Tag: นิสิต

แรงดึงดูดที่ทำให้ เด็กจบใหม่ อยากมาทำงานกับบริษัทคุณ

ในแต่ละปี มีบัณฑิตจบการศึกษาที่พ้นรั้วมหาวิทยาลัยมากมาย และสิ่งที่บัณฑิตต้องทำแน่ ๆ หลังเรียนจบก็ได้แก่ การสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมถึง ฟรีแลนซ์ ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาหางานทำเป็นหลักแหล่ง ขณะเดียวกันองค์กร บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็ต้องการ recruit พนักงานที่มีคุณภาพเข้ามาขับเคลื่อนองค์กรของตนทั้งสิ้น ต้องบอกว่าไม่ง่ายนัก ในยุคที่คนรุ่นใหม่มีทางเลือกเป็นของตัวเองที่หลากหลายกว่าคนรุ่นพ่อแม่ แล้วองค์กรต่าง ๆ จะทำเช่นไรเพื่อดึดดูดใจแรงงานคุณภาพให้เข้ามาเป็นบุคลากร ผลสำรวจ สุดยอดองค์กรที่น่าร่วมงานด้วยมากที่สุดปี 2016 ปัจจัยที่คนรุ่นใหม่มองหามากที่สุดในการหางานได้แก่ ปัจจัยใดบ้าง มาดูกันเลย

แรงดึงดูดที่ทำให้ เด็กจบใหม่ อยากมาทำงานกับบริษัทคุณ

แรงดึงดูดที่ทำให้ เด็กจบใหม่ อยากมาทำงานกับบริษัทคุณ

1. ความมั่นคงในอาชีพสูง

ในยุคเศรษฐกิจผันผวนเช่นปัจจุบัน ธุรกิจตามเทรนด์เปิดขึ้นมาใหม่ ๆ มากมายในยามที่มีปัจจัยเอื้อ แต่ก็ปิดไปไวเช่นกันหากไม่สามารถทำรายได้ได้อย่างที่คิดไว้ ดังนั้นความมั่นคงก็เป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อย ๆ โดยไม่จำเป็นอย่างแน่นอน

2. โอกาสในการฝึกอบรม และพัฒนาเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ความรู้เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาโดยตลอด องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ใหม่ ๆ ให้พนักงานอยู่เสมอ มักเป็นองค์กรที่น่าใฝ่ฝันของคนโดยทั่วไป คอร์สการอบรมเรียนรู้หลายคอร์สมักมีราคาสูง ดังนั้นการที่องค์จัดให้มีการพัฒนาความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่องนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญกับ Man power ของตัวเองอย่างจริงจัง แล้วแบบนี้ใครล่ะ จะไม่อยากร่วมงานด้วย

3. ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น (เงินจูงใจ โบนัส ค่ารักษาพยาบาล)

นอกจากเงินเดือนทั่วไปแล้ว โบนัส และสวัสดิการเพิ่มเติมอื่น ๆ ขององค์กรคืออันดับแรกที่พนักงานจะให้ความสำคัญ หลายคนมักจะเอาโบนัสไปบวกรวมกับเงินเดือนแล้วหารด้วยจำนวนเดือนใน 1 ปี เพื่อจะดูรายได้รวมทั้งหมดต่อปีเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย ส่วนค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย คลอดบุตร วันลาพักร้อน ก็เป็นสิ่งสำคัญ พนักงานก็อยากจะได้ความเอื้ออาทรจากองค์กรด้วย นี่คนนะไม่ใช่เครื่องจักร ชีวิตไม่ได้คิดแต่เรื่องงานกับเงินอย่างเดียวเน้อ จะสนใจกันแต่ตอนทำงานอย่างเดียวคงจะใจดำเกินไปนะ

4. องค์กรมีชื่อเสียง

ผู้คนจะมองว่ากว่าคุณจะแทรกตัวเองเข้าไปในองค์กรที่มีชื่อเสียงได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นคุณย่อมต้องมีของดีอะไรอยู่ในตัวเองแน่ ๆ ดังนั้นใคร ๆ ก็อยากทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง พูดไปใคร ๆ ก็ร้องอ๋อ การได้ทำงานในองค์กรที่มีชื่อเสียงถือเป็นใบเบิกทางชั้นดีของชีวิตการทำงาน

