เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

มีคำคมในยุคสมัยหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” ทำให้ชวนคิดกันมาโดยตลอดว่า ความสุขจากการทำงานนั้น หมายถึง “เงิน” อย่างเดียวเลยหรือ? แล้วถ้าเรา เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน รวมถึงองค์ประกอบของความสุขในชีวิตเราในด้านอื่น ๆ ควรจะถูกคำนึงถึงด้วยหรือไม่ และควรถูกคำนึงถึงมากน้อยเพียงไร?

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

เจองานที่ใช่กับค่าตอบแทน ที่ขัดแย้งกันจนต้องคิดหนักเลยทีเดียวทำไงดี

ถ้าจะพูดกันแบบตรง ๆ ไม่ใช่พวกโลกสวย คงต้องยอมรับว่าค่าตอบแทน หรือเงินค่าจ้าง นั้นสำคัญมากในการทำงาน ก็แน่ล่ะสิ เราทำงานเพื่อให้ได้เงินไม่ใช่ไปทำการกุศล ถึงจะได้เท่าไหร่ก็รับมาแบบไม่คิดอะไร แต่ความสุขที่ได้จากการทำงานในทุกวันก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย เพราะเราคงไม่สามารถจะมีความสุขได้แค่วันเงินเดือนออกเพียงวันเดียว! แล้วเราจะพิจารณาจากอะไรเป็นสำคัญถ้าเจองานที่ใช่ แต่เงินไม่ไหวจะเคลียร์ หรือ งานที่ค่าตอบแทนสูงลิบลิ่ว แต่ต้องทนนั่งหน้านิ่วเพราะความเครียด ลองมาดูกันดีกว่า ถ้าเราเจอกับภาวะแบบนี้ จะตัดสินใจจากอะไรดี

1. ความจำเป็นของ “เงิน” ต่อการดำรงชีพของคุณ

ความชอบเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และมีแรงบันดาลใจในการมีชีวิตอยู่ แต่เงินก็ไม่ใช่ไม่จำเป็น ถ้าคุณไม่ได้เดือดร้อนอะไรในชีวิต บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ หนี้สินไม่มีให้ผ่อน แล้วจะคิดอะไรมาก งานที่ใช่ ทำให้คุณรู้คุณค่าของชีวิต ทำให้เรามีแรงตื่นขึ้นไปทำงาน ทำให้เราไม่กลัววันจันทร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย เลือกงานที่ใช่ไปเลยอย่าคิดมาก แต่ถ้าคุณมีภาระเยอะ ต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่อยู่ข้างหลังหลายคน อาจต้องลองค่อย ๆ คิดทบทวน ว่างานที่ใช่จะสามารถ cover ในส่วนที่คุณต้องจ่ายได้หรือไม่ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เงินก็ต้องมาก่อน ก็ต้องรับสภาพไป ความจนมันน่ากลัว

2. ระดับความชอบของคุณที่มีต่องานที่ได้รับข้อเสนอ

คำว่าใช่ ก็หมายถึงความชอบในปริมาณที่มากพอที่มีต่อสิ่งนั้น และก็ต้องชอบในเกือบทุกสิ่งอย่างด้วย แบบประมาณว่า โอ้ ช่างคลิกเหลือเกิน คิดง่าย ๆ งานก็เหมือนแฟน เวลาที่เราเจอคนที่ใช่ เราจะรู้สึกได้ทันที งานก็เช่นกัน ถ้าเรารู้สึกได้ถึงเคมีกับงานไหนเป็นพิเศษ ก็อย่ารอช้า ถึงค่าตอบแทนอาจน้อยกว่าที่ต้องการไปเสียหน่อย แต่ถ้าเราได้ทำงานที่ใช่ เรามักจะทำได้ดี แล้วพอเราทำได้ดี ความก้าวหน้าจะมาหาเราทันที ดีกว่าไปเลือกงานที่เงินเยอะแต่เราไม่มี passion ด้วย ทำไปวัน ๆ เช้าชามเย็นชาม สุดท้ายก็คงไม่ก้าวหน้าไปไหน ช่วงแรกได้เยอะ แต่ไม่ขยับขึ้นอีกเลยก็ไม่ไหวนะยู เราต้องคิดถึงอนาคตด้วย

3. ความก้าวหน้าในอนาคต

ความก้าวหน้าในการทำงาน เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับต้น ๆ ของการเลือกงานไม่แพ้ความชอบ และค่าตอบแทน ถ้างานที่เราชอบ เงินไม่น้อยจนน่าเกลียด อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ และประเมินดูว่ามีอนาคต แนะนำว่าให้เลือกงานที่ใช่ก่อนค่าตอบแทนที่มากกว่าในช่วงแรก เพราะถ้าคุณได้ทำงานที่ใช่ ความเจ๋งในตัวคุณจะส่องประกายออกมาเอง ในเวลาไม่นาน คุณจะได้รับโอกาส และค่าตอบแทนที่มากขึ้นแน่นอน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะดีเอง

4. ต่อรองเพิ่มเติม

ถ้ารู้สึกว่าเจองานที่ใช่จริง ๆ แต่ติดที่เรทค่าตอบแทน ลองเจรจาต่อรองอีกสักตั้งกับทางต้นสังกัดก็ไม่เสียหาย แต่ก็อย่าต่อรองในเรทที่เกินจริงมากไป จนองค์กรรู้สึกว่าคุณกำลังโก่งค่าตัว วิธีที่ดูโอเคอีกวิธีก็ยกตัวอย่างเช่น คุณจะขอพิสูจน์ฝีมือและความสามารถในตำแหน่งนี้ในระยะทดลองงาน ถ้าหากว่าผลงานเข้าตากรรมการแล้วจะขอขยับขึ้นอีกก็ว่ากันไปให้เหมาะสมกับผลงาน

