Month: June 2016

เคล็ดลับ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย

เคยคิดมั้ยว่าการพรีเซ้นท์งาน (Presentation) การขายของให้ลูกค้า (Saler) การทดลองสินค้าต่างๆ (Tester) มากมายเป็นเรื่องเขินอาย และสามารถทำได้ยากจนเราคิดว่าทำไม่ได้แน่ ถ้าเราขี้อายและไม่กล้าแม้แต่ที่จะดีใจกับตัวเองก็คงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ วันนี้เรามีเคล็ดลับ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย และเมื่อทำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นความมั่นใจของคุณจริงๆ เชื่อเลยว่าคุณเองก็ทำได้แม้จะไม่คุ้นชิน ซึ่งเคล็ดลับนี้จะไม่ลับอีกต่อไป เพราะเรามาแนะนำให้คุณรู้เดี๋ยวนี้เลยละ

เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย

เคล็ดลับ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำได้ง่าย

  1. ดูแลตัวเอง
    ประการแรกคุณต้องหมั่นดูแลร่างกายและจิตใจ การออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่เหมาะสมไม่ใช่แค่การรักษาหุ่นเท่านั้น แต่อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย ขณะที่การออกกำลังกายก็จำเป็นต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อคุณรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและออกกำลังกายเป็นประจำ คุณจะรู้สึกดีเนื่องจากคุณกำลังให้ความเคารพร่างกายของตัวเอง
  2. แต่งกายให้เหมาะกับงานที่คุณต้องการ
    คำพูดนี้ชัดเจนมากเนื่องจากเมื่อคุณแต่งกายเพื่อความสำเร็จ คุณจะรู้สึกเข้าใกล้ดวงดาวมากขึ้น แต่ถ้าคุณใส่กางเกงวอร์มทุกวันแม้ว่าจะสบายแค่ไหนแต่มันก็จะทำให้คุณเฉื่อยชาและขี้เกียจ และเมื่อคุณรู้สึกเฉื่อยชาและขี้เกียจคุณก็จะรู้สึกไม่มั่นใจ
  3. มองไปข้างหน้า
    คุณควรมองตรงไปข้างหน้าเสมอทุกครั้งที่ก้าวเดิน แม้ว่าจะดูเหมือนยากเนื่องจากคุณมองต่ำจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว แต่เมื่อใดที่เงยหน้ามอง คุณก็จะมีความมั่นใจในตนเอง จงยืดตัวขึ้นแทนที่จะงอตัวและเอาแต่จ้องมองพื้น
  4. สบตาเสมอ
    ไม่ว่าคุณกำลังคุยอยู่กับใครก็ควรสบตากับคู่สนทนาเสมอ การมองต่ำหรือมองไปที่อื่นขณะที่พูดคุยกับคนอื่นอาจทำให้บรรยากาศแย่ลง เนื่องจากคุณอาจไม่แน่ใจในคำพูดของตัวเองหรือไม่ก็โกหก! เมื่อคุณสบตากับคู่สนทนา คำพูดของคุณจะดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ายากเนื่องจากคุณเป็นคนขี้อาย วิธีที่ดีที่สุดก็คือการบังคับตัวเอง ถ้าคุณคิดว่าง่าย มันก็จะยิ่งง่าย
  5. จับมืออย่างหนักแน่น
    การจับมืออย่างหนักแน่นเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจในการทำความรู้จักกันครั้งแรก คุณไม่จำเป็นต้องบีบมือ แค่การจับมือเบาๆอย่างสุภาพก็ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าคุณเป็นคนที่แข็งแกร่งและมั่นใจในตัวเองได้แล้ว
  6. พูดด้วยความมั่นใจ
    ผู้ที่มีความมั่นใจเสมอมักจะยืนยันความรู้สึกเชื่อมั่นผ่านคำพูดของตัวเอง หากคุณพูดด้วยความรู้สึกเชื่อมั่น คำพูดของคุณก็จะดูมีความสำคัญขึ้นมา
  7. กล้าแสดงออกมากขึ้น
    ผู้ที่มีความนับถือตนเองสูงจะไม่กลัวที่จะลุกขึ้นยืนหรือพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา หากคุณไม่ชอบวิธีการบางอย่างที่เกิดขึ้นก็จงพูดออกมา หรือหากคิดว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้นก็ลองแบ่งปันแนวคิดของคุณ อย่ากลัวที่จะยืนยันความมั่นใจของตัวเองเมื่อจำเป็น
  8. ยอมรับการวิจารณ์ด้วยความระมัดระวัง
    ใช่ว่าคำติชมจะเป็นไปในทางสร้างสรรค์ตลอด สิ่งสำคัญคือจงจำไว้ว่าหากมีใครบางคนต้องการทำลายคุณโดยไม่มีเหตุอันควร ฝ่ายที่ผิดปกติก็คงเป็นคนเหล่านั้นไม่ใช่คุณ แต่เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นคุณก็ต้องขับไล่มันและอย่าปล่อยให้ความมั่นใจของตัวเองแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จงเรียนรู้ถึงความแตกต่างและปฏิบัติอย่างเหมาะสม หากการติชมเป็นไปในทางสร้างสรรค์ก็จงนำคำแนะนำเหล่านั้นมาปรับใช้อย่างแข็งขัน เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นจะสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้
  9. เรียนรู้ที่จะรักตัวเองวันละครั้ง
    หลังจากที่ใช้เคล็ดลับเหล่านี้คุณจะเรียนรู้ว่าคุณมีความสำคัญและกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจโดยธรรมชาติ อย่างแรกเลยคุณต้องรักและรู้จักเคารพตัวเองเสียก่อน หากคุณรู้สึกว่ามันยากก็ลองฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวกทุกวัน ท้ายที่สุดความมั่นใจของคุณก็จะเพิ่มขึ้น คุณจะกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจเต็มร้อยจริงๆ