5. มีโอกาสในการได้รับการโปรโมทพัฒนาสายอาชีพ

ความก้าวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งสำหรับคนเพิ่งจบใหม่กำลังร้อนวิชา ต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่สมัยนี้มีความสามารถที่หลากหลายขึ้น สามารถเรียนรู้ได้เร็ว แต่ในกลับกันก็กระหายความสำเร็จที่จะได้รับในเวลาอันสั้น และขี้เบื่อ พร้อมลาออกเสมอ องค์กรที่แช่แข็งพนักงาน มักทำให้พนักงานเบื่อหน่าย เพราะไม่รู้สึกถึงความเป็นธรรม และการประเมินผลงานอย่างที่ควรจะเป็น องค์กรที่ชอบแช่แข็งพนักงานก็อย่าคาดหวังว่าจะได้พนักงานไฟแรง มีคุณภาพมาเข้าร่วม

โมบายล์มันนี่ จะส่งผลกระทบต่อตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศ

น้องที่กำลังเรียนอยู่น่าจะเคยมใช้งานพวก โมบายล์มันนี่ (Mobile Money) ที่อำนวยความสะดวก ทั้งในการเช็คยอดเงิน โอนเงิน และอื่น ในธุรกรรมของตัวเองผ่านมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องไปธนาคารให้เสียเวลา ล่าสุดมีผลสำรวจความเห็นของลูกค้าเกี่ยวกับช่องทางการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยธนาคารโลก หรือ World Bank เผยว่าในปีนี้ ตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าสูงถึง 310,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 11 ล้านล้านบาท ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ให้บริการทางการเงินบนโทรศัพท์มือถือ

โมบายล์มันนี่ จะส่งผลกระทบต่อตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศ

โมบายล์มันนี่ จะส่งผลกระทบต่อตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศ

ผลวิจัยเผยว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่(82 เปอร์เซนต์)ที่ใช้บริการโอนเงินผ่านผู้ให้บริการ (MTO) หรือธนาคารในปัจจุบัน นั้นไม่พึงพอใจในบริการ โดย 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และเยอรมนี เผยว่ายินดีที่จะโอนเงินข้ามประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือ หากบริการดังกล่าวปลอดภัย, สะดวกรวดเร็ว และราคาน่าสนใจกว่าบริการที่มีอยู่ในตลาด
การสำรวจดังกล่าวถูกจัดทำโดย แอมดอกซ์ และดำเนินงานโดย บริษัท จูนิเปอร์ รีเสิร์ช ได้สอบถามผู้ใช้บริการโอนเงินระหว่างประเทศกว่า 3,000 ราย ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดได้ย้ายจากถิ่นฐานเดิมไปยังสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และเยอรมนี โดยมุ่งเน้นไปที่เส้นทางการโอนเงินระหว่างประเทศ 7 เส้นทางหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา – เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา – ลาตินอเมริกาและอเมริกากลาง (CALA), สหรัฐอเมริกา – ฟิลิปปินส์, สหรัฐอเมริกา – เวียดนาม, สหราชอาณาจักร – ไนจีเรีย และ เยอรมนี – ตุรกี

โดยเส้นทางที่ได้กล่าวมานั้นมีมูลค่ากว่า 78,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 28 ล้านล้านบาทต่อปี1 เมื่อมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ยอดการโอนเงินระหว่างประเทศนั้นสูงกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 288,300 ล้านบาทต่อปี โดยจำนวนเงินที่โอนเข้าประเทศนั้นอยู่ที่ 5,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) และจำนวนเงินที่โอนออกนอกประเทศนั้นอยู่ที่ 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 93,000 ล้านบาท) เงินที่โอนเข้าประเทศไทยนั้นมาจากสหรัฐอเมริกาเสียเป็นส่วนมาก หรือกว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (ประมาณ 53,000 ล้านบาท)
ประเด็นสำคัญของรายงาน:

  • ลูกค้าไม่พึงพอใจในบริการโอนเงินระหว่างประเทศรูปแบบเก่า และไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการโอนเงินอื่นๆ: กว่า 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามเปิดเผยว่าตนเองโอนเงินระหว่างประเทศผ่านผู้ให้บริการ หรือ Money Transfer Operators (MTO) โดยส่วนมากไม่พึงพอใจกับบริการที่ได้รับ (82%) เนื่องจากราคาสูงและดำเนินการช้า โดย 47% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด มองว่าปัญหาหลักของการโอนเงินระหว่างประเทศคือระยะเวลาดำเนินการ ประกอบไปด้วย 48% จากกลุ่มที่โอนเงินผ่าน MTO, 49% จากกลุ่มที่โอนเงินผ่านธนาคาร และ 46% จากกลุ่มที่โอนเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่แจ้งว่าอัตราค่าบริการเป็นเหตุผลหลักที่พวกเขาไม่พึงพอใจในบริการนั้นโอนเงินผ่าน MTO ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่แพงที่สุด แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้บริการไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการโอนเงินระหว่างประเทศช่องทางอื่นๆ ที่ราคาย่อมเยา, รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าการใช้บริการของ MTO
  • ผู้ใช้บริการยินดีที่จะโอนเงินข้ามประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือ: กว่า 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่ายินดีที่จะโอนเงินข้ามประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือแทนช่องทางเดิมๆ และเมื่อนับกลุ่มผู้ใช้บริการ MTO ด้วยแล้ว จะทำให้ตัวเลขดังกล่าวสูงขึ้นเป็น 92% เลยทีเดียว จึงแสดงให้เห็นว่า หากผู้ให้บริการทางการเงินบนโทรศัพท์มือถือวางแผนการตลาดอย่างแม่นยำ จะส่งผลกระทบต่อตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศในปัจจุบันได้อย่างไม่ต้องสงสัย
  • ผู้ใช้บริการสนใจการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือ หากค่าบริการเฉลี่ยนอยู่ที่ 5 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 180 บาท): ผลสำรวจรายงานว่า 41% ของกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่ยอมรับการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือเผยว่า พวกเขาต้องการจ่ายค่าบริการจำนวน 4 เหรียญสหรัฐเท่านั้น (ประมาณ 143 บาท) ในขณะที่อีก 21% ยินดีที่จะจ่าย5 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 180 บาท)
  • อัตราค่าบริการและความปลอดภัย คือปัจจัยหลักในการเลือกช่องทางการโอนเงิน: กว่า 1 ส่วน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่าอัตราค่าบริการและความปลอดภัย คือปัจจัยหลักในการเลือกช่องทางการโอนเงิน 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามในเส้นทางการโอนเงินจากเยอรมนีไปยังตุรกีแจ้งว่า ความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักในการเลือกผู้ให้บริการ ในขณะที่ 22% มองว่าอัตราค่าบริการสำคัญกว่า เส้นทางการโอนเงินดังกล่าว ให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าบริการน้อยกว่าเส้นทางอื่นเพราะมีค่าบริการที่ย่อมเยากว่าเส้นทางอื่น – เฉลี่ยอยู่ที่ 5 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 180 บาท)ต่อการโอนหนึ่งครั้ง นอกจากสองปัจจัยที่กล่าวถึงแล้ว ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและระยะเวลาดำเนอนการอีกด้วย

ดร. วินด์เซอร์ โฮลด์เดน, หัวหน้าฝ่ายคาดการณ์และปรึกษาธุรกิจ, จูนิเปอร์ รีเสิร์ช กล่าวว่า “ผลการสำรวจแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ให้บริการทางการเงินบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อสร้างการแข่งขันในตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ลูกค้าส่วนหนึ่งมองว่าอัตราค่าบริการเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกช่องทางการโอนเงิน จึงทำให้บริการที่ราคาย่อมเยากว่าสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และก้าวสู่ช่องทางการโอนเงินที่ลูกค้ายอมรับอย่างแพร่หลาย”
แพทริค แมคโกรรี่, รองประธานฝ่ายธุรกิจบริการรูปแบบใหม่, แอมดอกซ์ “ผู้ให้บริการที่สามารถนำเสนอโซลูชั่นที่แปลกใหม่, สะดวกสบาย และราคาย่อมเยา จะสามารถเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า และแข่งขันกับผู้เล่นในตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศในปัจจุบันได้ โซลูชั่นทางด้านการเงินบนโทรศัพท์มือถือของแอมดอกซ์ จะเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ให้บริการทางด้านโทรคมนาคมและผู้ให้บริการทางด้านการชำระเงิน ในการพัฒนาระบบและบริการเพื่อรองรับการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยการนำเสนอบริการที่สะดวก, ปลอดภัย, ใช้งานได้ผ่านหลายช่องทาง และราคาไม่สูงเกินไป ซึ่งจะช่วงดึงลอยัลตี้ของลูกค้าได้ โดยทั้งหมดนี้รวมอยู่ใน The New World of Customer Experience™ จากแอมดอกซ์”

เว็บไซต์หาที่ฝึกงาน หางาน ฟรีแลนซ์ ต้อง FreelanceBay

น้องๆ ที่เริ่มเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่มัธยมปลายขึ้นไปถึงน้องๆ ที่อยู่ชั้นปี 4 กำลังมองหาที่ฝึกงาน หัดทำงาน หรือศึกษาเรียนรู้ แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหนแนะนำให้ลองเข้าเว็บไซต์ที่รวมรวบ งานประเภท ฟรีแลนซ์ และสถานที่ฝึกงานมากมาย คือ FreelanceBay นั่นเอง ซึ่งเว็บไซต์นี้ไม่ได้มีแค่ฟรีแลนซ์ หรือสถานที่ฝึกงานเท่านั้น ยังมีการจ้างงานในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการค้นหาตำแหน่งงานที่ต้องการให้กับบริษัทต่างๆ อีกด้วย ทำให้เว็บไซต์เป็นที่นิยมและน่าใช้งานเว็บไซต์นึงเลยละ

เว็บไซต์หาที่ฝึกงาน หางาน ฟรีแลนซ์ ต้อง FreelanceBay

เว็บไซต์หาที่ฝึกงาน หางาน ฟรีแลนซ์ ต้อง FreelanceBay

เมื่อได้ลองเข้ามาที่เว็บไซต์จะเห็นได้ถึงหน้าตาที่ใช้งานง่าย สีสันสะดุดตา แถมยังมีฟีเจอร์เลือกใช้งานเพียบ เหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการหางานอย่างแท้จริง ฟีเจอร์ (Features) หลักๆ ที่เห็นอยู่หน้าเว็บไซต์จะเกี่ยวกับการลงประกาศหางานตามตำแหน่งที่ต้องการ ตามมาด้วยการหาฟรีแลนซ์ที่สามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพถูกใจคนจ้างงานก็ว่าได้ พร้อมระบบให้คะแนนถูกใจทั้งฟรีแลนซ์และผู้ว่าจ้างงานด้วย เรียกได้ว่าเครดิตดีสามารถต่อยอดการทำงานและเพิ่มโอกาสการทำงานได้อีกมากเลยละ

อาชีพที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนั้นมีมากมาย แต่ก็ยังมีบางอาชีพที่เป็นที่นิยมและสามารถเข้าถึงได้หลายอาชีพด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมเมอร์ (Programmer), กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ (Graphic Desingner), สอนภาษาติวเตอร์ (Tutorial), นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web Developer), ผู้ดูแลระบบเน็ตเวิร์ค (Network Admin) รวมไปถึงช่างซ่อมบำรุง (Handyman) ก็ยังสามารถค้นหางานที่ต้องการจากเว็บไซต์นี้ได้เลย ส่วนคนที่ต้องการว่าจ้างงานก็เช่นกันสามารถใช้งานจากเว็บไซต์นี้และสามารถให้คะแนนเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับฟรีแลนซ์และผู้ว่าจ้างเรียกได้ว่าเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเต็มที่เลย

ส่วนขั้นตอนการใช้งานก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงน้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่ต้องการใช้งานสมัคร Username และกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบ ก็สามารถใช้งานได้เลยจะเป็นการหางาน ฟรีแลนซ์ หาที่ฝึกงาน ไม่ยากอย่างที่คิดเลยจริงๆ ซึ่งการสมัครเข้าใช้งานมี 2 ช่องทางให้เลือก คือ การสมัครโดยใช้อีเมล์ (E-mail Address) และแบบโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ที่ให้ความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน แถมไม่ต้องจำรหัสเพิ่มขึ้นอีกด้วย ภายในยังมีให้อัพโหลดรูปภาพส่วนตัว เพื่อประกอบการตัดสินใจจากผู้ว่าจ้างได้อีกด้วย และในเว็บไซต์ยังเพิ่มฟีเจอร์ทริคการใช้งานในส่วนต่างๆ เป็นอย่างดี เข้ามาปุ๊บไม่หลงทางแน่นอน

ปัจจุบันมีผู้ใช้งานและลงทะเบียนบนเว็บนี้มากกว่า 36,870 คนที่รับงานแบบฟรีแลนซ์ จากทั้งหมด 36,988 ท่าน และรอทำงานอยู่อีก 27,253 ท่าน ให้คุณเข้ามาว่าจ้างงานทั้งแบบฟรีแลนซ์และแบบงานประจำ พร้อมด้วยผู้ว่าจ้างกว่า 9,639 รายที่เปิดรับให้คุณเข้ามาสมัครในตำแหน่งที่ต้องการ หรือท้าทาย เฟ้นหาคุณสมบัติที่ใช่ในตำแหน่งนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีระบบโปรเจครอประมูลอีก 10 โปรเจคด้วยกันจากทั้งหมด 10,727 โปรเจค และมีการใช้งบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 30,667 นับว่าเยอะมากทีเดียวกับเว็บไซต์ค้นหางานกำลังมาแรง หากมีเว็บไซต์หางานอยู่ในใจแล้วหรือยังไม่มีลองเข้ามาใช้งาน FreelanceBay เพื่อเป็นทางเลือกในการรับงานอีกสักทางดูสิครับ

จ้างทำวิทยานิพนธ์ จับได้ พ้นสภาพนิสิต ทำคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ

ข่าวนี้กำลังเป็นกระแสอย่างแรงเนื่องเกี่ยวกับน้องๆ ชั้นปี 4 ขึ้นไปที่กำลังจะจบการศึกษาแล้วและอยู่ในขั้นตอนของการทำโปเจคจบ ต้องระมัดระวังและทำด้วยตนเองกันนะ เพราะตอนนี้ได้มีบทลงโทษเกี่ยวกับการ จ้างทำวิทยานิพนธ์ ขึ้นแบล็คลิสต์ส่งรายชื่อให้ 27มหา’ลัยสมาชิก ทปอ.งดรับเข้าเรียน ตัดวงจรจ่ายครบจบแน่ มอบนิติกรศึกษาข้อกฎหมายเอาผิดคนรับจ้างด้วย ชี้ปัญหาเริ่มรุนแรงมากขึ้น ทำคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ
ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี

ส.ค.ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม ทปอ.วันนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาการจ้างทำสารนิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ของนิสิต-นักศึกษา ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่พบว่าปัญหาเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของไทย โดยการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์นั้นราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000-500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละสาขาวิชา

จ้างทำวิทยานิพนธ์ จับได้ พ้นสภาพนิสิต ทำคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ

จ้างทำวิทยานิพนธ์ จับได้ พ้นสภาพนิสิต ทำคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ

ดังนั้นในฐานะที่ ทปอ. เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลอุดมศึกษา จึงมีความกังวลว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้คุณภาพการศึกษาไทย โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษาจะตกต่ำไปมากกว่านี้ ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันว่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป หากพบว่ามีนิสิต-นักศึกษาในสถาบันที่เป็นสมาชิกทปอ. ทั้ง 27 แห่ง มีการจ้างทำ หรือคัดลอกวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์จะถูกให้พ้นสภาพจากความเป็นนิสิต-นักศึกษาทันที และจะมีการส่งรายชื่อนิสิต-นักศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้าศึกษาต่อ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบให้นิติกรของ ทปอ. ไปศึกษาข้อกฎหมายด้วยว่า จะสามารถเอาผิดผู้ที่รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ได้อย่างไรบ้าง ทั้งนี้หากพบว่าผู้รับจ้างเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นอกจากจะถือว่ามีความผิดทางจรรยาบรรณของวิชาชีพแล้ว จะถูกพิจารณาโทษทางวินัยของข้าราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัยด้วย แต่จะถูกลงโทษในขั้นใดนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละแห่ง

“ที่ผ่านมาพบว่า การรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ส่วนใหญ่จะประกาศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยคนที่รับจ้างจะเป็นคนที่เก่ง และมีความเชี่ยวชาญ สามารถรับทำวิทยานิพนธ์ และทำงานวิจัยได้เฉลี่ยเดือนละ 5-20 ชิ้น ซึ่งถือว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ทำให้การศึกษาไทยตกต่ำ ทำลายระบบการศึกษาของประเทศ ซึ่ง ทปอ.ยอมไม่ได้ โดยเฉพาะขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาใหม่ว่า อาจารย์ประจำหลักสูตรต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก ดังนั้นหากมีการปล่อยปละละเลยให้มีการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และได้ผู้ที่จ้างทำวิทยานิพนธ์เข้ามาเป็นอาจารย์สอน ก็จะยิ่งทำให้คุณภาพการศึกษาของเราตกต่ำไปเรื่อย ๆ ที่ประชุมจึงเห็นพ้องร่วมกันว่า ในฐานะที่เป็นสถาบันอุดมศึกษา ยืนยันว่าจะร่วมกันหาระบบป้องกันปัญหาการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และไม่ให้เกิดปัญหาจ่ายครบจบแน่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ.เด็ดขาด อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการจัดทำคู่มือหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าว เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันให้ชัดเจนต่อไป” ศ.ดร.ประสาท กล่าว

ศ.ดร.ประสาท กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือ เพื่อเตรียมการขอเข้าพบ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้เข้าพบในเร็ว ๆ นี้ เพื่อรายงานภารกิจของมหาวิทยาลัย รวมถึงขอรับการสนับสนุนทั้งในระดับนโยบาย คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรี พร้อมกันนี้จะทำเข้าความใจถึงการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย เช่น การเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยของรัฐ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยนอกระบบ เป็นต้น นอกจากนี้จะขอรับฟังนโยบายเกี่ยวกับการอุดมศึกษาจากรมว.ศึกษาธิการคนใหม่ด้วย.

5 เหตุผลของคนที่ อยากเรียนต่อปริญญาโท

สำหรับวันนี้จะหยิบยกเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่อยากเรียนต่อในระดับปริญญาโทกัน ว่าเค้าคิดอะไรกันอยู่บ้าง สำหรับหลายๆ คนที่กำลังอยากจะเรียนต่อในระดับปริญญาโทนั้น อาจจะมีเหตุผลที่แตกต่างกันต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้าน ความรู้ การตัดสินใจไม่ถูก หรือด้านการงาน ซึ่งหลักๆ แล้วก็เป็นความต้องการในด้านการงานนั่นแหละ

หลายคนมักจะให้ความสำคัญกับการเรียนต่อแต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ อยากเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งมีเหตุผลมากมายแล้วแต่ละคนก็มีที่มาต่างกันไป อะไรทีทำให้เลือกเป็นแบบนั้น เลือกที่จะเรียนหรือเลือกที่จะศึกษาต่อตามสถานที่ต่างๆ แม้แต่คนรอบๆ ตัวเราเองก็ยังมีอีกมากมายที่บ่นว่า อยากเรียนแต่ไม่ได้เรียน ไม่ว่างบ้าง ไม่มีเงินหรือทุนการศึกษาบ้าง มันก็แล้วแต่สภาพคล่องของแต่ละคนกันไป แต่ที่หนักหน่อยคงจะเป็นอยากเรียนแต่ทำงาน เลยไม่ได้ไปซึ่งมันก็เป้นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระดิกไม่ได้เช่นกัน

แต่อย่างไรแล้วทุกคนก็ล้วนมีเหตุผลของตนเองกันทั้งนั้น แต่การเรียนที่กดดันมักจะไม่มีผลดีกับใครแน่นอน ที่สำคัญการต่อปริญญาโทนั้นก็ใช้เงินค่อนข้างเยอะมาก ควรวางแผนการใช้ชีวิต การทำงาน สภาพการเงินให้ดีๆ หากเรียนแล้วมีปัญหาขึ้นมา รับรองได้ว่ามันไม่คุ้มกับเราแน่ๆ ทีนี้เราลองมาดูกันซิว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้หลายๆ คนอยากเรียนต่อกันในระดับปริญญาโทที่แสนอยากจะเรียนกันนักหนานั้นคืออะไรและจะมีอะไรบ้างเรามาดูกันดีกว่า

5 เหตุผลของคนที่ อยากเรียนต่อปริญญาโท

 

5 เหตุผลของคนที่ อยากเรียนต่อปริญญาโท

  • ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน – การเรียนจบในระดับปริญญาโทนั้น มีผลต่อความน่าเชื่อถือที่จะได้รับจากเจ้านายหรือลูกน้อง แต่ต้องมั่นใจจริงๆ นะว่าเวลาไปเรียนได้อะไรกลับมาจริงๆ ไม่ใช่แค่ได้มาแค่ปริญญาเท่านั้น เพราะหากไม่มีความรู้ความสามารถที่มากพอก็ไม่มีใครยอมรับเช่นกัน ฉะนั้นการเรียนก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน คิดให้ดีก่อนจะเรียนถ้าแค่เรียนๆ เล่นๆ ไปเรื่อยเพื่อความสนุกผลตอบแทนที่คุณได้อาจไม่คุ้มค่ากับที่คิดไว้แน่นอน
  • ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ – สำหรับบางคนที่มีเวลาว่างๆ จากการทำงานเยอะๆ หรือยังไม่ได้ทำอะไร ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นั่นเอง ซึ่งช่วยเพิ่มพูนความรู้จากสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้จากที่อื่นหรืออาจเป็นกับบางคนในกรณีที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาเองสักที ครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้คุณมีเวลาและความตั้งใจมากขึ้น
  • หาแฟน – อาจฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อนะ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นความคิดเห็นของคนที่อยากได้คนที่มีภูมิความรู้ในระดับเดียวกัน เข้าใจกันง่ายขึ้นนั่นเอง แต่ก็นั่นแหละครับต้องรอดูกันอีกที ว่าจะเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน และเผลอๆ อาจจะไม่ได้เลยก็มี ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับดวง สถานะสภาพ ความสามารถของแต่ละคนในการเรียนรู้และความเข้ากันได้มากถึงมากที่สุดอีกด้วย ถือว่าน่าลุ้นดีนะ
  • เพิ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ไม่อยากทำงาน อยากเรียนต่อ – ระหว่างรอที่ต้องแข่งขันกับเด็กจบใหม่ทั่วประเทศเป็นแสนต่อปีงานที่เราต้องการก็มีไม่พอ คู่แข่งเยอะความสามารถใครไม่เด่นพอหรือไม่มีเส้นสายก็จบกัน จึงอยากที่จะเรียนต่อป.โท เพื่อเพิ่มโปรไฟล์ใก้กับตัวเอง นับเป็นทางเลือกที่ดีอีกเส้นทางนึง แต่อยากไรก็ดีก็ต้องเรียนให้เก่งและโปรไฟล์สวยงามพอสมควร จึงจะทำให้มีโอกาสก้าวไปไกลกว่าคนอื่นอีกมากมาย
  • ครอบครัวผลักดันให้ต้องเรียน – แน่นอนครับว่าบางบ้านนั้นชอบที่จะสนับสนุนให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งทำให้บางคนที่ถูกบังคับให้ไปเรียนถึงกับอึดอัดกันเลยก็มีนะ ทางที่ดีทำความชอบของลูกๆ ดีกว่าเพ่อจได้ไม่เป็ปัญหาในภายหลังเนื่องจากการโดนกดดันให้เรียนนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่ากลัวมากที่เดียว บางคนถึงขั้นเสียอนาคตเพราะเรียนหนักเกินไป กดดันจากครอบรัวจนเป็นบ้า หรือติดยาเสพติด ถ้าขั้นโคม่คงไม่พ้นการฆ่าตัวตาย ซึ่งไม่มีใครแฮปปี้กันอยู่ล้ว ฉะนั้นก็ควรให้พอดีถึงจะดีที่สุดแล้วละ

อย่าลืมนะสำหรับเพื่อนๆ กับการเลือกคณะและสาขาวิชานั้น ควรเลือกที่ตนสนใจจริงๆ และใช้ในชีวิตได้จริงๆ เพื่อที่นำไปประยุคต์และปรับเข้ากับความสามารถของตนเองไดอย่างเต็มทีเพื่องานที่รักและชีวิตที่ดีขึ้น แน่นอนมันเป็นเหมือนเ้นทางอีกก้าวหนึ่งของคุณให้เดินไปอย่างปลอดภัยเม่อถงที่หมาย และเมื่ออยู่ ณ จุดนั้นแล้วคุไดทำในสิ่งที่ชอบ มีความสุขกับมันไม่ว่าจะด้านการทำงาน การใช้ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จโดยที่ตัวคุณเองก็ยังภาคภูมิใจอย่างเต็มที่อีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขอฝากการเรียนแบบประกาศนียบัตรเฉพาะทางกันไว้สักนิดนะ ไว้เป็นทางเลือกใ้กับหลายๆ คนที่กำลังต้องการจะศึกษาต่อกันด้วย