5. ขอรับเป็น freelance

ถ้าชอบมาก แต่เงินไม่สู้จริง ๆ แล้วทางนายจ้างก็ชอบคุณ ลองหาทางออกอื่น ๆ ร่วมกันอีก เผื่อจะมีความเป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น การจ้างงานแบบฟรีแลนซ์เป็นจ็อบ ๆ ไป แล้วคุณก็เอาเวลาที่เหลือไปหางานเพิ่มอีก เพื่อให้ได้ค่าตอบแทนที่คุณคิดว่าจะสามารถดำรงชีพได้แบบไม่ลำบาก และยังได้มีโอกาสทำงานที่ใช่ไปในคราวเดียวกันอีกด้วย แต่วิธีการนี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกบริษัท อาจจะต้องลองลุ้น ลองคุยกันเป็นกรณี ๆ ไป เพราะส่วนใหญ่องค์กรจะอยากได้คนที่สามารถให้เวลางานกับองค์กรได้อย่างเต็มอัตรามากกว่าที่จะจ้างเป็นลักษณะฟรีแลนซ์ เว้นแต่ว่างานนั้น ๆ สามารถทำได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลองคุยดูก่อนก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว อย่าไปกลัว

6. ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สุดท้าย ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ระหว่างแค่ 2 หัวข้อ อันได้แก่ ความชอบ และเงิน ก็ขอให้พิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิเช่น วัฒนธรรมองค์กร ทีมงาน และหรือระยะทางระหว่างที่พักถึงอาคารที่ทำงาน ฯลฯ บ่อยครั้ง ปัจจัยอื่น ๆ ก็ส่งผลกระทบต่อความชอบของเราที่มีต่อตัวงานนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น งานนี้ชอบมาก แม้ค่าตอบแทนน้อยก็พอไหว แต่พิจารณาอีกนิด โอ๊ยตายแล้ว บ้านเราอยู่ฝั่งธน แต่ต้องไปทำงานที่รามอินทรา จะไหวมั้ย ถามใจตัวเองดู เป็นต้น

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

อัสซ่า อะบลอย ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการเปิดประตู ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย บริษัทกำลังพัฒนาระบบเพื่อรองรับขีดความสามารถในการเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน Apple Wallet ที่ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน Wallet บน iPhone ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 12 หรือ Apple Watch ที่มาพร้อม OS 5 นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร จะสามารถเปิดประตู ทำการชำระเงินตามจุดต่างๆ ทั้งภายในและรอบๆ วิทยาเขตได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้สามารถใช้งานระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรนักศึกษาภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

“เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Apple เพื่อผลักดันนวัตกรรมนี้” นิโก้ เดลโวซ์ ประธานและซีอีโอของอัสซ่า อะบลอย กล่าว “อัสซ่า อะบลอย จะใช้ความเชี่ยวชาญที่มีในด้านการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการเข้าออกเพื่อสนับสนุนความพยายามของ Apple ในการทำให้การผ่านเข้าห้องในหอพักเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบไม่ต้องสอดหรือแตะบัตรที่เครื่องอ่าน ซึ่งเรารู้สึกว่าจะเป็นเสมือนการเปิดประตูสู่อนาคตของพวกเขาได้”

ในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ ด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ contactless นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยจะสามารถใช้ iPhones และ Apple Watch ของพวกเขาเปิดประตูในอาคารต่างๆ ได้ เทคโนโลยีเครื่องอ่านบัตรของ อัสซ่า อะบลอย ผสานกับเทคโนโลยี HID ที่ฝังอยู่ในระบบล็อคของ อัสซ่า อะบลอย จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโซลูชั่นอันกว้างไกลที่จะปลดล็อคความเป็นไปได้ในการใช้งานบัตรนักศึกษาบนมือถือในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยต่างๆ

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีบนโทรศัพท์มือถือ อัสซ่า อะบลอย มีประวัติยืนยันความสำเร็จในการให้บริการเครื่องอ่านรหัสบัตรผ่านประตูแบบไม่ต้องสัมผัสและผลงานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยการนำเสนอโซลูชั่นที่ปรับแต่งให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไป

เกี่ยวกับ อัสซ่า อะบลอย (ASSA ABLOY)

อัสซ่า อะบลอย เป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นการเปิดประตูที่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในกลุ่ม end user ทั้งในแง่ความมั่นคงปลอดภัยและความสะดวกสบาย นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 1994 อัสซ่า อะบลอย เติบโตขึ้นมาจากบริษัทระดับภูมิภาคจนสามารถขยายเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานประมาณ 47,500 คน มีขอบข่ายการดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศ และมียอดขาย 76 พันล้านโครนาสวีเดน (SEK) ทั้งนี้ ในภาคธุรกิจระบบรักษาความปลอดภัยจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ (Electromechanical) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กลุ่ม บริษัทอัสซ่า อะบลอย มีบทบาทสำคัญในหลายด้าน เช่น การควบคุมการเข้าออก เทคโนโลยีการระบุตัวตน ระบบประตูอัตโนมัติ และระบบรักษาความปลอดภัยของธุรกิจโรงแรม

HID เป็นแบรนด์ระดับโลกของกลุ่มบริษัทอัสซ่า อะบลอย และเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเพื่อการระบุและยืนยันตัวตน ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวตนของผู้คน สถานที่ และสิ่งต่างๆ ในโลก โซลูชั่นเพื่อการระบุและยืนยันตัวตนของ HID ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าสถานที่ ทั้งทางกายภาพและดิจิตอล ได้อย่างสะดวก และเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ที่สามารถระบุ ตรวจสอบ และติดตามผ่านช่องทางดิจิตอลได้

HID Global มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 3,000 คนทั่วโลกและมีสำนักงานอยู่ในหลายประเทศ ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ

หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟน แคมเปญระดับโลก NEXT-IMAGE Awards 2018

หัวเว่ยเปิดตัวแคมเปญระดับโลก “NEXT-IMAGE Awards 2018” หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟน เป็นปีที่ 2 สานต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของการเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่สร้างนิยามใหม่แห่งการสร้างสรรค์วัฒนธรรมผ่านภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟน โดยความร่วมมือของ Huawei และ International Center of Photography (ICP) เปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์งานด้านภาพจากทั่วทุกมุมโลกส่งผลงานเข้าแข่งขันเพื่อคว้าโอกาสเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้าย ชิงเงินรางวัลกว่า 2 หมื่นดอลล่าร์สหรัฐฯ (กว่า 6 แสนบาท) และของรางวัลมากมายกว่า 50 รางวัลจากหัวเว่ย รวมไปถึงโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้รับการจัดแสดงผลงานภาพถ่ายของตน ณ Grand Palais มหานครปารีส โดยงานเปิดตัวในไทยนี้ “อิมเมจ-สุธิตา” และ “ป๋าตึก-ภูษิต” ชวนคนไทยเป็นตัวแทนทีมชาติร่วมส่งผลงานสู่สายตาชาวโลก ได้แล้ววันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมที่ gallery.consumer.huawei.com

หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟนในแคมเปญระดับโลก NEXT-IMAGE Awards 2018

หัวเว่ยชวนถ่ายจากสมาร์ทโฟน แคมเปญระดับโลก NEXT-IMAGE Awards 2018

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวเว่ยเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยกย่องด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพโดยใช้สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะความร่วมมือกับ Leica นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนระดับแฟล็กชิปของหัวเว่ยรุ่นล่าสุด อย่าง HUAWEI P20 Series ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ด้วยยอดขายกว่า 6 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งมากกว่ารุ่น P10 Series เมื่อปีที่แล้วถึง 81% เป็นการตอกย้ำชื่อเสียงของหัวเว่ยในฐานะผู้นำสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพด้วยการผสมผสานงานศิลป์กับเทคโนโลยีกล้องที่มีความก้าวล้ำที่สุดเพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถถ่ายภาพได้อย่างเหนือระดับและสวยงามราวกับมืออาชีพ”

ด้าน นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนประจำปี NEXT-IMAGE เป็นการประกวดที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนบันทึกและแบ่งปันเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของพวกเขา อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เอื้อให้พวกเขาสนุกสนานกับการสร้างสรรค์ภาพถ่าย การประกวดนี้เป็นคำมั่นสัญญาว่าหัวเว่ยจะก้าวไปสู่ยุคใหม่ของการถ่ายภาพและวิดีโอโดยใช้สมาร์ทโฟนไปพร้อมๆ กับผู้ใช้หัวเว่ยของเราทุกคน เพราะหัวเว่ยเป็นผู้นำทั้งด้านการพัฒนานวัตกรรมด้านการถ่ายภาพและเป็นผู้สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ของการสื่อสารด้วยภาพ ด้วยแนวคิด ใครๆ ก็ถ่ายภาพสวยได้ราวกับมืออาชีพด้วยสมาร์ทโฟนหัวเว่ย”

NEXT-IMAGE Awards เป็นการประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนระดับโลก โดยความร่วมมือของ Huawei และ International Center of Photography (ICP) สถาบันการศึกษาด้านภาพถ่ายชั้นนำของโลก จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยในปีแรกเมื่อปี 2017 นั้นมีผู้ส่งผลงานกว่า 157,000 ภาพจาก 90 ประเทศทั่วโลก สำหรับปี 2018 นี้ เปิดรับภาพถ่าย 6 ประเภท ได้แก่ ‘Good Night’, ‘Faces’, ‘Hello, Life!’, ‘Check-In’, ‘Timeline’ และ ‘Story Board’ โดยภาพถ่ายทั้งหมดจะได้รับการคัดเลือกให้เหลือเพียง 500 ภาพสำหรับการประกวดรอบสุดท้าย โดยทั้ง 500 ภาพนี้จะได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 ท่าน ทั้งผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการถ่ายภาพ และคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารด้วยภาพที่กำลังเป็นที่จับตามอง เพราะหัวเว่ยเชื่อว่าการถ่ายภาพโดยสมาร์ทโฟนเป็นศาสตร์ที่ต้องพิจารณาโดยใช้ทั้งผู้เชี่ยวชาญและคนรุ่นใหม่ที่เคยชินกับการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อถ่ายภาพและแบ่งปันในชีวิตประจำวัน โดยผู้ที่ชนะเลิศการประกวดนี้จะได้รับรางวัลเงินสด 2 หมื่นดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 6 แสนบาท) รวมถึง HUAWEI P20 Pro และ HUAWEI MateBook X Pro นอกจากนี้ยังมีรางวัลชนะเลิศของภาพถ่ายในแต่ละประเภทจำนวนรวม 6 รางวัล และรางวัลรองชนะเลิศอีก 50 รางวัล

อิมเมจ-สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ นักร้องสาวเสียงใสขวัญใจคนรุ่นใหม่ กล่าวว่า “อิมเมจเองก็ชื่นชอบการถ่ายภาพเช่นกัน และเชื่อว่าคนไทยหลายคน ณ เวลานี้ก็ชื่นชอบการถ่ายภาพเช่นเดียวกัน เพราะด้วยเทรนด์ตอนนี้ที่ใครๆ ก็ถือสมาร์ทโฟนที่มีกล้องคุณภาพสูง และการถ่ายภาพหรืออัดวิดีโอลงโซเชียลมีเดียที่มีความหลากหลายและมีคุณภาพมากยิ่งกว่าแต่ก่อน จึงทำให้การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวัฒนธรรม Visual Culture โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองในการถ่ายภาพที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น”

ด้าน ป๋าตึก-ภูษิต พัฒนปราการ สไตล์ไอคอนรุ่นใหญ่ที่เป็นไอดอลด้านแฟชั่นของคนทุกวัย เล่าว่า “การประกวด NEXT-IMAGE Awards ครั้งนี้เหมาะกับคนทุกผู้ทุกวัย ต่อให้ไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพก็สามารถส่งภาพเข้าประกวดได้ ขอแค่เพียงมีมุมมองการถ่ายภาพที่มีความคิดสร้างสรรค์และแปลกใหม่ ป๋าเชื่อว่าทุกคนมีมุมมองต่อภาพที่อยู่ตรงหน้าเราแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการตีความและประสบการณ์ที่แต่ละคนสั่งสมมา การที่ได้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาบันทึกภาพตรงหน้านั้นถือว่าเป็นการถ่ายทอดความรู้สึก มุมมอง และเอกลักษณ์ของแต่ละคนผ่านรูปภาพ และการประกวดครั้งนี้อาจจะทำให้ความรู้สึกของคนไทยเราที่มีต่อรูปภาพถูกส่งต่อไปสู่สายตาชาวโลกได้”

