Month: November 2016

เช็คสปีดด้วย Speedtest จากเว็บไซต์ยอดนิยมที่เหล่าไอทีชื่นชอบ

เช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ใครๆ ก็ทำได้ เพราะปัจจุบัน Internet เข้าถึงทุกกลุ่มคนไม่ใช่เพียงแค่ใน กทม. เท่านั้น แม้แต่ในต่างจังหวัดก็ครอบคลุมเช่นกัน การเช็คความเร็วเน็ตก็ไม่ยากเพียงเข้าเว็บไซต์ที่มีบริการ Speedtest แล้วกดเข้าไปก็จะเจอหน้าตาเว็บไซต์สำหรับเช็คความเร็วแล้ว ซึ่งแต่ละเว็บไซต์มีหน้าตาไม่เหมือนกันแต่ค่าที่วัดออกมาเหมือนกันทั้งหมด สิ่งที่แตกต่างระหว่างเว็บไซต์คือ Server ที่เปิดให้ทดสอบจะอยู่ตามต่างประเทศหรือในประเทศไทย ฉะนั้นก่อนเทสแนะนำให้เลือกเซิฟเวอร์ก่อนเทสด้วย เอาละไหนๆ ก็เกิร่นมาขนาดนี้มาดูกันต่อเลยว่าจะมีอะไรบ้าง

เช็คสปีดด้วย Speedtest จากเว็บไซต์ยอดนิยมที่เหล่าไอทีชื่นชอบ

เช็คสปีดด้วย Speedtest จากเว็บไซต์ยอดนิยมที่เหล่าไอทีชื่นชอบ

การเช็คสปีดมีหลายเว็บไซต์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Thaiware, Speedtest, adslthailand, 3Broadband, CAT Telecom, TOT, AIS, TOT เป็นต้น แต่ละเว็บไซต์ที่ให้บริการมี SERVER ที่เชื่อมต่อต่างสถานที่บางที่จะเป็น server เมืองไทย และบางเว็บสามารถเลือกไปที่ต่างประเทศได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Hongkong, Singapore, Thailand, America เป็นต้น ซึ่งแต่ละเว็บไซต์จะมีเอกลักษณ์และให้บริการแตกต่างกัน บางเจ้าให้บริการได้ตั้งแต่ 15MB ไปจนถึง 50MB หรืออาจจะได้ถึง 100MB เลย อันนี้ไม่รวม Leadline ที่ใช้งานตามองค์กรใหญ่ๆ ด้วยนะ วิธีเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตน่ะไม่ยากเลยเพียงเปิดเว็บไซต์ที่ต้องการแล้วกด TEST ได้เลย ภายในเว็บมีองค์ประกอบอย่าง Download, Upload, Ping ค่าเหล่านี้จะคอยบอกสถานะการทำวานอินเทอร์เน็ตของเราว่าปกติหรือไม่

แต่ละ server มีความหน่วงเวลาต่างกันยิ่งไกลยิ่งหน่วงมาก มีผลกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตประเภท VDO Call หรือ เล่นเกมส์ต่างประเทศโดยเฉพาะพวก MOBA ที่ต้องใช้งานแบบ Realtime พลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว สำหรับคนที่เล่นอินเทอร์เน็ตทั่วไปเปิดเว็บไซต์ เปิด Youtube อาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก และบางครั้งการที่อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้อาจเกิดจาก ISP เองหรือทางเราได้ทั้งนั้น แต่บางครั้งต้องคำนึงถึงเว็บไซต์ที่ใช้งานด้วยเพราะบางประเภทมีการจำกัดการเข้าใช้จาก IP Address ไทยเองเช่นกัน อาจมีบางเว็บที่เข้าไม่ได้หรือมีอาการหน่วงรอจนรำคาญแอดมินแนะนำว่าเปลี่ยนเว็บหรือยอมใช้ smartphone ต่อ 3G / 4G เอาจะเร็วกว่านะ

เบื้องต้นที่ต้องทำก่อนคือการเข้าอินเทอร์เน็ต หากเข้าได้ตามปกติละก็เตรียมตัวเทสอินเทอร์เน็ตกันได้เลยว่าความเร้วที่วิ่งมาปกติหรือไม่? หากว่าไม่ปกติแล้วละก็ Reset Router เองเลย วิธีก็ง่ายมากเพียงดึงปลั๊กออกแล้วรอประมาณ 1 นาทีค่อยเสียบปลั๊กเพียงเท่านี้อาการเน็ตอืดเล่นเน็ตไม่ได้ก็จะหายไป แต่ถ้ายังไม่หายละก็โทรหาผู้ให้บริการดีกว่าเพื่อให้ช่างเข้ามาจัดการต่อได้เลย บางครั้งแอดมินก็ไม่ค่อยชอบรอเลยจัดการเบื้องต้นเองจะสะดวกและรวดเร็วที่สุด

JABRA SPORT COACH ตอกย้ำผู้นำความอัจฉริยะของหูฟังสปอร์ต

หูฟังสปอร์ตด้วยการส่ง 2 หูฟังสเตอริโออัจฉริยะ “JABRA SPORT PULSE™ SPECIAL EDITION” (จาบรา สปอร์ต พัลส์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น) และ “JABRA SPORT COACH™ SPECIAL EDITION” (จาบร้า สปอร์ต โค้ช สเปเชี่ยล อิดิชั่น) ลงตลาด ด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นที่ฉลาดขึ้นและรู้ใจรักสุขภาพมากขึ้น พร้อมขยายเวลารับประกันสินค้านานสูงสุดถึง 3 ปี ซึ่งหูฟังทั้งสองรุ่นนี้นอกจากจะให้พลังเสียงเพลงแบบไร้สายคุณภาพสูงเพื่อสร้างความบันเทิงในการออกกำลังกายแล้ว ยังมีความอัจฉริยะในการให้คำแนะนำในการออกกำลังกายกับผู้ใช้งานเหมือนโค้ชส่วนตัวที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและรักการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

JABRA SPORT COACH ตอกย้ำผู้นำความอัจฉริยะของหูฟังสปอร์ต

JABRA SPORT COACH ตอกย้ำผู้นำความอัจฉริยะของหูฟังสปอร์ต

สำหรับหูฟังสำหรับคนชอบวิ่งหรือขี่จักรยานอย่าง “JABRA SPORT PULSE™ SPECIAL EDITION” (จาบรา สปอร์ต พัลส์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น) ที่นอกจากจะสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมให้คำแนะนำ เพื่อให้เราวิ่งหรือขี่จักรยานในความเร็วที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเป้าหมายของเราแล้ว คุณสมบัติเพิ่มเติมที่มาพร้อมกับรุ่นใหม่นี้ คือ เป็นหูฟังตัวแรกของโลกที่เมื่อใช้กับ Jabra Sport Life Application (จาบรา สปอร์ต ไลฟ์ แอพพลิเคชั่น) แล้ว จะมีการประเมินความฟิตของร่างกายด้วยการวัดค่า VO2 Max แบบอัตโนมัติในขณะที่เราออกกำลังกาย ทำให้เราสามารถรู้ระดับความแข็งแรงของร่างกายและสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเพื่อพัฒนาร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากที่ Jabra Sport Life Application (จาบรา สปอร์ต ไลฟ์ แอพพลิเคชั่น) สามารถช่วยวางแผนการออกกำลังกายแล้ว แอพฯยังสามารถช่วยเก็บข้อมูลที่หลากหลายที่เป็นสถิติที่มีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็น อัตราการเต้นของหัวใจ โซนการเต้นของหัวใจในช่วงต่างๆ ระยะทาง ความเร็ว เวลา และแผนที่ในการวิ่งของตนเอง รวมไปถึงคำแนะนำให้ออกกำลังให้หนักขึ้นหรือเบาลง เพื่อให้รักษาระดับการเต้นของหัวใจในโซนที่เราต้องการ โดยทั้งหมดนี้จะได้รับรายงานออกมาในรูปแบบของเสียงผ่านหูฟัง เพื่อให้เกิดความสะดวกสูงสุด นอกจากนี้ยังมาพร้อมจุกโฟมตัดเสียงรบกวน Comply™ ที่ปรับตามขนาดของรูหู ทำให้ใส่ได้อย่างกระชับสบายและจะช่วยให้เพลงมีเสียงที่ดังกระหึ่มยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ยังควงคู่มากับ “JABRA SPORT COACH™ SPECIAL EDITION” (จาบร้า สปอร์ต โค้ช สเปเชี่ยล อิดิชั่น) ที่เมื่อใช้งานร่วมกับ Jabra Sport Life Application (จาบรา สปอร์ต ไลฟ์ แอพพลิเคชั่น) แล้วจะสามารถกำหนดรูปแบบการออกกำลังกายเฉพาะส่วน พร้อมภาพและเสียงโค้ชในการแจ้งท่าออกกำลังกายต่างๆ โดยเพิ่มสุดยอดฟังก์ชั่นอัจฉริยะแบรนด์แรกของโลกกับเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว TrackFIT Motion ที่สามารถนับครั้งการออกกำลังกายได้ถึง 21 ท่าอัตโนมัติ และมีความแม่นยำสูงสุดถึง 97% อาทิ ท่าซิกอัพ (Sit Up) หรือวิดพื้น เป็นต้น ทำให้การออกกำลังกายสะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ยังสามารถคำนวณแคลอรี่จากการเคลื่อนไหวแต่ละกิจกรรมได้อย่างแม่นยำ เมื่อออกกำลังกายครบตามที่กำหนดไว้ พร้อมแนะนำวิธีการออกกำลังกายในครั้งต่อไปอย่างเหมาะสมอีกด้วย

นอกจากนี้หูฟังทั้งสองรุ่นนี้ยังมาพร้อมคุณสมบัติป้องกันเหงื่อและความชื้นระหว่างออกกำลังกายเป็นอย่างดี ทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพื่อให้สวมใส่สบาย และที่สำคัญยังมอบประสบการณ์ดนตรีที่ดีที่สุดผ่านระบบเสียงคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เพื่อเอาใจผู้รักในเสียงเพลงอย่างแท้จริง นอกจากนี้หูฟังและแอพฯ ยังสามารถอัพเกรดได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถพัฒนาให้ฉลาดขึ้นได้อย่างไม่หยุดยั้ง

โดยหูฟังทั้งสองรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาและออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยจุดเด่นการเชื่อมต่อมือถือสมาร์ทโฟนได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ iOS และ แอนดรอยด์ผ่าน Jabra Sport Life Application (จาบรา สปอร์ต ไลฟ์ แอพพลิเคชั่น) โดยในส่วนของแอพพลิเคชั่นนี้ได้มีการปรับเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถวางแผน วิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะส่วนและรูปแบบตามความเหมาะสมของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น การยกเวต ซิทอัพ วิ่งหรือการเล่นอุปกรณ์อื่นๆ โดยโปรแกรมจะทำการส่งข้อมูลการออกกำลังกายต่างๆ ไปยังหูฟังตั้งแต่เริ่มต้นจนจบคอร์สเหมือนกับเป็นครูฝึกส่วนตัวอีกด้วย

สำหรับ “JABRA SPORT PULSE™ SPECIAL EDITION” (จาบร้า สปอร์ต โค้ช สเปเชี่ยล อิดิชั่น) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 6,290 บาท และ “JABRA SPORT COACH™ SPECIAL EDITION” (จาบร้า สปอร์ต โค้ช สเปเชี่ยล อิดิชั่น) วางจำหน่ายในราคา 4,790 บาท ตัวเครื่องมี 3 สี คือ เหลือง/เทา , ฟ้า/เทา , และ แดง/เทา พิเศษ…สำหรับลูกค้าที่ซื้อหูฟังทั้งสองรุ่นนี้พร้อมลงทะเบียนกับทางบริษัท อาร์ทีบีฯ จะได้รับการรับประกันสินค้านานถึง 3 ปี