Month: June 2014

Xinorbis โปรแกรมสำหรับจัดการคอมดูรายละเอียดแบบยิบๆ

หากใครที่ชื่นชอบการติดตั้งโปรแกรมและดาวน์โหลดไฟล์มาลงในเครื่องคอมเยอะๆ แล้วไม่รู้ว่าไฟล์ไหนเป็นยังไง สกุลอะไร ขนาดเท่าไร มีทั้งหมดเท่าไร มันคงเป็นปัญหาระดับชาติเลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่ต้องไปดูคอมให้เพื่อนหรือร้านซ่อมคอมทั้งหลาย เพราะอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ที่เจ้าของเครื่องนั้นลงมาสาระพัดกันเลยทีเดียว จะให้มานั่งไล่หาว่าโปรแกรมนี้มันคืออะไรก็เป็นปีแน่ๆ หว่าจะเจอทั้งเครื่องว่ามันเป็นอะไรทั้งหมด

Xinorbis โปรแกรมสำหรับจัดการคอมดูรายละเอียดแบบยิบๆ

ตอนนี้มีทางเลือกที่ง่ายกว่าเดิมมากๆ ด้วยโปรแกรม Xinorbis นี้จะวิเคราะห์ออกมาให้คุณทั้งหมดเลยละ ซึ่งจะทำให้คุณวิเคราะห์ไฟล์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายมาก คุณสามารถเลือกระดับการสแกนได้ไม่ว่าจะเป็นสแกนทั้งไดร์ฟ (Drive and Partions) โฟลเดอร์ (Folder) ที่ต้องการเพียงบางส่วนก็ยังได้ โดยมันจะทำการวิเคราะห์ไฟล์ที่อยู่ในไดร์ฟหรือโฟลเดอร์นั้นออกมาแบบหมดเปลือก ทุกสกุลไฟล์ ขนาด จำนวน บอกได้กระทั่งว่าไฟล์เหล่านั้นเป็นสกุลอะไรและมีทั้งหมดเป็นกี่เปอเซ็นจากโดยรวมทั้งหมดที่สแกนไป

พร้อมคำนวณออกมาเป็นกราฟและแจ้งรายละเอียด (Detail All) ออกมาเป็นแบบเปอร์เซ็นต์ ว่าจำนวนไฟล์แต่ละชนิดมีเท่าไร ให้คุณจัดการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังบอกรายละเอียดว่าไฟล์เป็นแบบใดเช่น ไฟล์ถูกซ่อน (Hiden File) ไฟล์ของระบบปฏิบัติการณ์ (Registry File) ไฟล์ที่ตั้งค่าให้อ่านอย่างเดียว (Read Only) เป็นต้น ละเอียดยิบ รวดเร็วจัดการคอมให้รวดเร็วขึ้นทั้งยังออกรีพอร์ตได้อีกด้วย

เกริ่นกันมาเยอะมาดูคุณสมบัติกับความสามารถของโปรแกรม Xinorbis ที่มันโชว์ให้เราเห็นกัน

  • หน้าตาโปรแกรมเป็นภาษาอังกฤษ ง่ายต่อการใช้งานสำหรับฟีเจอร์หรือเมนูที่คุณต้องการ หมดกังวลกับภาษาต่างดาวแน่นอน
  • วิเคราะห์ไฟล์ในไดร์ฟ หรือ โฟลเดอร์ที่ต้องการเพื่อแยกไฟล์แต่ละชนิดออกเป็นส่วนๆ ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบในแต่ละโซนป้องกันความสับสนได้เป็นอย่างดี
  • เลือกระดับการสแกนได้ 2 แบบ คือ ไดร์ฟที่ต้องการหรือโฟลเดอร์ได้แบบชิวๆ ตามความเหมาะสม ยิ่งเลือกสแกนทั้งไดร์ฟก็จะใช้เวลานานขึ้น หากต้องการสแกนแบบไหนก็ต้องดูให้ดีด้วย
  • แสดงรายละเอียดออกมาเป็นแผนภาพวงกลม หรือกราฟได้อย่างละเอียด สวยงาม ทำให้โปรแกรมมีความน่าใจมากขึ้น ไม่น่าเบื่อเหมือนโปรแกรมก่อนๆ ที่วิเคราะห์ข้อมูลแล้วรายงานออกมาเป็นตัวหนังสือน่าเบื่อสุดๆ
  • วิเคราะห์และแยกไฟล์ในสกุลต่างๆ พร้อมบอกประเภทของไฟล์ เช่น ไฟล์ซ่อน ไฟล์ที่ตั้งค่าต่างๆ เป็นต้น ทำให้คุณเช็ครายละเอียดได้แบบทุกซอกทุกมุมภายในเครื่องของคุณมั่นใจได้ว่าไฟล์ไหนจะหลุดรอดสายตาจากโปรแกรมนี้
  • นอกจากความสามารถที่กล่าวมาแล้ว ยีงมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย ให้คุณได้เลือกใช้งาน พร้อมให้ดาวน์โหลดไปใช้งานบนระบบปฏิบัติการณ์วินโดวส์ทุกเวอร์ชั่น รองรับการทำงานกับระบบ 32-Bit และ 64-Bit รวมไปถึงการทำงานกับ Windows 8 และ 8.1 ได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