หัวเว่ยขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นตัวแทนทีมชาติประกวดภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟน ในแคมเปญระดับโลก “NEXT-IMAGE Awards 2018” ผู้สนใจสามารถส่งภาพเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคมศกนี้ และรายชื่อผู้ชนะจะประกาศในช่วงเดือนกันยายน โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของการประกวดและส่งผลงานได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ gallery.consumer.huawei.com

โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner กำจัดและลบไฟล์ขยะเกลี้ยง

เชื่อว่าหลายคนคงเจอปัญหาโปรแกรมทำงานผิดปกติ คอมเพี้ยนทำงานแปลกไปไม่เหมือนตอนแรกที่ได้คอมมาใหม่ๆ ก็แน่นอนละเพราะทุกครั้งที่เราเปิดคอมใช้งานต้องมีติดตั้งโปรแกรมใหม่ลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ โปรแกรมทำงานทั้งหลายแหล่ซึ่งมันทำให้บางโปรแกรมตั้งค่ามันผิดเพี้ยนไปหรือมีไฟล์ขยะมากเกินจำเป็นต่อเครื่อง ถึงแม้เราจะลบโปรแกรมเหล่านั้นออกไปแล้วทีนี้ไฟล์เหล่านี้จะไม่หายไปเองอะนะ คงต้องถึ่งโปรแกรมลบไฟล์อย่าง โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner ที่จะทำให้เครื่องของคุณทำงานได้ดีขึ้นและลดการทำงานเกินจำเป็น รวมถึงไฟล์ขยะภายในเครื่องที่มั่นใจได้เลยว่าเครื่องของคุณจะสะอาดหมดจดและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวโปรแกรมใช้งานง่ายและมีขนาดไม่ยากมากหากสนใจจะใช้ละก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ เอาละมาดูความสามารถของมันกันดีกว่า

โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner กำจัดและลบไฟล์ขยะเกลี้ยง

โปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ Free Cleaner กำจัดและลบไฟล์ขยะเกลี้ยง

โปรแกรมตัวนี้ถูกพัฒนามาจากหลายค่ายด้วยกันซึ่งแต่ละค่ายก็ค่อยๆ พัฒนากันแบบฟีเจอร์ดีที่จำเป็นต้องมีจนมาถึงค่าย avn media technologies ที่นำมาอัพเดทล่าสุดกันในเรื่องของการดูแล และทำความสะอาดไฟล์ข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องให้เป็นระเบียบ ดูดี และสามารถทำงานได้เหมือนใหม่อยู่เสมอ จึงมีผู้พัฒนาโปรแกรมดูแลคอมฯ หลายๆ ตัวออกมากันอย่างหนาแน่น ทางนักพัฒนาโปรแกรมอย่างค่าย avn media technologies ก็มีการพัฒนาโปรแกรมกำจัดไฟล์ขยะ ที่มีอยู่ภายในเครื่องออกมาให้ผู้ใช้บริการได้นำไปใช้งานกันอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี ไปใช้กันได้เลย สำหรับโปรแกรมนี้มีนามว่า โปรแกรม Free Cleaner โปรแกรมนี้จะช่วยคุณปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้ทำงานได้เร็วอยู่เสมอแม้คุณจะใช้เครื่องนี้มานานแค่ไหน (ต้องขึ้นอยู่กับสเปกเครื่องของคุณด้วยนะ) โดยมันจะทำการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกจากเครื่อง เพื่อไม่ให้ไฟล์เหล่านั้นมาขัดขวางการใช้งานของคุณ อาทิเช่น ไฟล์ขยะในถังขยะ ไฟล์ขยะในรีจีสทรี ไฟล์ที่ถูกซ่อนเอาไว้ในเครื่อง หรือแม้แต่ประวัติการใช้งานก็ตาม

นอกจากนี้แล้วโปรแกรมสำหรับลบไฟล์ส่วนใหญ่ค่อนข้างอันตรายเนื่องจากลบไฟล์บางชนิดออกไปทำให้โปรแกรมที่ใช้งานอยู่ไม่สามารถทำงานได้และต้องติดตั้งใหม่ทั้งหมด แต่โปรแกรมตัวนี้สามารถลดข้อผิดพลาดในส่วนนั้นได้ดีและยังรวมไปถึงเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ค่ายต่างๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น Google Chrome, Opera, FireFox, IE10, Safari และอื่นๆ สามารถลบไฟล์ประเภทคุกกี้ (Cookie) การเข้าใช้เว็บไซต์ (History) การดาวน์โหลดไฟล์ (Download History) แคชไฟล์ (Cache Files) ชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) ที่จดจำในเครื่องได้เช่นกัน เพิ่มความปลอดภัยให้กับเครื่องของคุณได้อีกระดับ ซึ่งผู้ใช้งานบางคนไม่ค่อยจดจำพวกรหัสเหล่านี้อยู่แล้วทำให้เลือกจำค่าลงในเว็บบราวเซอร์จะง่ายกว่าแต่แฝงด้วยอันตรายที่ตามมาด้วยเหมือนกัน ถ้าจะให้ดีควรติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส (Antivirus) เพิ่มด้วยจะช่วยให้เครื่องของคุณปลอดภัยจากแฮคเกอร์ที่ล้วงข้อมูลภายในเครื่องได้เป็นอย่างดี

เอาละใครที่กังวบว่าโปรแกรมตัวนี้จะไม่มีโฆษณาแอบแฝงสามารถติดตั้งได้ทันทีเลย โปรแกรมตัวนี้รองรับการทำงานกับ Windows (XP / Vista / 7 (Seven) / 8) ทั้งแบบ 32-bit และ 64-bit ใช้ทรัพยากรเครื่องเรียกได้ว่าน้อยมากกกกกก จนแถบจะไม่กระทบการทำงานอื่นๆ เลยสามารถรันโปรแกรมเพียงนิดเดียวก็เสร็จเรียบร้อยในกรณีที่ไฟล์ไม่เยอะ ถ้าหากใครต้องการโหลดไปใช้งานก็สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรม เพราะเครื่องคอมของคุณต้องการการดูแลจำเป้นต้องมีโปรแกรมประเภทนี้ติดเครื่องไว้ก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% ในงาน Thailand Mobile Expo 2018

โมโตโรล่าจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มเอาใจสาวกแอนดรอยด์ ขนสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นทั้ง สเปคแรง กล้องคู่ แบตอึด Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% พิเศษสุดที่เดียวในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% ในงาน Thailand Mobile Expo 2018

Motorola ลดกระหน่ำสูงสุด 60% ในงาน Thailand Mobile Expo 2018

จัดหนักเอาใจขาช้อปด้วยสมาร์ทโฟนโมโตโรล่ารุ่นเรือธงมากมาย อาทิ Moto M Moto G5s Moto G5s Plus Moto X4 และ Moto Z2 Force ให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • เมื่อซื้อ Moto G5s Plus ลดสูงสุดในราคาพิเศษ รับฟรีทันที! เคสพร้อมฟิล์มกันรอย และ Micro SD Card ความจุ 16 GB หรือ Moto G5s รับฟรีทันที! เคสพร้อมฟิล์มกันรอย และ Power Bank ความจุ 10,000 mAh
  • เมื่อซื้อ Moto X4 ลดสูงสุดในราคาพิเศษ รับฟรีทันที! ฟิล์มกันรอย เสื้อยืด และกระเป๋า
    โมโตโรล่า
  • เมื่อซื้อ Moto M ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 3,990 บาท จากราคาปกติ 9,990 บาท พร้อมรับฟรีทันที! ฟิล์มกันรอย และ สมุดโมโตโรล่า
  • เมื่อซื้อ Moto Z2 Force ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 16,990 บาท จากราคาปกติ 19,990 บาท พร้อมรับฟรีทันที! Moto Back Cover ฟิล์มกันรอย และ Micro SD Card ความจุ 32 GB และพิเศษสุด! สำหรับลูกค้า 50 ท่านแรกที่ซื้อ Moto Z2 Force ยังรับฟรี Moto Mod JBL SoundBoost Speaker

University of Portsmouth เปิดรับนักศึกษาหลายโปรแกรมในปี 2018

เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาล University of Portsmouth ตั้งอยู่ในเมือง Portsmouth ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญที่มีค่าครองชีพไม่สูงนักของอังกฤษ ตัวเมืองห่างจาก London ประมาณ 2 ชั่วโมง เมือง Portsmouth มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองเกิดและเป็นที่อยู่ของนักเขียนนิยายชื่อดังคือ Charles Dickens และ Arthur Conan Doyle นอกจากนี้เมือง Portsmouth ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น Victorious music festival และ America’s Cup World Series

http://worldeducationlinks.com/university-of-portsmouth-open/

University of Portsmouth เปิดรับนักศึกษาหลายโปรแกรมในปี 2018

University of Portsmouth มีโปรแกรมให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่คอร์สเรียนภาษา ปริญญาตรี ปริญญาโท รวมถึงคอร์สเรียนปริญญาโทที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเข้าเรียนในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ได้ คอร์สเรียนที่เปิดสอนในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น

  • MRes Science
  • MSc Advanced Manufacturing Technology
  • MSc Computer Network Administration and Management
  • MSc Electronic Engineering
  • MSc Energy and Power Systems Management
  • MSc Information Systems
  • MSc International Business and Management
  • MSc Logistics and Supply Chain Manangement
  • MSc Mechanical Engineering
  • PgDip Forensic Psychology Practice

คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ (Pre-sessional English) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

  • คอร์สเรียน 15 อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม จนถึง 7 กันยายน
  • คอร์สเรียน 10 อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม จนถึง 7 กันยายน
  • คอร์สเรียน 6 อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม จนถึง 7 กันยายน
  • คอร์สเรียน 4 อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม จนถึง 7 กันยายน

**โปรโมชั่นจาก University of Portsmouth ทุนการศึกษา The Passport Bursary โดยทางมหาวิทยาลัยมีส่วนลด 10% ของค่าเรียนในปีแรกให้แก่นักศึกษาไทยในปี 2018 นี้**

โปรแกรม Fitness Management Systems บริหารจัดการฟิตเนส

ยุคนี้ถือได้ว่าเทรนด์การดูแลตัวเองมาแรงอันดับต้นๆ ของวงการไทยเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็นดารา นักแสดง ต่างให้ความสนใจที่จะออกกำลังกายด้วยวิธีมากมาย ทั้งการวิ่งลู่ ว่ายน้ำ เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม รวมไปถึงการเล่นยิมที่มีเครื่องเล่นได้อย่างครบครัน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายรายเริ่มผันตัวให้บริการด้านนี้กันแล้ว และอาจหาระบบมาจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับร้านอย่าง โปรแกรม Fitness Management Systems ที่ออกแบบมาเพื่อระบบยิมโดยเฉพาะครอบคลุมการทำงานหลายส่วนด้วยกัน อาทิ คูปอง แพ็กเกจ ตอบโจทย์ให้กับผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง

โปรแกรม Fitness Management Systems บริหารจัดการฟิตเนส

โปรแกรม Fitness Management Systems บริหารจัดการฟิตเนส

สำหรับโปรแกรมนี้ถูกออกแบบให้ใช้กับร้านฟิตเนสหรือยิมโดยเฉพาะเลย เนื่องจากร้านที่ให้บริการบางร้านอาจจะใช้ระบบไม่มากนัก ซึ่งใครที่เป็นธุรกิจประเภทนี้คงจะต้องยิ้มแก้มปริกันแล้วละ เพราะว่านานๆ ที่จะหาโปรแกรมประเภทบริหารฟิตเนส แบบนี้ได้ โปรแกรมนี้มันมีความสามารถในการเก็บข้อมูลสมาชิกฟิตเนส (Fitness Member) ที่จะเข้ามาใช้บริการ อย่างละเอียด ซึ่งกำหนดได้ว่าข้อมูลไหนของสมาชิกที่จำเป็นต้องกรอก โดยมันจะดูแลตั้งแต่การสมัครสมาชิก ยาวไปจนถึงการต่ออายุสมาชิก (Member Renewal) กันเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมบริหารฟิตเนส Fitness Management Systems ยังรองรับระบบการบันทึกลงเวลา ในการเข้าใช้บริการในแต่ละครั้ง พร้อมแสดงยอดคงเหลือ ซึ่งยังรองรับการตรวจสอบสมาชิก ที่ใกล้จะหมดอายุได้อีกด้วย เพื่อที่จะให้พนักงานแจ้งลูกค้า ว่าสมาชิกใกล้หมดอายุแล้ว เพื่อที่จะได้ทำการดำเนินการต่ออายุสมาชิก ในลำดับต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยโปรแกรมนี้คุณยังสามารถจัดคอร์ส กิจกรรม ต่างๆ เช่นการอบรมเทรนนิ่ง โยคะ ออกกำลังกายเป็นคอร์สๆ ได้นอกจากนี้แล้วยังสามารถออกรายงาน การใช้งานฟิตเนสของสมาชิก ได้อย่างละเอียดอีกด้วย

โดยรวมโปรแกรมนี้เหมาะกับร้านฟิตเนสมากๆ ด้วยระบบภายในโปรแกรมอำนวยความสะดวกที่สุดด้วยการบันทึกข้อมูลสมาชิก ที่เข้ามาใช้บริการฟิตเนส หรือ สถานออกกำลังกายของคุณได้ มีการแยกหมวดหมู่การใช้งานและประเภทของลูกค้าได้อย่างชัดเจน เลือกกรอบการกรอกข้อมูลของลูกค้าได้ตามต้องการจะมากหรือน้อยก็ได้ พร้อมด้วยระบบบัตรสมาชิกออกแบบและสั่งปริ้นได้ในตัวเลย บันทึกลงเวลา การเข้ารับบริการ และ บันทึกรายละเอียดหักครั้งที่มีรับบริการ แสดงยอดคงเหลือ แสดงวันหมดอายุตรวจสอบ สมาชิกที่จะหมดอายุ บล็อคการใช้งาน ภายในวัน (ถ้ากำหนดไว้ ว่า 1 วันห้ามลงเข้า มากกว่า X) บล็อคการลงเวลาของสมาชิก ที่หมดอายุ รองรับระบบการสแกนบาร์โค้ด (Barcode) หรือแม้แต่ สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) เป็นต้น หากใครสนใจโปรแกรมตัวนี้แนะนำให้ดาวน์โหลดทดลองใช้งานแบบ Shareware ไปก่อนแล้วไปอุดหนุนผู้พัฒนาโปรแกรมกันได้นะจ้ะ ส่วนระบบ Windows ที่รองรับตั้งแต่ 7, 8 และ 10 ได้เลย

α7 III ลุยตลาด ชูเทคโนโลยีสุดล้ำยกระดับมาตรฐานกล้องดิจิตอล

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าเปิดประสบการณ์ใหม่ของการถ่ายภาพระดับมืออาชีพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพสุดล้ำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลสระดับเรือธงรุ่น α7 III (อ่าน อัลฟ่าเซเว่น มาร์ค ทรี) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดจากตระกูล α7 ซีรีย์ ซึ่งมาพร้อมสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยกับเซ็นเซอร์ Full Frame Exmor R CMOS ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมระบบโฟกัส ที่เร็วกว่าเดิมถึง 2 เท่า และเมนูการใช้งานที่มีความสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์คนรักการถ่ายภาพระดับมืออาชีพที่ต้องการกล้องคุณภาพสูง ทำงานได้อย่างฉับไว รองรับการถ่ายภาพในทุกรูปแบบ ทุกสถานการณ์ ซึ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III ออกสู่ตลาดในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ให้เติบโตยิ่งขึ้นแล้ว ยังพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของคนรักกล้องรุ่นใหม่ได้อย่างตรงใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

α7 III ลุยตลาด ชูเทคโนโลยีสุดล้ำยกระดับมาตรฐานกล้องดิจิตอล

α7 III ลุยตลาด ชูเทคโนโลยีสุดล้ำยกระดับมาตรฐานกล้องดิจิตอล

นางสาวลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอลอิมเมจจิ้ง บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า “การเปิดตัวกล้อง α7 III ของโซนี่ในวันนี้ นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพของโซนี่ได้อย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกโฉมวงการถ่ายภาพ และอุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพดิจิตอลอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความพรั่งพร้อมของเทคโนโลยีกล้องล่าสุดที่โซนี่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพที่ดีที่สุดให้แก่ช่างภาพทุกระดับ รวมถึงผู้ที่รักการถ่ายภาพทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการขยายตลาดกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสให้เติบโตยิ้งขึ้น รวมทั้งครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้นด้วย กล้อง α7 III กล้อง α7 III ซึ่งถือเป็นกล้องมิเรอร์เลสรุ่นล่าสุดจากตระกูลอัลฟ่า 7 ที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะและประสิทธิภาพในการถ่ายภาพให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Full Frame Exmor R CMOS ที่ประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งระบบโฟกัสที่ฉับไวกว่าเดิมถึง 2 เท่า ผนวกกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอื่น ๆ อีกมากมาย จึงนับเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ในการถ่ายภาพได้อย่างน่าประทับใจยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา และด้วยศักยภาพการเติบโตของตลาดกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสในประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญระดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับเกียรติให้ทำการเปิดตัวกล้อง α7 III เป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้อีกด้วย ซึ่งโซนี่มั่นใจว่า α7 III จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับตลาดกล้องมิเรอร์เลสให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรักการถ่ายภาพระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ยิ่งขึ้น”

สำหรับกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III นับเป็นสุดยอดกล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล α7 Series ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากกล้องรุ่น α7 II ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของ α7 III คือ เป็นกล้องมิเรอร์เลสที่ยังคงรูปลักษณ์การออกแบบที่เล็กกะทัดรัด แต่ให้ประสิทธิภาพสูงด้านการถ่ายภาพที่ทรงพลังเหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ที่มีความละเอียดสูง 24.2 เมกกะพิกเซลแบบ Full Frame Back-llluminated Exmor R CMOS และ Front End LSI ซึ่งช่วยให้การประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบประมวลผลภาพอันทรงพลังอย่าง BIONZ X ที่ให้ Dynamic Range กว้างถึง 15 สต็อป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็วชัดเจน พร้อมค่าความไวแสง ISO51200 ทำให้ภาพสวยงามคมชัดยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเทคโนโลยี Electronic Shutter ที่สามารถลั่นชัตเตอร์ได้อย่างเงียบกริบ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักการถ่ายภาพที่ต้องการความเงียบ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันสั่นภายในตัวกล้องแบบ 5 แกน ที่ช่วยให้ภาพนิ่งมากขึ้นขณะถ่ายในระยะไกล พร้อมรองรับการบันทึกวิดีโอที่มีความละเอียดของภาพสูงสุดระดับ 4K แบบ Full Pixel Readout อีกด้วย

