แต่ถ้าเราได้ทำงานที่ใช่ เรามักจะทำได้ดี แล้วพอเราทำได้ดี ความก้าวหน้าจะมาหาเราทันที ดีกว่าไปเลือกงานที่เงินเยอะแต่เราไม่มี passion ด้วย ทำไปวัน ๆ เช้าชามเย็นชาม สุดท้ายก็คงไม่ก้าวหน้าไปไหน ช่วงแรกได้เยอะ แต่ไม่ขยับขึ้นอีกเลยก็ไม่ไหวนะยู เราต้องคิดถึงอนาคตด้วย

3. ความก้าวหน้าในอนาคต

ความก้าวหน้าในการทำงาน เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับต้น ๆ ของการเลือกงานไม่แพ้ความชอบ และค่าตอบแทน ถ้างานที่เราชอบ เงินไม่น้อยจนน่าเกลียด อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ และประเมินดูว่ามีอนาคต แนะนำว่าให้เลือกงานที่ใช่ก่อนค่าตอบแทนที่มากกว่าในช่วงแรก เพราะถ้าคุณได้ทำงานที่ใช่ ความเจ๋งในตัวคุณจะส่องประกายออกมาเอง ในเวลาไม่นาน คุณจะได้รับโอกาส และค่าตอบแทนที่มากขึ้นแน่นอน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะดีเอง

4. ต่อรองเพิ่มเติม

ถ้ารู้สึกว่าเจองานที่ใช่จริง ๆ แต่ติดที่เรทค่าตอบแทน ลองเจรจาต่อรองอีกสักตั้งกับทางต้นสังกัดก็ไม่เสียหาย แต่ก็อย่าต่อรองในเรทที่เกินจริงมากไป จนองค์กรรู้สึกว่าคุณกำลังโก่งค่าตัว วิธีที่ดูโอเคอีกวิธีก็ยกตัวอย่างเช่น คุณจะขอพิสูจน์ฝีมือและความสามารถในตำแหน่งนี้ในระยะทดลองงาน ถ้าหากว่าผลงานเข้าตากรรมการแล้วจะขอขยับขึ้นอีกก็ว่ากันไปให้เหมาะสมกับผลงาน

5. ขอรับเป็น freelance

ถ้าชอบมาก แต่เงินไม่สู้จริง ๆ แล้วทางนายจ้างก็ชอบคุณ ลองหาทางออกอื่น ๆ ร่วมกันอีก เผื่อจะมีความเป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น การจ้างงานแบบฟรีแลนซ์เป็นจ็อบ ๆ ไป แล้วคุณก็เอาเวลาที่เหลือไปหางานเพิ่มอีก เพื่อให้ได้ค่าตอบแทนที่คุณคิดว่าจะสามารถดำรงชีพได้แบบไม่ลำบาก และยังได้มีโอกาสทำงานที่ใช่ไปในคราวเดียวกันอีกด้วย แต่วิธีการนี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกบริษัท อาจจะต้องลองลุ้น ลองคุยกันเป็นกรณี ๆ ไป เพราะส่วนใหญ่องค์กรจะอยากได้คนที่สามารถให้เวลางานกับองค์กรได้อย่างเต็มอัตรามากกว่าที่จะจ้างเป็นลักษณะฟรีแลนซ์ เว้นแต่ว่างานนั้น ๆ สามารถทำได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลองคุยดูก่อนก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว อย่าไปกลัว

6. ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สุดท้าย ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ระหว่างแค่ 2 หัวข้อ อันได้แก่ ความชอบ และเงิน ก็ขอให้พิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิเช่น วัฒนธรรมองค์กร ทีมงาน และหรือระยะทางระหว่างที่พักถึงอาคารที่ทำงาน ฯลฯ บ่อยครั้ง ปัจจัยอื่น ๆ ก็ส่งผลกระทบต่อความชอบของเราที่มีต่อตัวงานนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น งานนี้ชอบมาก แม้ค่าตอบแทนน้อยก็พอไหว แต่พิจารณาอีกนิด โอ๊ยตายแล้ว บ้านเราอยู่ฝั่งธน แต่ต้องไปทำงานที่รามอินทรา จะไหวมั้ย ถามใจตัวเองดู เป็นต้น

โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner กำจัดและลบไฟล์ขยะเกลี้ยง

เชื่อว่าหลายคนคงเจอปัญหาโปรแกรมทำงานผิดปกติ คอมเพี้ยนทำงานแปลกไปไม่เหมือนตอนแรกที่ได้คอมมาใหม่ๆ ก็แน่นอนละเพราะทุกครั้งที่เราเปิดคอมใช้งานต้องมีติดตั้งโปรแกรมใหม่ลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ โปรแกรมทำงานทั้งหลายแหล่ซึ่งมันทำให้บางโปรแกรมตั้งค่ามันผิดเพี้ยนไปหรือมีไฟล์ขยะมากเกินจำเป็นต่อเครื่อง ถึงแม้เราจะลบโปรแกรมเหล่านั้นออกไปแล้วทีนี้ไฟล์เหล่านี้จะไม่หายไปเองอะนะ คงต้องถึ่งโปรแกรมลบไฟล์อย่าง โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner ที่จะทำให้เครื่องของคุณทำงานได้ดีขึ้นและลดการทำงานเกินจำเป็น รวมถึงไฟล์ขยะภายในเครื่องที่มั่นใจได้เลยว่าเครื่องของคุณจะสะอาดหมดจดและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวโปรแกรมใช้งานง่ายและมีขนาดไม่ยากมากหากสนใจจะใช้ละก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ เอาละมาดูความสามารถของมันกันดีกว่า

โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner กำจัดและลบไฟล์ขยะเกลี้ยง

โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner กำจัดและลบไฟล์ขยะเกลี้ยง

โปรแกรมตัวนี้ถูกพัฒนามาจากหลายค่ายด้วยกันซึ่งแต่ละค่ายก็ค่อยๆ พัฒนากันแบบฟีเจอร์ดีที่จำเป็นต้องมีจนมาถึงค่าย avn media technologies ที่นำมาอัพเดทล่าสุดกันในเรื่องของการดูแล และทำความสะอาดไฟล์ข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องให้เป็นระเบียบ ดูดี และสามารถทำงานได้เหมือนใหม่อยู่เสมอ จึงมีผู้พัฒนาโปรแกรมดูแลคอมฯ หลายๆ ตัวออกมากันอย่างหนาแน่น ทางนักพัฒนาโปรแกรมอย่างค่าย avn media technologies ก็มีการพัฒนาโปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ ที่มีอยู่ภายในเครื่องออกมาให้ผู้ใช้บริการได้นำไปใช้งานกันอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี ไปใช้กันได้เลย สำหรับโปรแกรมนี้มีนามว่า โปรแกรม Free Cleaner โปรแกรมนี้จะช่วยคุณปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้ทำงานได้เร็วอยู่เสมอแม้คุณจะใช้เครื่องนี้มานานแค่ไหน (ต้องขึ้นอยู่กับสเปกเครื่องของคุณด้วยนะ) โดยมันจะทำการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกจากเครื่อง เพื่อไม่ให้ไฟล์เหล่านั้นมาขัดขวางการใช้งานของคุณ อาทิเช่น ไฟล์ขยะในถังขยะ ไฟล์ขยะในรีจีสทรี ไฟล์ที่ถูกซ่อนเอาไว้ในเครื่อง หรือแม้แต่ประวัติการใช้งานก็ตาม

นอกจากนี้แล้วโปรแกรมสำหรับลบไฟล์ส่วนใหญ่ค่อนข้างอันตรายเนื่องจากลบไฟล์บางชนิดออกไปทำให้โปรแกรมที่ใช้งานอยู่ไม่สามารถทำงานได้และต้องติดตั้งใหม่ทั้งหมด แต่โปรแกรมตัวนี้สามารถลดข้อผิดพลาดในส่วนนั้นได้ดีและยังรวมไปถึงเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ค่ายต่างๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น Google Chrome, Opera, FireFox, IE10, Safari และอื่นๆ สามารถลบไฟล์ประเภทคุกกี้ (Cookie) การเข้าใช้เว็บไซต์ (History) การดาวน์โหลดไฟล์ (Download History) แคชไฟล์ (Cache Files) ชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) ที่จดจำในเครื่องได้เช่นกัน เพิ่มความปลอดภัยให้กับเครื่องของคุณได้อีกระดับ ซึ่งผู้ใช้งานบางคนไม่ค่อยจดจำพวกรหัสเหล่านี้อยู่แล้วทำให้เลือกจำค่าลงในเว็บบราวเซอร์จะง่ายกว่าแต่แฝงด้วยอันตรายที่ตามมาด้วยเหมือนกัน ถ้าจะให้ดีควรติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส (Antivirus) เพิ่มด้วยจะช่วยให้เครื่องของคุณปลอดภัยจากแฮคเกอร์ที่ล้วงข้อมูลภายในเครื่องได้เป็นอย่างดี

เอาละใครที่กังวบว่าโปรแกรมตัวนี้จะไม่มีโฆษณาแอบแฝงสามารถติดตั้งได้ทันทีเลย โปรแกรมตัวนี้รองรับการทำงานกับ Windows (XP / Vista / 7 (Seven) / 8) ทั้งแบบ 32-bit และ 64-bit ใช้ทรัพยากรเครื่องเรียกได้ว่าน้อยมากกกกกก จนแถบจะไม่กระทบการทำงานอื่นๆ เลยสามารถรันโปรแกรมเพียงนิดเดียวก็เสร็จเรียบร้อยในกรณีที่ไฟล์ไม่เยอะ ถ้าหากใครต้องการโหลดไปใช้งานก็สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรม เพราะเครื่องคอมของคุณต้องการการดูแลจำเป้นต้องมีโปรแกรมประเภทนี้ติดเครื่องไว้ก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว