Tag: อาจารย์

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

อัสซ่า อะบลอย ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการเปิดประตู ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย บริษัทกำลังพัฒนาระบบเพื่อรองรับขีดความสามารถในการเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน Apple Wallet ที่ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน Wallet บน iPhone ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 12 หรือ Apple Watch ที่มาพร้อม OS 5 นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร จะสามารถเปิดประตู ทำการชำระเงินตามจุดต่างๆ ทั้งภายในและรอบๆ วิทยาเขตได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้สามารถใช้งานระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรนักศึกษาภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

ASSA ABLOY เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย

“เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Apple เพื่อผลักดันนวัตกรรมนี้” นิโก้ เดลโวซ์ ประธานและซีอีโอของอัสซ่า อะบลอย กล่าว “อัสซ่า อะบลอย จะใช้ความเชี่ยวชาญที่มีในด้านการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการเข้าออกเพื่อสนับสนุนความพยายามของ Apple ในการทำให้การผ่านเข้าห้องในหอพักเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบไม่ต้องสอดหรือแตะบัตรที่เครื่องอ่าน ซึ่งเรารู้สึกว่าจะเป็นเสมือนการเปิดประตูสู่อนาคตของพวกเขาได้”

ในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ ด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ contactless นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยจะสามารถใช้ iPhones และ Apple Watch ของพวกเขาเปิดประตูในอาคารต่างๆ ได้ เทคโนโลยีเครื่องอ่านบัตรของ อัสซ่า อะบลอย ผสานกับเทคโนโลยี HID ที่ฝังอยู่ในระบบล็อคของ อัสซ่า อะบลอย จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโซลูชั่นอันกว้างไกลที่จะปลดล็อคความเป็นไปได้ในการใช้งานบัตรนักศึกษาบนมือถือในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยต่างๆ

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีบนโทรศัพท์มือถือ อัสซ่า อะบลอย มีประวัติยืนยันความสำเร็จในการให้บริการเครื่องอ่านรหัสบัตรผ่านประตูแบบไม่ต้องสัมผัสและผลงานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยการนำเสนอโซลูชั่นที่ปรับแต่งให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไป

เกี่ยวกับ อัสซ่า อะบลอย (ASSA ABLOY)

อัสซ่า อะบลอย เป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นการเปิดประตูที่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในกลุ่ม end user ทั้งในแง่ความมั่นคงปลอดภัยและความสะดวกสบาย นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 1994 อัสซ่า อะบลอย เติบโตขึ้นมาจากบริษัทระดับภูมิภาคจนสามารถขยายเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานประมาณ 47,500 คน มีขอบข่ายการดำเนินงานในกว่า 70 ประเทศ และมียอดขาย 76 พันล้านโครนาสวีเดน (SEK) ทั้งนี้ ในภาคธุรกิจระบบรักษาความปลอดภัยจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ (Electromechanical) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กลุ่ม บริษัทอัสซ่า อะบลอย มีบทบาทสำคัญในหลายด้าน เช่น การควบคุมการเข้าออก เทคโนโลยีการระบุตัวตน ระบบประตูอัตโนมัติ และระบบรักษาความปลอดภัยของธุรกิจโรงแรม

HID เป็นแบรนด์ระดับโลกของกลุ่มบริษัทอัสซ่า อะบลอย และเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเพื่อการระบุและยืนยันตัวตน ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวตนของผู้คน สถานที่ และสิ่งต่างๆ ในโลก โซลูชั่นเพื่อการระบุและยืนยันตัวตนของ HID ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าสถานที่ ทั้งทางกายภาพและดิจิตอล ได้อย่างสะดวก และเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ที่สามารถระบุ ตรวจสอบ และติดตามผ่านช่องทางดิจิตอลได้

HID Global มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 3,000 คนทั่วโลกและมีสำนักงานอยู่ในหลายประเทศ ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ

Holistic Learning การเรียนที่ครบครันเกรดดีมาแน่

ตอนนี้เริ่มเปิดเทอมใหม่กันแล้วอะไรที่พลาดจากเทอมเก่าก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์ที่ดีก็แล้วกัน ในเมื่อเริ่มต้นใหม่แล้วก็หาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาทำให้ตัวเราเองเรียนได้เก่งขึ้นดีกว่า วันนี้เราก็มี 8 เทคนิคดีๆ ที่จะทำให้เพื่อนๆ เรียนได้ดีขึ้น เกรด 4 เกรด A จะไม่มาก็ให้มันรู้กันไป!!! ลองมาดูกันเลยว่าเทคนิคที่ว่านี้มาจาก การเรียนรู้แบบองค์รวม หรือ Holistic Learning นั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการท่องจำแบบอัดๆ ข้อมูลเข้าไปในหัวสมอง การเรียนรู้แบบองค์รวมจะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างความคิดและข้อมูลต่างๆ ทำให้เราจดจำได้ดีขึ้นในระยะยาว และช่วยเพิ่มทักษะในการคิดวิเคราะห์ด้วยล่ะHolistic Learning การเรียนที่ครบครันเกรดดีมาแน่

Holistic Learning การเรียนที่ครบครันเกรดดีมาแน่

  1. แปลงข้อมูลให้เป็นรูปภาพ – สมองคนเราสามารถจดจำภาพได้ดีกว่าข้อความ ดังนั้น การแปลงข้อมูลต่างๆ ให้เป็นรูปภาพ จะทำให้เราสามารถจำได้ดีขึ้น ลองฝึกจดแลคเชอร์โดยมีรูปประกอบดู แล้วจะพบว่ามันจำง่ายกว่าข้อความติดกันเป็นพรืดๆ เยอะ
  2. เชื่อมโยงความรู้ใหม่เข้ากับความรู้เก่า – ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้พยายามโยงเข้ากับพื้นความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจสิ่งใหม่ที่เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น เช่น คำว่า ‘sue’ ซึ่งแปลว่า ฟ้องร้อง ออกเสียงคล้ายๆ ‘สู้’ ในภาษาไทย เราก็จำแบบเชื่อมโยงว่า sue คือ สู้กันในศาล = ฟ้องร้อง แบบนี้ก็จะช่วยให้จดจำได้ในระยะยาว
  3. การติวให้เพื่อน – การติวให้คนอื่น นอกจากจะเป็นการทบทวนความรู้ของเราอีกรอบแล้ว ในระหว่างเรียบเรียงเพื่อนำไปอธิบายให้เพื่อนเข้าใจ สมองของเรายังมีการพัฒนาปรับปรุงสิ่งที่เรียนรู้ไป ให้มีการจัดวางอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น และทำให้เราเข้าใจความรู้เหล่านั้นลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก!!!
  4. หลีกเลี่ยงการจดโน้ตด้วยข้อความล้วนๆ – เชื่อว่าหลายคนคงเคยหลับคาตำราเรียนเล่มหนาๆ กันมาแล้วไม่มากก็น้อย เพราะตัวหนังสือที่ติดกันยาวๆ อ่านแล้วมันช่างน่าเบื่อสุดๆ ฉะนั้น เวลาที่เราจดโน้ตไว้อ่านทบทวนเอง เราก็ไม่ควรเขียนเฉพาะตัวหนังสือ ลองวาดภาพ เขียนกราฟ เขียนแผนภูมิแทรกลงไปบ้าง จะช่วยให้สนุกขึ้นเวลากลับมาอ่านทบทวน และทำให้จดจำได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย อ้อ! อย่าลืมแทรกความคิดเห็นที่เรามีต่อเรื่องนั้นๆ ลงไปด้วย เพราะมันจะช่วยกระตุ้นให้สมองเกิดการคิดวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี
  5. วางรากฐานให้มั่นคง – เวลาเริ่มต้นเรียนใหม่ๆ ส่วนใหญ่เนื้อหาจะง่ายใช่ไหม แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ยิ่งเรียนก็ยิ่งยากขึ้น และทำให้งุนงงสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนพอไม่เข้าใจจุดหนึ่งก็ปล่อยผ่านไป แล้วข้ามไปอ่านอีกเรื่อง แบบนั้นมักจะยิ่งทำให้งงมากขึ้น เพราะเนื้อหาในบทเรียนส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกัน ฉะนั้น ถ้าอยากจะเข้าใจบทเรียนทั้งหมดได้โดยไม่สับสน การค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละสเต็ปจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
  6. อ่านบทสรุปก่อนเริ่มเรียน – หากวิชาไหนมีบทสรุป ก่อนจะเริ่มอ่านเนื้อหาหรือเรียนในคาบถัดไป แนะนำว่าให้อ่านบทสรุปไปก่อนล่วงหน้าเพราะจะช่วยให้เห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดก่อน และเมื่อย้อนกลับมาไล่อ่านอีกครั้งก็จะทำให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
  7. ตั้งใจฟังในห้องเรียน – บางคนเวลาเรียนในห้องมักจะชอบก้มหน้าก้มตาจดตามสไลด์ หรือจดตามสิ่งที่อาจารย์สอนแบบทันบ้างไม่ทันบ้าง ซึ่งการจดก็ถือเป็นวิธีช่วยจำที่ดี แต่อย่าลืมเผื่อสมาธิไว้ใช้กับการฟังและคิดวิเคราะห์ตามด้วย บางคนจดมาเยอะก็จริง แต่พอกลับมาอ่านทวนกลับไม่เข้าใจซะงั้น เพราะมัวแต่จดแทบไม่ได้ฟังที่อาจารย์สอนเลย บางทีอาจารย์บอกว่าตรงนี้จะออกสอบหรือเน้นย้ำหัวข้อไหนเป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้ตั้งใจฟังเราก็อาจจะพลาดได้
  8. ฝึกจับประเด็น – การจับประเด็นไม่ใช่แค่การย่อความหรือสรุปความนะ แต่เป็นการวิเคราะห์ให้แตกฉานว่าอะไรคือหัวใจหลักของสิ่งที่เขียนอยู่ในหนังสือหรือสิ่งที่อาจารย์พูด ฉะนั้น เวลาอ่านหนังสือจบบทก็อย่าลืมตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่า หัวใจสำคัญหรือประเด็นหลักของบทนี้คืออะไร