ยิ่งกว่านั้น กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III ยังโดดเด่นด้วยขุมพลังของระบบโฟกัสอัตโนมัติ 4D FOCUS และ Phase Detection 693 จุด ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 93% รวมถึงมีระบบ Eye AF ที่ช่วยโฟกัสติดตามดวงตาทำให้การถ่ายภาพบุคคลมีความง่ายดายและสวยงามยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถโฟกัสในที่แสงน้อยได้รวดเร็วและฉับไวกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า ขณะเดียวกันยังสามารถถ่ายภาพรัวได้สูงสุด 10 ภาพต่อวินาทีด้วยโหมด Slient Shooting ส่วนการถ่ายภาพต่อเนื่องสามารถถ่ายได้สูงสุด 177 ภาพในแบบ JPEG และ 89 ภาพ สำหรับไฟล์ RAW ที่บีบอัดแล้ว ขณะที่ตัวกล้องมาพร้อมปุ่ม Joystick เพื่อเพิ่มความสะดวกในการควบคุมกล้องที่ง่ายขึ้น โดยควบคุมได้ 4 ทิศทาง ทั้งยังรองรับแบตเตอรี่รุ่นใหม่ NP-FZ100 ที่ช่วยในการถ่ายภาพได้อย่างยาวนานที่สุดถึง 710 ภาพต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง พร้อมกับหน้าจอขนาด 3 นิ้วแบบพรับปรับองศาได้ ที่รองรับระบบสัมผัสในการเลือกจุดโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมช่องใส่ SD Card 2 ช่อง และรองรับการเชื่อมต่อแบบ USB type C รวมถึง My Menu ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยในการปรับแต่เมนูเองได้ถึง 30 รายการ โดยกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α7 III พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ ช่วงปลายเดือนมีนาคม นี้ โดยมีให้เลือก 2 แพ็คเกจ ในราคา 68,990 บาท สำหรับแพ็คเกจบอดี้ และ ราคา 74,990 บาท สำหรับแพ็คเกจ พร้อมเลนส์คิท

โปรแกรม VSDC Free Video Editor ตัดต่อวีดีโอฟรี เพื่องานตัดต่อวีดีโอ

การหาโปรแกรมตัดต่อวีดีโอสักตัวไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่จะหาโปรแกรมดีๆ สักตัวนี่สิยากกว่า แต่วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ที่เรียกได้ว่าไม่แพ้ตัวท็อปหลายตัวในวงการเลยก็ว่าได้ นั่นคือ โปรแกรม VSDC Free Video Editor ถูกพัฒนาโดยทีมจากประเทศนิวซีแลนด์ มาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ครบเครื่อง และหน้าตาผู้ใช้งานก็ใช้งานง่าย ทำให้คุณสามารถสร้างวีดีโอ แปลงไฟล์วีดีโอ หรือตัดต่อวีดีโอ ให้อยู่ในสไตล์ของคุณได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

โปรแกรม VSDC Free Video Editor

โปรแกรม VSDC Free Video Editor ตัดต่อวีดีโอฟรี เพื่องานตัดต่อวีดีโอ

ในส่วนของหน้าตาผู้ใช้งาน (User Interface) ของโปรแกรมตัวนี้มีเมนูที่โดดเด่น เรียงเป็นหมวดหมู่ ซึ่งจะช่วยให้เราตัดต่อวีดีโอได้ง่ายขึ้น และถ้าไม่ชอบหน้าตา Layout แบบเดิม โปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่แจกฟรีตัวนี้ก็มีธีมให้เลือกเปลี่ยนได้ถึง 4 รูปแบบด้วยกัน นอกจากนี้โปรแกรมตัดต่อวีดีโอฟรียังมีจุดเด่นอีกอย่าง คือ เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอฟรี ที่สามารถสร้างวีดีโอ ตัดต่อวีดีโอ โปรเจคต่างๆ และยังสามารถใช้เป็นโปรแกรมแปลงไฟล์ได้อีกด้วย มาพร้อมกับความสามารถที่หลากหลาย เหมาะสำหรับสร้างโปรเจคในการตัดต่อวีดีโอ คุณสามารถนำเข้ารูปภาพ วีดีโอ หรือไฟล์ออดิโอได้ มากไปกว่านั้นคุณยังกำหนดระยะเวลาความยาวได้อีกด้วยครับ สำหรับอีกหนึ่งฟังก์ชั่นเด็ดของ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอฟรี นี้ก็คือ การแปลงไฟล์วีดีโอ ไปยังนามสกุลต่างๆ เช่น AVI, MPG, MOV, WMV, MKV, RM, SWF และ FLV รวมถึงสามารถตั้งค่าว่าคุณจะนำวีดีโอนี้ไปเล่นบนเครื่องเล่นประเภทไหนได้

  • สามารถ ใส่เอฟเฟค (Effect) ให้กับไฟล์วีดีโอ หรือไฟล์ออดิโอได้ ไม่ว่าจะเป็น เอฟเฟค เช่น Color Correction, Object Transformation, Object Filters, Transition Effects, Special FX เป็นต้น และรายการไฟล์ที่สนับสนุน
  • ไฟล์วีดีโอ : AVI MP4 MKV MPG WMV 3GP FLV
  • ไฟล์เสียง : MP3 WAV WMA FLAC PCM OGG AAC M4A AMR
  • ไฟล์รูปภาพ : BMP JPG PNG PSD ICO TIFF GIF พร้อมไฟล์ภาพแบบเคลื่อนไหวอย่าง Animated GIF

dunnhumby เชื่อว่า บิ๊กดาต้า หนึ่งกุญแจสำคัญสู่อนาคตของโลกแห่งการโฆษณา

“บิ๊กดาต้า กำลังเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนโลกแห่งการโฆษณา” กล่าวโดย dunnhumby เชื่อว่า บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชั้นนำระดับโลก โดยบิ๊กดาต้าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับธุรกิจค้าปลีก และแบรนด์สินค้าเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตและสามารถแข่งขันในยุคเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือดาต้าเป็นหลัก

dunnhumby เชื่อว่า บิ๊กดาต้า หนึ่งกุญแจสำคัญสู่อนาคตของโลกแห่งการโฆษณา

dunnhumby เชื่อว่า บิ๊กดาต้า หนึ่งกุญแจสำคัญสู่อนาคตของโลกแห่งการโฆษณา

ถึงแม้คำว่า บิ๊กดาต้า ถือเป็นคำใหม่ในแวดวงการตลาดในประเทศไทย แต่บิ๊กดาต้าได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโลกของธุรกิจ หลายบริษัทเน้นที่จะให้ความสำคัญกับบิ๊กดาต้า เพราะเมื่อถูกนำมาใช้อย่างถูกต้องแล้ว บิ๊กดาต้าสามารถนำมาใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้ในทุกอุตสาหกรรม ซึ่ง ดันน์ฮัมบี้ สามารถเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านค้าปลีกของลูกค้าทั่วประเทศได้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้บริษัทมีความเข้าใจถึงความแตกต่างของลูกค้าหลากหลายประเภทได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่พวกเขาซื้อ เหตุผลที่พวกเขาซื้อสินค้านั้น และขั้นตอนระหว่างการตัดสินใจซื้อสินค้า

นายธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานกรรมการผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ จำกัด กล่าวว่า “เราต้องให้ความสำคัญและทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ตั้งแต่เริ่มรู้จักผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการพิจารณาเพื่อเลือกแบรนด์ ตลอดจนการตัดสินใจเลือกแบรนด์ และซื้อสินค้าจากแบรนด์นั้นในที่สุด”

“เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งการขยายสาขาของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันช่องทางการซื้อสินค้าออนไลน์ก็มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันที่สูงมากในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค และด้วยตัวเลือกที่มีมากขึ้นในการซื้อสินค้าหมวดหมู่เดียว และมีช่องทางการซื้อหลากหลายให้กับผู้บริโภค ผลลัพธ์คือ การจะทำให้คนจงรักภักดีต่อแบรนด์จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้น พอๆกับการดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ และลูกค้าสามารถสับเปลี่ยนเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลายแบรนด์มากขึ้น นอกจากนี้เส้นทางการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือ Customer Journey ไม่ได้เริ่มจากบ้านแล้วตรงมาซื้อที่จุดขายอีกต่อไป แต่มี Customer Journey และวิธีการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น และแต่ละคนมีวิธีการตัดสินใจซื้อสินค้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การที่เราเข้าใจความแตกต่างของกลุ่มลูกค้า โดยการสร้างกลยุทธ์ของการสื่อสารที่มีความเฉพาะเจาะจง เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสื่อสารกับลูกค้าในทุกช่องทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า” นายธีรเดช กล่าวเสริม

ดันน์ฮัมบี้ แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นสามกลุ่มใหญ่หลักๆ โดยเมื่อดูจากช่องทางการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคของลูกค้าแล้ว คือ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อจากร้านค้า กลุ่มลูกค้าที่ซื้อของออนไลน์ และกลุ่มลูกค้าที่ซื้อจากทั้งสองช่องทาง ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของดันน์ฮัมบี้ ได้พบว่าประวัติของลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันไป โดยกลุ่มที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์เป็นส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มีรายได้สูง คิดเป็น 63 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่ซื้อสินค้าออนไลน์ทั้งหมด ในขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าในร้านส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลาง คิดเป็น 53 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่ซื้อจากร้านค้าทั้งหมด และกว่า 56 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านทั้งสองช่องทางคือ กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเข้าถึงลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง ผ่านกลยุทธ์ทางสื่อสารและโฆษณาที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและพฤติกรรมที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละราย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากบิ๊กดาต้าจึงมีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์การสื่อสารและโฆษณาให้มีประสิทธิภาพ

ดันน์ฮัมบี้ เชื่อว่า ร้านค้าในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่จะยังคงมีบทบาทสำคัญสำหรับลูกค้าชาวไทย และสื่อโฆษณา ณ จุดขาย มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าที่จัดขายเพิ่มมากขึ้น โดยจากผลการวิจัยของดันน์ฮัมบี้พบว่า กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าและเห็นโฆษณาทั้งที่ร้านค้าและผ่านทางออนไลน์นำคูปองส่วนลดมาซื้อสินค้าที่ร้านค้ามากกว่า 43% เมื่อเทียบกับอัตราการนำคูปองส่วนลดมาซื้อสินค้าของลูกค้าที่ซื้อสินค้าและเห็นโฆษณาผ่านทางช่องทางเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สื่อโฆษณา ณ จุดขาย มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้า ในขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของช่องทางการซื้อสินค้าสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศไทย ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคในการเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านสื่อดิจิตอล แต่สิ่งที่สำคัญคือการใช้กลยุทธ์การสื่อสารและโฆษณาที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ด้วยการทำความเข้าใจในพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าใน Customer Journey ขั้นตอนต่างๆของกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง

“ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายสำคัญสำหรับนักโฆษณาก็คือ การรักษากลุ่มลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ พร้อมกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ และการดึงดูดลูกค้าที่ยังคงซื้อสินค้าสลับไปมาหลายแบรนด์ให้หันกลับมาซื้อแบรนด์ของเราเป็นประจำ การใช้ กลยุทธ์การสื่อสารและโฆษณาแบบเฉพาะเจาะจง โดยผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจาก บิ๊กดาต้า จะช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีขึ้น ด้วยเนื้อหาและช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้การสร้างกลยุทธ์การโฆษณามีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ บิ๊กดาต้า ยังเป็นเครื่องมือการวัดผลที่มีประสิทธิภาพ เพราะเป็นตัวชี้วัดว่ากลุยทธ์การสื่อสารและโฆษณาที่คิดขึ้นมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด และยังเป็นแนวทางต่อไปสำหรับแบรนด์ได้ โซลูชั่นการโฆษณาเชิงกลยุทธ์ของเรานั้นมีเครื่องมือที่เหมาะสมและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อให้แบรนด์สามารถดึงดูดและรักษาลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์ได้ต่อไปในระยะยาว” นายธีรเดช กล่าวปิดท้าย