นับว่าเป็นโปรแกรมที่ดีมากๆ สำหรับทุกคนเลยก็ว่าได้ มันวิเคราะห์รายละเอียดของไฟล์ทุกชนิดบนเครื่องคอมแบบหมดเปลือกจริงๆ ทำให้ไม่ต้องมานั่งงมว่าไฟล์นี้มาจากไหน เป็นอะไร สกุลอะไร ทำงานยังไง และอีกมากมายหลายคำถาม เจอโปรแกรมตัวนี้ตัวเดียวรับรองจบเลย โดยโปรแกรมตัวนี้ทางเว็บผู้พัฒนาเค้าก็เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานฟรีทั่วโลกเลยละ

สนใจและต้องการดาวน์โหลดโปรแกรมไปใช้งานได้ที่นี่

http://software.thaiware.com/1892-Xinorbis.html

The QS Best Student Cities ประจำปี 2557 ติด10 อันดับเมืองที่น่าไปเรียนต่อที่สุดในโลก

วันนี้ของแหวกแนวจากข่าวคราวเกี่ยวกับทุนการศึกษาหรือโครงการรับตรงต่างๆ กันสักหน่อย โดยข่าวคราวนี้จะเกี่ยวกับเรื่อง การจัดอันดับเมืองที่น่าไปเรียนที่สุดประจำปี 2557 ที่จะทำให้คุณตื่นเต้นแน่ๆ อะไรจะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจของนักศึกษาในการเลือกเมืองหรือมหาวิทยาลัยนั้น The QS Best Student Cities ประจำปี 2557 ได้ประเมิณจากเกณฑ์ทั้งหมด 14 ข้อด้วยกัน ครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญคือ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ความหลากหลายของเชื้อชาตินักศึกษา คุณภาพชีวิต ความนิยมของผู้ประกอบการ และสุดท้ายคือค่าครองชีพในการดำเนินชีวิตประจำวันค

สำหรับ 10 อันดับแรกนี้จะมีเมืองอะไรกันบ้าง เรามาลุ้นกันเลยดีกว่า

 The QS Best Student Cities ประจำปี 2557 ติด10 อันดับเมืองที่น่าไปเรียนต่อที่สุดในโลก

  • อันดับ 1 กรุงปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส – สำหรับอันดับ 1 นั้นไม่พ้นมหานครและมหาอำนาจด้านความงามและศิลปะของโลก กรุงปารีสจากดินแดนน้ำหอมของประเทศฝรั่งเศสนี้เองครับ ถึงแม้ว่าค่าครองชีพของเมืองนี้จะค่อนข้างสูง แต่แลกกับคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยมและค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลแล้ว มหานครแห่งนี้แหละ สามารถผลิตนักศึกษาหัวกะทิที่เป็นที่ต้องการตบตีแย่งชิงของเหล่าบรรดาผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศไม่น้อยกว่าในละครไทยเลยทีเดียว มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงประจำเมืองนี้ก็เห็นจะไม่พ้น École normale supérieure หรือ Normale สถาบันวิชาชีพขั้นสูงที่ก่อตั้งในปี 1794 ซึ่งตั้งอยู่ที่ Quartier Latin โดยวิทยาลัยนี้ได้รับการการันตีว่าอยู่แถวหน้าของยุโรปมาโดยตลอด พ่วงด้วยอันดับ 34 ของโลกในการจัดอันดับของ QS ปี 2012-2013 อีกด้วย
  • อันดับ 2 กรุงลอนดอน (London) ประเทศอังกฤษ – นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเช่น Tower of London และหอนาฬิกาบิ๊กเบนแล้ว ความต้องการในด้านแรงงานของผู้ประกอบการและความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษาได้ส่งให้กรุงลอนดอน เมืองหลวงของเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษ เข้ามาในอันดับ 2 ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ถึงแม้จะมีค่าครองชีพที่สูงลิ่ว และคุณภาพชีวิตที่ไม่ค่อยดีสักเท่าที่ควร(ถ้าเทียบกับค่างครองชีพที่เสียไป) แต่เมืองหอนาฬิกาแห่งนี้ ก็ยังเป็นเมืองในฝันของนักศึกษาหลายๆ คนอย่างไม่เสื่อมคลาย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ความเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม สีสันในชีวิตยามกลางวันและแสงสีความบันเทิงเมื่อยามอาทิตย์อัสดง ทาง The QS Best Student Cities จึงไม่ลังเลที่จะเลือกเมืองนี้เป็นอีกหนึ่งเมืองในอุดมคติของนักศึกษาเลยจ้า สำหรับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของย่านนี้ก็คือ University College London (UCL) ที่ติดอันดับ 4 ของโลกในปัจจุบัน
  • อันดับ 3 สิงคโปร์ (Singapore) ประเทศสิงคโปร์ – ในที่สุดก็ถึงทางฝั่งเอเชียของเราผงาดสู้ขึ้นบ้าง ดินแดนแห่งลอดช่อง ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี่เองครับ ประเทศอันดับ 1 ของอาเซียน คุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของที่นี่นับว่าสูงเตะตาติดอันดับท๊อบของโลกเลยทีเดียว การที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อีกทั้งนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยในประเทศสิงคโปร์นั้น นับได้ว่าเป็นชั้นอ๋องเลยครับ เพราะว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาวเนื้อหอมในตลาดแรงงานกันเลยทีเดียว แต่สิงคโปร์มีจุดด้อยก็คือ ค่าครองชีพที่สูงมากที่ทำให้นักศึกษาที่รายได้ไม่สูงมากนักต้องคิดกันอีกตลบล่ะ สำหรับมหาวิทยาลัยติดอันดับประจำเมืองสิงโตพ่นน้ำนี้ก็คือ National University of Singapore (NUS) โดยติดอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกครับ หากใครอยากเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่อยากไปไกลแล้วล่ะก็ ขอฝากประเทศนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของนักศึกษาผู้ล่าฝันกันอีกสักประเทศนะครับ
  • อันดับ 4 ซิดนีย์ (Sydney) ประเทศออสเตรเลีย – ถึงคิวของแดนจิงโจ้ประเทศออสเตรเลียกันบ้างนะครับ สำหรับประเทศนี้นับว่าเป็นประเทศยอดฮิตของนักศึกษาทั่วโลก รวมถึงนักศึกษาชาวไทยเลยทีเดียว มหานครโรงโอเปร่าแห่งนี้ได้คะแนนสุงสุดจากการประเมิณในด้านคุณภาพชีวิตของนักศึกษา ตามมาติดๆ ด้วยความหลากหลายของเชื้อชาติ อีกทั้งความต้องการนักศึกษาที่จบใหม่ในตลาดแรงงานก็อยู่ในเกณฑ์ดี เว้นเสียแต่ว่าในส่วนของค่าครองชีพที่จะค่อนข้างสูงสักหน่อย แต่นั้นก็ไม่ได้ระคายผิวเมืองซิดนีย์แห่งออสเตรเลียแม้แต่น้อยนอกจากนี้ซิดนีย์ยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Sydney ซึ่งติดอยู่ในอันดับที่ 38 ของโลกคอยปั้นนักศึกษาเด็กเทพให้ผู้ประกอบการอยู่ตลอดและในขณะนี้ประเทศออสเตรเลียยังครองตำแหน่งประเทศที่มีคนนิยมเรียนต่อมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก รองจากอเมริกาและอังกฤษอีกด้วย การันตีด้วยตำแหน่งมากมายอย่างนี้ ไม่ไปเรียนไม่ได้แล้ว
  • อันดับ 5 เมลเบิร์น (Melbourne) ประเทศออสเตรเลีย – สำหรับอันดับที่ 5 ก็ยังไม่พ้นเมืองจากดินแดนกีวีนะครับ นับว่าเป็นประเทศที่น่าสนใจทีเดียว เพราะเรียกได้ว่าเป็นประเทศแรกและประเทศเดียว ที่ติดท๊อป 5 ถึง 2 เมืองด้วยกัน สำหรับเมลเบิร์น เมืองหลวงเก่าของประเทศออสเตรเลียแห่งนี้ เกือบครองตำแหน่งร่วมกับเมืองซิดนีย์เสียแล้ว แต่มีเหตุให้คลาดตกมาอยู่อันดับ 5 เพราะคะแนนในด้านคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าเล็กน้อย แต่เพียงเท่านี้ก็เรียกได้ว่าสูงกว่าบรรดาเมืองเอกของโลกเช่น ปารีส และลอนดอนเสียอีกเมืองนี้มีมหาวิทยาลัยชื่อก้องที่กินตำแหน่งสถาบันอันดับ 31 ของโลกอยู่ก็คือ University of Melbourne นอกจากเมลเบิร์นจะเป็นเมืองสำหรับการศึกษาแล้ว การท่องเที่ยวก็เรียกได้ว่าแซ๋บไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ ชายหาด งานศิลปะ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ สถานบันเทิงยามราตรี นับได้ว่าเป็นอีกเมืองที่ดึงดูดเหล่าอาคันตุกะจากทั่วโลกมาละลายทรัพย์กันได้อย่างเมามันส์เลยก็ว่าได้ นักศึกษาขาเที่ยวระวังตัวกันไว้ดีๆ นะจ๊ะ เพราะสิ้นเดือนอาจได้น้ำตาตกกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันได้นะ อิอิ
  • อันดับ 6 ซูริค (Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ – มาถึงดินแดนโลกสวยอย่างประเทศสวิตเซอรืแลนด์กันบ้างนะครับ ซูริค เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำลิ่วมาด้วยคะแนนคุณภาพชีวิต จากการวางผังเมืองที่สวยงามและเป็นระบบ ในส่วนของอัตราการเกิดอาชญากรรมก็ถือว่าน้อยมาก นับได้ว่าเป็นอีกเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ในด้านการศึกษาเมืองนี้ถือว่าค่าเล่าเรียนค่อนข้างถูกกว่าที่อื่นพอสมควร คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอนครับ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในแถบนี้ก็เห็นจะไม่พ้น สถาบันเทคโนโลยีสวิส ซูริค (ETH Zurich) ติดอันดับที่ 12 ของโลก และเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่ติดอันดับสูงสุดที่นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ และอเมริกาครับ
  • อันดับ 7 ฮ่องกง (Hong Kong) เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง – กลับมาสู่ฝากเอเชียของเราอีกครั้ง กับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับการศึกษาเป็นอันดับ 2 ของเอเชียอย่าง ฮ่องกง ซึ่งอันดับ 7 นี้นับได้ว่าขยับขึ้นมาจากการจัดอันดับครั้งก่อนค่อนข้างเยอะเลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะมีมหาวิทยาลัยของรัฐเพียง 7 แห่งเท่านั้น แต่ 3 ใน 7 แห่งของมหาวิทยาลัยของรัฐ ก็สามารถติดอันดับในการจัดอันดับ 40 สุดยอดมหาวิทยาลัยโลกของ QS World University ได้ โดยมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับสูงสุดก็คือ The University of Hong Kong (HKU) ที่ติดอยู่ในอันดับที่ 26 ถึงแม้ความหนาแน่นของประชากรของฮ่องกงจะสุงมากเมื่อเทียบกับเมืองติดอันดับอื่นๆ แต่ในด้านของค่าครองชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของประชากรค่อนที่ข้างถูก รวมความหลากหลายผสมผสานทางวัฒนะรรมระหว่างเอชียและตะวันตก ทำให้การปรับตัวเพื่อเข้ากับสิ่งแวดล้อมของนักศึกษาต่างชาติจะค่อนข้างง่าย และที่สำคัญอยู่ใกล้ประเทศไทยของเรามากๆ ครับ ใครที่กำลังหาที่เรียนต่อดีๆ แต่ไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่ล่ะก็ ฮ่องกงนับได้ว่าเป็นอีกแหล่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
  • อันดับ 8 บอสตัน (Boston) ประเทศสหรัฐอเมริกา – ออกจากโชคร้ายกันสักหน่อยสำหรับเมืองจากประเทศลุงแซมแห่งนี้ เพราะว่าบอสตันร่วงมาจากอันดับ 3 ของเมืองที่น่าไปเรียนที่สุดในโลก มาอยู่ที่อันดับ 8 แต่ก็ยังถือได้ว่าเป็นเมืองในฝันของนักศึกษาและผู้ประกอบการหลายๆ คนอยู่ดีครับ เพราะบอสตันนี้เป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งของอเมริกา บอสตันมีแหล่งการศึกษาที่สำคัญทั้งหมด 8 แห่งด้วยกัน แต่ที่โดดเด่นก็เห็นจะไม่พ้น Massachusetts Institute of Technology (MIT) และ Harvard University มหาวิทยาลัยเก่าแก่ชื่อกระฉ่อนของอเมริกา คงไม่ต้องบอกนะครับในเรื่องชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เวิร์ลคลาสอย่างแน่นอน ด้วยคะแนนในด้านความต้องการของผู้ประกอบการที่สูงลิบด้วยเหตุผลที่ว่า ใครๆ ก็อย่ากร่วมงานกับนักศึกษาจากบอสตันกันทั้งนั้น ส่งผลให้บอสตันช่วงชิงอันดับ 8 แห่งเมืองที่น่าไปเรียนที่สุดในโลกของ The QS Best Student Cities มาครอง
  • อันดับ 9 มอนทรีออล (Montréal) ประเทศแคนาดา – หลังจากการบุกป่าฝ่าดงงมกบงมเขียดกันมานาน สุดท้ายมอนทรีออลก็ไต่อันดับขึ้นมาจนติด 1 ใน 10 เมืองที่น่าไปเรียนต่อที่สุดในโลก นำธงมาด้วยมหาวิทยาลัย McGill University อยู่ในอันดับที่ 21 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ณ ขณะนี้นี่เอง สำหรับเมืองนี้มีคะแนนโดดเด่นในด้านของความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา และยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ทำให้ประชากรสามารถพูดได้หลายภาษา นอกจากนี้ในด้านการท่องเที่ยวก็ไม่แพ้กัน มอนทรีออลมีการจัดกิจกรรม และเทศกาลต่างๆ อยู่เป็นประจำ Montreal International Jazz Festival งานศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรี หรือ Just for Laughs เทศกาลตลกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
  • อันดับ 10 มิวนิก (Munich) ประเทศเยอรมนี – ในที่สุดก็มาถึงอันดับสุดท้ายของเรานะครับ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนีนี้นี่เอง นอกจากความโดดเด่นในด้านเบียร์และฟุตบอลแล้ว ในด้านการศึกษาก็จัดจ้านเช่นเดียวกัน เพราะมีมหาวิทยาลัยชื่อดังชั้นนำของยุโรปตั้งอยู่ที่เมืองแห่งนี้ด้วย คือ Technische UniversitätMünchen มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศเยอรมนี และติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลกอยู่ในอันดับที่ 53 นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้มิวนิกก้าวกระโดดขึ้นมา 3 อันดับจากปีที่แล้วก็คือ คะแนนคุณภาพชีวิตที่ดีของนักศึกษา ค่าครองชีพที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล รวมถึงค่าเล่าเรียนที่ไม่ได้แพงเฟ่อร์อย่างที่คิด ทำให้มิวนิกเป็นอีกหนึ่งเมืองที่นักศึกษาจากทั่วโลกมองข้ามกันไม่ได้เลยล่ะ

NZXT คือคู่ค้าที่ริเริ่มสร้างสรรค์เคส PC Designed by Razer

ผู้นำที่เป็นที่รู้จักในด้านเคส PC อย่างบริษัท NZXT ได้รับเลือกในฐานะคู่ค้าที่ริเริ่มใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์ “Designed by Razer” ทั้งนี้ยึดตามหลักการอุทิศแบ่งปันเพื่อการคิดค้นใหม่ ในเดือนหน้าทาง NZXT จะเริ่มสร้างสรรค์เคส Razer ตัวใหม่ในชื่อ “H440 – Designed by Razer” โดย NZXT จะผลิตและจัดจำหน่ายเคส H440 ผ่านช่องทางการค้าปลีกภายใต้ข้อตกลงกับ Razer

โปรแกรมลิขสิทธิ์เปิดให้ผู้ผลิตเคสได้เลือกและอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยทีมวิศวกรและทีมนักออกแบบชั้นยอดของ Razer ก่อนที่จะอนุมัติ บริษัทใหม่แห่งนี้มีจุดประสงค์ที่จะใช้ความละเอียดทางวิศวกรรมผลิตภัณฑ์และความเชี่ยวชาญด้านออกแบบของ Razer คุณสมบัติในการออกแบบเคสลิขสิทธิ์ทั้งหมดนั้นทาง Razer จะดำเนินการร่วมกับคู่ค้าชั้นเยี่ยมโดยตรง ผู้ผลิตเคสที่สนใจสามารถเข้าไปที่ http://www.razerzone.com/designedbyrazer เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมได้

NZXT คือคู่ค้าที่ริเริ่มสร้างสรรค์เคส PC Designed by Razer

คุณ Min-Liang Tan ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งร่วมของบริษัท Razer กล่าวว่า “เราได้ทีมนักออกแบบและวิศวกรที่เก่งที่สุดในโลกมาร่วมงานกับ Razer และเราก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไม่ว่าอุตสาหกรรมจะใช้ต้นทุนเท่าไหร่ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้วที่ได้แชร์ความรู้กับผู้ผลิตรายอื่นในอุตสาหกรรมของเรา จุดนี้ถือเป็นเป้าหมายของเราในการตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์นับร้อยล้านคนทั่วโลกที่มองหาเคส PC ของ Razer แบบปรับแต่งได้มาใช้สักตัว NZXT H440 – Designed by Razer นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกจากการร่วมโปรแกรมนี้และเราคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จมากยิ่งๆ ขึ้นไปอีก”

NZXT H440 – Designed by Razer โดดเด่นด้วยพอร์ต USB สีเขียวที่บ่งบอกความเป็น Razer และแสงสีเขียวส่องสว่างจากพอร์ตด้านหลัง การออกแบบที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดนั้นประกอบด้วยฝาเคสใสเผยให้เห็นฮาร์ดแวร์และโลโก้ Razer สะท้อนแสงพร้อมแสงสีเขียวส่องสว่างจากด้านล่างเคสด้วย

NZXT H440 เป็นเคสเดสก์ท็อปลิขสิทธิ์ตัวแรกของ Razer และเป็นเคสรุ่นล่าสุดในกลุ่มเคสที่ผลิตมา Razer Blade และ Razer Blade Pro ที่ยอดเยี่ยมได้ตั้งค่าเบนช์มาร์กขึ้นใหม่ในส่วนของประสิทธิภาพและความสามารถในการพกพาแบบแล็บท็อป แท็บเล็ต Razer Edge ชนะรางวัล Best of CES สามสาขาเป็นประวัติการณ์ในงาน 2013 Consumer Electronics Show รวมถึงกวาดรางวัล “Best of Show” ทั้งหมดด้วย สิ่งที่สร้างความเป็นที่สุดอีกครั้งในงาน CES ปีนี้คือ คอนเซ็ปต์ Project Christine มอดุลาร์ที่สมบูรณ์แบบซึ่งชนะรางวัล Best of CES สาขา “Best PC” อย่างเป็นทางการ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเคส PC รุ่น NZXT H440 โปรดเข้าไปที่ http://razerzone.com/gaming-systems/h440.ราคา: $149.99 กำหนดวางจำหน่าย: NZXT.com – กรกฎาคม

ลักษณะเด่นของสินค้า H440 – Designed by Razer :

  • ไดรฟ์เบย์: External 5.25 นิ้ว : 0 Internal 3.5 นิ้ว / 2.5 นิ้ว: 6+2
  • การสนับสนุนแผงวงจรหลัก: Mini-ITX, MicroATX, ATX
  • ช่องเสียบเพิ่ม 7 ช่อง
  • แผง LED I/O แบบเปิด/ปิด
  • สนับสนุนเรเดียเตอร์
  • มีตัวกรองบริเวณส่วนหน้าด้านข้าง ส่วนล่างด้านหน้า ส่วนล่างด้านหลัง
  • (2x) พอร์ต USB 3.0 (SuperSpeed)
  • (2x) พอร์ต USB 2.0
  • (1x) พอร์ตไมโครโฟน (1x) พอร์ตหูฟัง
  • กว้าง 8.66 นิ้ว / 22 ซม. x สูง 20.08 นิ้ว / 51 ซม. x ลึก 18.71 นิ้ว / 47.5 ซม.
  • 21.5 ปอนด์ / 9.75 กก.

โครงการ Internet of Things Innovation Grand Challenge จากซิสโก้

หากน้องๆ เพื่อนๆ คนไหนสนใจติดตามข่าวสารด้านการขับเคลื่อนนวัตกรรม ซิสโก้ได้ประกาศจัดการแข่งขัน “Internet of Things Innovation Grand Challenge” สำหรับบุคคล หรือองค์กรธุรกิจ การแข่งขันระดับโลกครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ส่งเสริมและเร่งการปรับใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปลกใหม่ที่เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการ ที่มีบทบาทในการกระตุ้นการ “เติบโตและพัฒนาการ” ของ Internet ภายใต้การประกวด “Internet of Things Innovation Grand Challenge” ซิสโก้ได้สร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนบุคคล หรือผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ (Startups) ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีในส่วนของแอพพลิเคชั่น (Application) ระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) การจัดการ (Management) และการเชื่อมต่อ (Connectivity) ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 กรกฎาคม 2557 ผ่านเว็บไซต์ www.cisco.com/go/iotchallenge โดยจะคัดเลือกผู้ชนะการประกวดระหว่างงานประจำปี 2557 ที่นครชิคาโก เดือนตุลาคมนี้

การแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันระดับโลกที่ได้รับการสนับสนุนจาก Cisco Internet of Everything Center ทั่วโลก ผู้ชนะการประกวดสามอันดับแรกจะได้รับรางวัลเงินสด 250,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8,250,000 บาท โดยเงินทุนดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้ในการจัดตั้งธุรกิจใหม่และพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ เพื่อเสริมสร้างให้เป้นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น

นอกเหนือจากรางวัลเงินสด ซิสโก้ยังจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ การฝึกอบรม จากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจของซิสโก้ และองค์กรธุรกิจอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุน ผู้ชนะการประกวดจะได้รับโอกาสในการพัฒนา ทดสอบ และนำร่องเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงความร่วมมือและโอกาสในการลงทุนกับซิสโก้ในอนาคต
โครงการ Internet of Things Innovation Grand Challenge จากซิสโก้
เกี่ยวกับการแข่งขัน และผลงานที่ได้รับคัดเลือก

  • เปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนเมษายนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 ผู้ที่ได้รับรางวัลจะถูกประกาศชื่อในงาน Internet of Things World Forum ที่นครชิคาโก วันที่ 14-16 ตุลาคม 2557
  • ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องจัดอยู่ในประเภท (Criteria) ใดประเภทหนึ่งดังต่อไปนี้: 1) Application and Application Enablement 2) Management 3) Networking 4) Things
  • ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งดังต่อไปนี้: การศึกษา, การรักษาพยาบาล (Hospitality), พลังงาน, การค้าขาย (Retail), การคมนาคมขนส่ง, เมืองอัจฉริยะ (Smart Cities)
  • การแข่งขันเปิดโอกาสให้กับบุคคล นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์

การคัดเลือกผลงานที่เข้าประกวดจะแบ่งออกเป็นสามขั้นตอนดังนี้:

เฟสที่ 1: 19 ผลงานได้รับการคัดเลือกสำหรับรอบ Semi-Final
เฟสที่ 2: 6 ผลงานได้รับการคัดเลือกสำหรับรอบ Final
เฟสที่ 3: 3 ผลงานได้รับรางวัล Grand Prize

ประกาศผลการแข่งขันที่งาน Internet of Things World Forum 2014 ณ นครชิคาโก เดือนตุลาคม 2557 นี้

สำหรับในประเทศภูมิภาคอาเซียน บริษัทหน้าใหม่ (Start-ups) จะได้รับคำแนะนำจากทีมงานของศูนย์เทคโนโลยี EPIC (Enabling Platform Innovation Centre) ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์เทคโนโลยีที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ความช่วยเหลือในการจัดแสดงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในเอเชียให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรในภูมิภาคนี้ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเป็นภาษาท้องถิ่น รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับผู้เข้าร่วมประกวดในประเทศภูมิภาคอาเซียน:

– ผู้เข้าประกวด และบริษัทในแต่ละประเทศสามารถติดต่อ iot-challenge-asean@cisco.com เพื่อขอคำแนะนำ บริการสนับสนุนด้านเทคนิค และข้อมูลเพิ่มเติม

– ผลงาน/แนวคิด (Intellectual Property) ที่ส่งเข้าประกวด จะยังคงเป็นของเจ้าของผลงาน ซิสโก้จะไม่ครอบครองสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เข้าประกวด การแข่งขันครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดพัฒนา ทดลอง และนำร่องเทคโนโลยีใหม่ๆ

– ในประเทศไทย ซิสโก้มีบทบาทในการให้คำปรึกษา คำแนะนำ และบริการสนับสนุนสำหรับแนวคิดทั้งหมด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีโอกาสที่ดีที่สุดในการแข่งขันระดับโลก

– หากผู้เข้าประกวดมีแนวคิดที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ทีมงานของ EPIC จะประสานงานร่วมกับผู้เข้าประกวด เพื่อร่วมพัฒนาคอนเซ็บต์และทำตลาดให้กับแนวคิดดังกล่าว

– ไม่ว่าผลการประกวดจะเป็นเช่นไร ผู้เข้าร่วมจะยังคงสามารถติดต่อศูนย์ EPIC เพื่อแชร์แนวคิดในอนาคต ตามอีเมลแอดเดรสที่ระบุข้างต้น

STEELSERIES สร้างสรรค์อุปกรณ์ใหม่สำหรับเกมฮิตตลอดการอย่าง THE SIM 4

ลอส แองเจลลิส, 29 พฤศภาคม 2557 – SteelSeries ผู้นำทางด้านอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์สำหรับการเล่นเกมระดับพรีเมี่ยม ประกาศอย่างเป็นทางการในการร่วมมือกับทาง Electronic Arts เกี่ยวกับตัวเกม The Sims 4 ในการจัดทำ หูฟัง, เมาส์ และแผ่นรองเมาส์ สำหรับการเล่นเกมขึ้นมาให้เป็นซีรีย์ของ The Sims 4 และมีการออกแบบใหม่ที่ต่างออกไป เพื่อให้ผู้เล่น The Sims 4 ได้เข้าถึงอารมณ์ของเกมมากยิ่งขึ้นกว่าการได้เห็นตัวเกมจากหน้าจอเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะอุปกรณ์ใหม่ที่จะคอยแสดงระดับของอารมณ์และความต้องการต่างๆ ของตัวละครใน The Sims 4 ได้เป็นอย่างดี
STEELSERIES สร้างสรรค์อุปกรณ์ใหม่สำหรับเกมฮิตตลอดการอย่าง THE SIM 4 Rachel Franklin, VP and General Manager of The Sims Studio กล่าว “The Sims เป็นซีรีย์ที่โด่งดังไปทั่วโลก มีฐานแฟนมากมายคอยติดตามเพื่อเล่นเกมนี้ เราจึงมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกม The Sims ให้กับพวกเค้ามายิ่งขึ้น The Sims 4 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการพัฒนาเรื่องของระบบเกม เช่น อารมณ์ของชาว Sims ความต้องการต่างๆ ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกเข้าถึงตัวละครภายในเกมมากยิ่งขึ้น บวกกับการใช้งานร่วมกับสินค้าของ SteelSeries เซ็ตนี้ก็จะยิ่งทำให้เพิ่มอรรถรสในการเล่นมากขึ้นด้วย”

Tino Soelberg SteelSeries , CTO กล่าว ” การทำงานร่วมกับ Electronic Arts ช่วยให้เราได้นำเสนอแนวคิดของเราซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์การเล่นเกมที่สนับสนุนการใช้งานสังคมเสมือนแบบ Sims Community ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตาที่สุดเรื่องหนึ่งของสังคมการเล่นเกมปัจจุบัน เราขอนำเสนออุปกรณ์ซึ่งมีความเฉพาะตัวสำหรับการเล่นเกมทุกรูปแบบแก่นักเล่นเกมทั้งหลาย ทั้งผู้ที่เพิ่งสัมผัสประสบการณ์เสมือนแบบ Sims ไปจนถึงผู้คลุกคลีอยู่ในวงการทุกท่านด้วยความยินดี”

The Sims 4 Gaming Headset

หูฟังสีขาวล้วนสดใสและสวยงาม มีแสงในรูปของ Plumbob อยู่บริเวณของที่ครอบหู โดยมันจะสามารถสะท้อนถึงอารมณ์ของตัวละครในเกม The Sims 4 ออกมาได้อีกด้วย ใช้การเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ PC ในรูปแบบ USB คุณภาพของเสียงจะทำให้คุณได้ยินในทุกๆ รายละเอียดภายในตัวเกมได้เป็นอย่างดี

The Sims 4 Gaming Mouse & QCK Mousepad

เมาส์ที่มีรูปร่างหน้าตาเรียบง่าย ออกแบบมาให้จับได้ถนัดมือ มีสีขาวล้วนพร้อมด้วย 3 ปุ่มกด และเช่นกัน ที่ตัวเมาส์จะมีแท่ง Plumbob ซึ่งจะสะท้อนถึงอารมณ์ภายในตัวเกมเช่นเดียวกับหูฟัง พร้อมด้วยแผ่นรองเมาส์ Micro-fiber ลวดลายต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวเกม The Sims หากสนใจในการเล่นเกมส์แล้วก็อย่าลืมเรื่องการทบทวนบทเรียนต่างๆ ด้วยนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SteelSeries The Sims 4 ที่ : www.steelseries.com/sims4