ความมั่นใจเป็นคุณลักษณะที่มีเสน่ห์แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีโดยธรรมชาติ ต้องอาศัยการฝึกฝนและทำอยู่เป้นประจำให้คุ้นเคยแล้วทุกอย่างจะออกมาดีขึ้น มั่นเอาใจใส่ตัวเองและคอยศึกษาความผิดพลาดและพยายามแก้ไขจุดบอดตัวเองอยู่เสมอจะช่วยให้การสร้างความมั่นใจของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น การมีความมั่นใจในตัวเองจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่วางไว้และมีชีวิตในอย่างที่คุณต้องการเสมอ

อย่างไรก็ตามเมื่อมีความมั่นใจก็ถือว่ามีชัยไปครึ่งหนึ่งแล้วล่ะ ซึ่งสามารถนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการแสดงต่างๆ ที่เราต้องโชว์ให้คนอื่นเห็นว่าเรานั้นก้ทำได้ ซึ่งมีหลายอาชีพด้วยกันที่ต้องการความมั่นใจสูงเป็นพิเศษ อาทิ Manager, Senior Manager, Pretty, MC, Sale Specialist, Dancer, Singer, Casting Gamemer หรือกระทั่งหน้าที่สำคัญอย่าง CEO ของบริษัทต่างๆ ก็ตาม

ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ กำลังเปลี่ยนความต้องการของผู้ใช้งาน

แอมดอกซ์ ผู้ให้บริการด้านระบบบริการลูกค้าชั้นนำ เผยผลการสำรวจผู้ใช้งานจากทั่วโลก โดยผลจากการสำรวจผู้ใช้งานชาวไทยแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ ที่มีต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย และสิ่งที่พวกเขาคาดหวังจากผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม พวกเขาชื่นชอบการใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น อีกทั้งยังต้องการความสามารถในการควบคุม, ปรับแต่งผลิตภัณฑ์, บริการและประสบการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น แบบสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยินดีเปลี่ยนไปใช้บริการจากองค์กรดิจิทัล อาทิ Apple, Facebook และ Google หากประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับไม่แตกต่างจากการใช้บริการกับผู้ให้บริการทางโทรคมนาคม

แบบสำรวจผู้ใช้งานที่ใช้ชื่อว่า Amdocs Customer Experience Spotlight 2016 จัดทำโดย แอมดอกซ์ และดำเนินงานโดย บริษัท 451 รีเสิร์ช ซึ่งเผยความสำคัญของการปรับเปลี่ยนบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ายุคดิจิทัล รวมไปถึงการการคาดการณ์พฤติกรรมด้านดิจิทัลของผู้ใช้งาน เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำเสนอบริการและประสบการณ์การใช้งานที่ดี และทำให้องค์กรโดนเด่นจากองค์กรดิจิทัล แบบสำรวจดังกล่าวได้สำรวจจากผู้ใช้งานกว่า 7,000 คน จาก 14 ประเทศ ซึ่งมี ประเทศไทย, สิงคโปร์, อินเดีย, ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย รวมอยู่ด้วย

ดิจิทัลไลฟ์สไตล์

ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ประเด็นสำคัญของรายงาน :

  • ดิจิทัลไลฟ์สไตล์กำลังเปลี่ยนความต้องการของผู้ใช้งาน และทำให้พวกเขามีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น: 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามจากทั่วโลก และ 64 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย ชื่นชอบความสามารถในการควบคุม, ปรับแต่งดีไวซ์และการให้บริการให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของพวกเขา และ 63 เปอร์เซ็นต์ (54 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก) ต้องการได้รับข้อเสนอที่เฉพาะเจาะจงกับความต้องการและความสนใจของพวกเขา ในขณะที่ 66 เปอร์เซ็นต์ (55 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก) ยินดีที่จะใช้บริการบนดิจิทัลแพลตฟอร์มด้วยตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อไปยังศูนย์ดูแลลูกค้าหรือ call center นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยจำนวน 65 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าเขายินดีที่จะแนะนำให้เพื่อนและครอบครัวหันมาใช้ผู้ให้บริการเดียวกัน หากผู้ให้บริการรายดังกล่าวนำเสนอการให้บริการด้วยตนเอง หรือ self-service หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพวกเขาสามารถปรับแต่งดีไวซ์และการบริการ ได้ด้วยตนเอง (61 เปอร์เซ็นต์)
  • ภัยคุกคามทางดิจิทัล ทำให้ผู้ใช้งานต้องการทางเลือกทางดิจิทัลที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น: ทุกวันนี้ ผู้ใช้บริการเคยชินกับบริการที่ได้รับจากเหล่าบริษัทดิจิทัล โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ชอบการติดต่อกับบริษัทเหล่านี้ผ่านช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยจำนวน 74 เปอร์เช็นต์ และ 73 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก ต้องการที่จะยกเลิกสัญญาจากผู้ให้บริการทางโทรคมนาคม หากมีบริการเชื่อมต่อระบบไร้สาย (wireless) จากบริษัทดิจิทัลที่สามารถเทียบเคียงกับระบบที่ใช้งานอยู่ นอกจากนี้ 74 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่า พวกเขาจะเปลี่ยนหากข้อมูลของเครือข่ายมีคุณภาพมากพอ ในขณะที่ 49 เปอร์เซ็นต์ (39 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก) จะเปลี่ยนหากได้รับการบริการลูกค้าที่ดีกว่าผู้ให้บริการปัจจุบันของพวกเขา
  • การเติบโตที่รวดเร็วของระบบดิจิทัล ทำให้เกิดความคาดหวังและข้อตกลงรูปแบบใหม่: ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้งานชาวไทยชื่อชอบการบริการผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น และช่องทางดังกล่าวได้กลายเป็นช่องทางที่พวกเขาเลือกในการโต้ตอบกับผู้ให้บริการเพื่อให้ได้รับบริการที่รวดเร็วและทันท่วงที โดย 57 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถาม ชอบการกำหนดแพกเกจหรือซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆผ่านดิจิทัล แพลตฟอร์มมากกว่า ขณะเดียวกัน 54 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถาม ต้องการโต้ตอบทางดิจิทัลเนื่องจากเป็นการประหยัดเวลาในการแก้ปัญหา และ 49 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถาม ใช้ช่องทางดิจิทัลในการแก้ปัญหาเพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ลูกค้าต้องการให้ผู้ให้บริการติดต่อกับพวกเขาผ่านช่องทางที่พวกเขาเลือก อาทิ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คหรือแอปพลิเคชั่น (46 เปอร์เซ็นต์), การสนทนากับศูนย์ให้บริการลูกค้าผ่านระบบวิดีโอคอล (46 เปอร์เซ็นต์) และความสามารถในการโต้ตอบกับผู้ช่วยเสมือนจริง (virtual assist) (45 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาประการณ์การใช้งานของลูกค้า
  • ผู้ให้บริการควรอ้าแขนรับระบบดิจิทัล หากต้องการโดดเด่นในตลาด: เมื่อถูกถามว่า พวกเขาคาดหวังให้ผู้ให้บริการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทางด้านใด ผลปรากฏว่า เกือบครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม เผยว่าพวกเขาต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพวกเขา อีกทั้งยังคาดหวังผู้ให้บริการแจ้งพวกเขาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการซึ่งตอบสนองความต้องการของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามยังมองหาการติดต่อสื่อสารและการควบคุมเลือกต่างๆ อาทิ การสร้างแพกเกจที่ตรงกับความต้องการของพวกเขา (64 เปอร์เซ็นต์), เปลี่ยนแปลงบางส่วนของแพกเกจเมื่อต้องการ (65 เปอร์เซ็นต์) และสามารถแบ่งปันดาต้าให้กับครอบครัวได้ ไม่ว่าพวกเขาจะใช้งานระบบรายเดือนหรือเติมเงินก็ตาม (62 เปอร์เซ็นต์)

นายฮาคอน เจคอปเซน, รองประธานฝ่ายการบริการด้านดิจิทัล, เอเชียแปซิฟิก, แอมดอกซ์ กล่าวว่า “หนึ่งในผลประโยชน์ที่สำคัญของดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นคือผู้ให้บริการจะสามารถติดต่อและสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อลูกค้าได้ หากผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมต้องการจะโดดเด่นในสายตาของลูกค้า พวกเขาจำเป็นต้องส่งมอบประสบการณ์ที่ลูกค้าต้องการในยุคดิจิทัล และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางดิจิทัลอย่างทันท่วงที เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของระบบดิจิทัล”